โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดื่มน้ำทั้งวัน หิวน้ำบ่อย นี้อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณอันตรายจาก ‘โรคเบาจืด’

BRIGHTTV.CO.TH

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 10.37 น. • Bright Today

ดื่มน้ำทั้งวัน หิวน้ำตลอดเวลา หรือเข้าห้องน้ำปัสสาวะบ่อย ๆ นี้อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณอันตรายจาก ‘โรคเบาจืด’ หรือเสียสมดุลน้ำในร่างกาย

หากคุณรู้สึกหิวน้ำบ่อยๆ ทั้งที่ดื่มน้ำตลอดเวลา หรือเข้าห้องน้ำปัสสาวะบ่อยๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคเบาจืด ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเสียสมดุลของน้ำในร่างกาย หากปล่อยไว้เนิ่นนานโดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้

ทำความรู้จัก โรคเบาจืด (Diabetes insipidus)

โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus) เกิดจากความผิดปกติของสมดุลน้ำในร่างกาย ซึ่งความผิดปกติของสมดุลน้ำในร่างกายนี้ ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกกระหายน้ำตลอดเวลา นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะจำนวนมากอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจส่งผลให้ผู้ป่วยปัสสาวะมากถึง 20 ลิตร/ต่อวัน ซึ่งโดยปกติในกลุ่มคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรงจะปัสสาวะโดยเฉลี่ย 1-2 ลิตร/วัน เท่านั้น

สาเหตุของโรคเบาจืด สาเหตุของโรคเบาจืดเกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถปรับสมดุลน้ำในร่างกายได้อย่างเหมาะสม โดยมีสาเหตุที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเภทของโรคเบาจืด ดังนี้

โรคเบาจืดชนิดที่เกิดจากความผิดปกติของสมอง (Central diabetes insipidus)

เกิดจากความผิดปกติของต่อมใต้สมอง ร่างกายจึงไม่สามารถหลั่งฮอร์โมนอาร์จินีน วาโซเพรสซิน (Arginine vasopressin : AVP) ได้เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ร่างกายปัสสาวะออกมาจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุที่ทำให้สมองเกิดความผิดปกติ อาจเกิดจากการติดเชื้อ โรคเยื่อสมองอักเสบ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น

โรคเบาจืดชนิดที่เกิดจากความผิดปกติของไต (Nephrogenic diabetes insipidus)

เกิดจากความผิดปกติของไต ทำให้ไตไม่ดูดซึมน้ำกลับ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการควบคุมปริมาณการดูดซึมน้ำ ซึ่งนำไปสู่น้ำในปัสสาวะจำนวนมาก

ปัสสาวะบ่อย ดื่มน้ำบ่อย สัญญาณเตือนของโรคเบาจืด

ผู้ป่วยโรคเบาจืดส่วนใหญ่จะมีอาการกระหายน้ำอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะดื่มน้ำไปในปริมาณมากแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังปัสสาวะบ่อยครั้งโดยเฉพาะในเวลากลางคืน รวมถึงในเด็กเล็กที่เป็นโรคเบาจืด จะมีอาการแสดงออก ดังนี้

  • ผ้าอ้อมเปียกบ่อย
  • ปัสสาวะรดที่นอน
  • มีปัญหาในการนอนหลับ
  • มีไข้
  • อาเจียน
  • ท้องผูก
  • การเจริญเติบโตของร่างกายช้ากว่าปกติ
  • น้ำหนักลดผิดปกติ

วิธีการรักษาโรคเบาจืด

ในเบื้องต้นแพทย์จะสอบถามประวัติและอาการของผู้ป่วย  วิธีการรักษาผู้ป่วยโรคเบาจืดจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการของแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยเพื่อลดปริมาณปัสสาวะในแต่ละวัน รวมถึงวิธีการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ดังนี้

  • ยาลดการขับปัสสาวะ แพทย์อาจจ่ายยาเดสโมเพรสซิน (Desmopressin) เพื่อลดการขับปัสสาวะ มีทั้งในรูปแบบสเปรย์ แบบเม็ด และแบบหยอดจมูก (แพทย์จะแนะนำตามความเหมาะสมสำหรับผู้ป่วย)
  • การรักษาผู้ป่วยเบาจืดจากสาเหตุโรคไต เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาจืดในไตเกิดจากการที่ไตไม่ตอบสนองต่อภาวะที่สมองหลั่งฮอร์โมนอาร์จินีน วาโซเพรสซิน (Arginine vasopressin : AVP) แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดน้ำ ในกรณีผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงมาก แพทย์จะแนะนำให้ลดปริมาณเกลือและโปรตีนลง เพื่อให้ไตผลิตน้ำปัสสาวะน้อยลง
  • หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงแพทย์อาจแนะนำยาขับปัสสาวะกลุ่มไธอะไซด์ได (Thiazide) ร่วมกับยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal Anti-inflammatory drugs : NSAIDs) เพื่อช่วยลดปริมาณปัสสาวะที่ไตผลิตออกมา

ที่มา : จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...