โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้นำเยอรมนีแถลงรำลึกความผิด วาระครบ 75 ปี เดรสเดนโดนทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 ก.พ. 2563 เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2563 เวลา 10.04 น.
ภาพถ่ายถนน Muenzgasse ในเมืองเดรสเดน ประเทศเยอรมนี เมื่อ ม.ค. 1952 (ภาพจาก SLUB DRESDEN / AFP)

นายแฟรงค์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีเยอรมนี อ่านแถลงการณ์ในวาระครบรอบ 75 ปี เมืองเดรสเดน โดนทิ้งระเบิดอย่างหนักระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้เมืองพังราบ โดยนายแฟรงค์ กล่าวว่า ชาวเยอรมันสำนึกในความผิดของตัวเอง และจะซื่อตรงในความรับผิดชอบของตัวเองตลอดไป

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น ชาวเยอรมันร่วมพิธีรำลึกครบรอบ 75 ปีของเหตุการณ์สำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสร้างความเสียหายให้เมืองทางตะวันออกของประเทศ และมีผู้เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดโดยฝ่ายสัมพันธมิตรลงที่เมืองเดรสเดน มากกว่า 2 หมื่นราย

เหตุการณ์ทิ้งระเบิดเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945 เดือนสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินของฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดที่มีพลังทำลายล้างสูง และอาวุธเพลิงที่เมืองเดรสเดน เพื่อบีบให้เยอรมนียอมแพ้ การทิ้งระเบิดเมืองนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้พลเมืองท้องถิ่นทั่วประเทศ และเหตุการณ์นี้ส่งผลตามมา ที่เห็นได้ชัดคือ ภาพถ่ายเมืองที่เสียหายพังราบ และภาพซากศพเกลื่อนพื้นคือภาพจำจากการทิ้งระเบิดที่เดรสเดน

ก่อนหน้าการทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองเดรสเดน ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกเมืองที่สวยงามอันดับต้นๆ ของโลกจากสถาปัตยกรรมและพิพิธภัณฑ์ในเมือง เมืองนี้ไม่มีบทบาทในสงครามเท่าใดนักหากเทียบกับบทบาทของเมืองอื่นในเยอรมนี ทำให้การทิ้งระเบิดครั้งนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงในเวลาต่อมาตามที่ฝ่ายหนึ่งมองว่า เมืองเดรสเดนไม่ได้เป็นเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อเยอรมนี และไม่ได้เป็นศูนย์กลางทางอุตสาหกรรมใดๆ

ภายหลังสงครามฝ่ายสัมพันธมิตรเปิดการสอบสวนและลงโทษผู้บัญชาการที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ ขณะที่ชาวเมืองเดรสเดน ยังร่วมกันบูรณะเมืองขึ้นใหม่จนสมบูรณ์อีกครั้ง สัญลักษณ์ของเหตุการณ์คือโบสถ์ Frauenkirche (เดรสเด็น เฟราเอ็นเคียเชอะ) เป็นโบสถ์ในคริสต์ศาสนา ตั้งอยู่ที่เมืองเดรสเด็น (Dresden) เมืองหลวงของรัฐแซกโซนี (Saxony) ประเทศเยอรมนี โบสถ์นี้พังเสียหายอย่างหนักจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่ภายหลังถูกบูรณะขึ้นใหม่ทัดเทียมของเดิม

Frauenkirche โบสถ์เยอรมนีที่ไฟไหม้เหลือแต่ซาก แต่สร้างใหม่จนสวยแทบเหมือนเดิม

“วันนี้เราร่วมรำลึกประวัติศาสตร์ของการทิ้งระเบิดในประเทศของพวกเรา เรารำลึกถึงผู้คนที่ได้รับความทุกข์ทรมานในเมืองของเยอรมัน และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคนเยอรมัน” ประธานาธิบดีเยอรมนี กล่าวตอนหนึ่งระหว่างร่วมพิธีรำลึกอย่างเป็นทางการ

“พวกเราชาวเยอรมันไม่เคยลืมความผิดของเรา และจะซื่อตรงต่อความรับผิดชอบตลอดไป”

สำหรับเหตุการณ์ในห้วงเวลานั้น รัฐภายใต้การปกครองของนาซีประกาศว่าการทิ้งระเบิดเป็นการโจมตีที่สร้างความตื่นกลัว และรายงานตัวเลขว่ามีผู้ได้รับผลกระทบราว 2 แสนราย ตัวเลขนี้เป็นที่อ้างอิงมายาวนานหลายทศวรรษ ขณะที่เดรสเดน กลายเป็นที่รู้จักในฐานะเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลจากสงคราม แต่จนกระทั่งการรวมชาติเยอรมันในปี 1990 นักประวัติศาสตร์และนักวิจัยบ่งชี้ว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากการโจมตีราว 25,000 คน

วาระการรำลึกอดีตนี้ถูกผู้นำเยอรมนีกระตุ้นให้ใช้เป็นกรณีศึกษาสำหรับพลเมืองในการถอดบทเรียนจากอดีต

ขณะที่โฆษกของพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี พรรคการเมืองฝ่ายขวาซึ่งมีท่าทีตั้งคำถามและดูถูกมุมมองทางวัฒนธรรมว่าด้วยการไถ่โทษอาชญากรรมของกลุ่มนาซีในประเทศเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทวีตข้อความว่า “ความเสียหายนี้ไม่สามารถประเมินได้ การโจมตีของฝ่ายสัมพันธมิตรต่อเมืองเดรสเดนที่เต็มไปด้วยผู้ลี้ภัยคืออาชญากรรมสงคราม”

นายแฟรงค์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ปธน.เยอรมนี ยังมีท่าทีเรียกร้องให้เยอรมนีคัดค้านท่าทีต่อต้านหรือให้มองข้ามความรับผิดชอบต่ออาชญากรรมในสงครามโลกครั้งที่ 2

“ใครก็ตามที่นำผู้เสียชีวิตของเดรสเดน มาเทียบกับเอาชวิตซ์ ใครก็ตามที่พูดแก้ตัวให้ความผิดของเยอรมัน ใครก็ตามที่พยายามทำให้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และองค์ความรู้ที่ได้รับการศึกษามานานให้เป็นสิ่งผิด เราในฐานะนักประชาธิปไตยต้องโต้แย้งให้กึกก้องและชัดแจ้ง เราต้องโต้แย้งพวกเขา” นายแฟรงค์ กล่าว

คำให้การวิศวกรแห่งความตาย กลุ่มผู้สร้างเตาเผา-ห้องรมแก๊สในค่ายเอาชวิตซ์ให้นาซี

อ้างอิง:

Eddy, Melissa. “How Dresden Looked After a World War II Firestorm 75 Years Ago”. The New York Times. Online. Published 14 FEB 2020. Access 14 FEB 2020. <https://www.nytimes.com/2020/02/13/world/europe/dresden-germany-anniversary.html>

“Bombing of Dresden”. History. Online. Updated 7 JUN 2019. Access 14 FEB 2020. <https://www.history.com/topics/world-war-ii/battle-of-dresden>

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...