โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ส่องเงื่อนไข ‘ช้อปดีมีคืน’ ลดหย่อนภาษี 3 หมื่นบาท ซื้ออะไรได้บ้าง เช็คเลย!

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ต.ค. 2563 เวลา 02.23 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2563 เวลา 02.23 น. • The Bangkok Insight

ช้อปดีมีคืน เปิดเงื่อนไขมาตรการ "ช้อปดีมีคืน" ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน ดีเดย์ 23 ต.ค. - 31 ธ.ค.63 ซื้ออะไรได้บ้าง ห้ามซื้ออะไรบ้าง เช็คเลย!

ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) มีมติเห็นชอบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการ "ช้อปดีมีคืน" ภายใต้มาตรการ รักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี ส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่น และ ส่งเสริมการอ่าน

มาตรการดังกล่าว จะเป็นการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 2563 สำหรับค่าซื้อสินค้า และบริการ ให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 30,000 บาท

ช้อปดีมีคืน

กลุ่มเป้าหมาย

  • กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • กลุ่มผู้ประกอบการประเภทผู้ค้าสินค้าและบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ผู้ประกอบการขายหนังสือและสินค้า OTOP

เงื่อนไขโครงการ

  • สำหรับค่าซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนฯ
  • ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท ต่อคน

หากประชาชนได้ใช้สิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ โครงการคนละครึ่งแล้วจะไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้

ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563

ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 2563 ณ เดือน มีนาคม 2564

สามารถซื้อสิ้นค้าและบริการได้ทั้งหมด ยกเว้นบางรายการ ดังนี้

  • ค่าซื้อสุรา เบียร์ ไวน์
  • ค่าซึ้อยาสูบ
  • ค่าน้ำมัน และก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ
  • ค่าซื้อรถยนต์ รถจักยานยนต์ และเรือ
  • ค่าซื้อหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร
  • ค่าบริการหนังสือพิมพ์ และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
  • ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการนำเที่ยวตามกฏหมายว่าด้วยธุรกิจและมัคคุเทศก์
  • ค่าบริการที่ได้จ่ายเป็นค่าโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฏหมายว่าโรงแรม

สำหรับมาตรการดังกล่าวจะ คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเนื่องจากการดำเนินมาตรการทั้งหมด 55,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป โดยจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง

ช้อปดีมีคืน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การเพิ่มกำลังซื้อ และ การบริโภค ถือเป็นมาตรการสำคัญที่ต้องทำต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศ ที่กำลังเริ่มฟื้นตัว ปรับตัวได้ดีขึ้นตามลำดับ โดยเม็ดเงินจากมาตรการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ จะทยอยลงสู่ระบบเศรษฐกิจและหมุนเวียน 2 แสนล้านบาท โดยมาจาก 3 มาตรการ ได้แก่

1. มาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน วงเงินรวม 2.1 หมื่นล้านบาท

2. มาตรการคนละครึ่ง 6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น เม็ดเงินที่รัฐบาลช่วยจ่ายให้ประชาชน 3 หมื่นล้านบาท และ เงินที่ประชาชนใช้จ่าย 3 หมื่นล้านบาท

3. มาตรการช็อปดีมีคืน ซึ่งประชาชนนำค่าใช้จ่ายจากการใช้จ่ายสินค้ามาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน โดยคาดว่า จะมีผู้เสียภาษีเข้าร่วมโครงการ 3.7 - 4.0 ล้านคน ซึ่งจะทำให้ เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 1.2 แสนล้านบาท โดยภาครัฐสูญเสียรายได้ 1 หมื่นล้านบาท

"ในส่วนมาตรการการลดหย่อน และ คืนภาษีไม่เกิน 30,000 บาทต่อราย เป็นตัวเลขที่ภาคเอกชน สะท้อนว่าเหมาะสม และจูงใจให้ประชาชนใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีในขั้นสูงสุด ที่จะได้รับการลดหย่อนของแต่ละบุคคล โดยถ้าได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 20% ก็จะใช้จ่ายเท่ากับจำนวนที่ได้สิทธิ์ ในการลดหย่อนภาษีของตัวเอง" นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว

แหล่งข่าวจากที่ประชุม ศบศ.กล่าวว่า เดิม กระทรวงการคลัง ทำข้อมูลข้อเสนอลดหย่อนภาษีสำหรับโครงการช็อปดีมีคืนให้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 50,000 บาท แต่ที่ประชุมหารือว่า 30,000 บาทต่อราย เป็นจำนวนที่เหมาะสม และทำให้รัฐบาลไม่ต้องสูญเสียรายได้มากไป โดยกระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2563

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...