โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม? 'แมลงปอ' ถึงเป็น "ชี้วัดโลกร้อน"

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 07 ธ.ค. 2565 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2565 เวลา 09.33 น.

“แมลงปอ” สัตว์ตัวเล็กๆ ที่ปรับตัวอยู่บนโลกใบนี้มานานกว่า 300 ล้านปี กลายเป็นประเด็นที่สนใจของนักสิ่งแวดล้อม

เมื่อผลการศึกษาล่าสุดพบว่าแมลงปอบางชนิดเคลื่อนย้ายถิ่นฐานขึ้นไปหากินทางตอนเหนือของอังกฤษและไอร์แลนด์ที่มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น

นักกีฏวิทยาแห่งสมาคมแมลงปอของอังกฤษบอกว่า แมลงปอเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และยังบ่งบอกว่าพื้นที่ตรงนั้นมีระบบนิเวศน์สมดุลมากน้อยเพียงใด

นักสิ่งแวดล้อมยังให้ความสนใจกับจำนวนประชากรของแมลงปอที่ลดลง เนื่องจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษและสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไปด้วย

แมลงปอพบเห็นอยู่ทั่วโลก ยกเว้นบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ นักกีฏวิทยาประเมินว่ามีอยู่กว่า 5,000 ชนิด แบ่งเป็น 2 กลุ่ม แมลงปอบ้าน (dragonfly) และแมลงปอเข็ม (damselfly)

ตามข้อมูลของคู่มือการศึกษาแมลงปอของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายบอกให้รู้ว่าวงจรชีวิตของแมลงปอมีความมหัศจรรย์ไม่น้อยทีเดียว คือมี 3 ระยะ

ระยะแรก เป็นไข่ เป็นตัวโม่ง และระยะโตเต็มวัย แต่ไม่มีระยะดักแด้

ระยะฟักไข่จนถึงเป็นตัวโม่งจะอาศัยอยู่ในน้ำ ใช้เวลาราว 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน ระหว่างนั้นกินอาหารจำพวกไรแดง ลูกน้ำ และลูกอ่อนของสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ

ตัวโม่งหายใจในน้ำใช้เหงือกที่อยู่ในระบบการย่อยอาหารในร่างกาย สามารถสกัดออกซิเจนออกมาจากน้ำได้ และหายใจด้วยการดูดน้ำเข้าไปในท้อง หลังจากนั้นน้ำจะเลื่อนไปที่เหงือก ซึ่งเป็นเครื่องหายใจเพื่อสกัดออกซิเจน

เมื่อได้รับออกซิเจนเพียงพอแล้วจะพ่นน้ำออกมาอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น ยังเป็นระบบการขับเคลื่อน ทำงานเหมือนไอพ่น ทำให้ตัวโม่งสามารถเคลื่อนที่ไปในน้ำได้อย่างรวดเร็ว

ตัวโม่งใช้ชีวิตในน้ำเป็นระยะเวลา 1-4 ปี ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ระหว่างนั้น จะลอกคราบประมาณ 10-15 ครั้ง แต่ละครั้ง ตัวจะโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วย กระทั่งลอกคราบครั้งสุดท้าย จะคลานขึ้นไปบนกิ่งก้านพืชใกล้ผิวน้ำแล้วเริ่มหายใจด้วยท่ออากาศ ซึ่งอยู่ภายในร่างกาย

คราบจะค่อยๆ ถูกลอกออก เริ่มจากส่วนหัว ท้อง ขา และปีก ตามลำดับ จากนั้นปีกจะค่อยๆ กางออกอย่างช้าๆ

เลือดถูกปั๊มเข้าไปในปีกใช้เวลาหลายชั่วโมงจนปีกแข็งแรง และกลายเป็นแมลงปอ พร้อมบินและล่าเหยื่อ อย่างพวก ยุง เพลี้ย ริ้น แมลงวัน ผีเสื้อ ผึ้ง รวมทั้งแมลงปอด้วยกัน

ระยะเวลาใช้ชีวิตเป็นแมลงปออย่างสมบูรณ์ มีเพียงไม่กี่เดือน หรือราวๆ 6-7 สัปดาห์

นักสิ่งแวดล้อมมองว่า แมลงปอมีบทบาทสำคัญกับพื้นที่เกษตรกรรม เพราะเป็นผู้สร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศน์

แมลงปอหลายชนิดสามารถไล่ล่ากินแมลงหวี่ขาวยาสูบได้มากกว่า 50 ตัวในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง จากดวงตากลมโตมองเห็นได้ 360 องศา มีทั้งตารวมรวด (compound eyes) และตาเดี่ยว (ocelli) มีช่องตาเล็กๆ ที่เรียกว่า ฟาเซต (facet) ราว 3 หมื่นช่อง

สายตาของแมลงปอจึงไวเฉียบคม ขณะบินมองเห็นเหยื่อได้ไกล 10-20 เมตร และด้วยปีกแข็งแกร่ง การเข้าจู่โจมเหยื่อที่เป็นอาหารจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเงียบเชียบ

ในพื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์ จะพบว่าฝูงแมลงปอบินโฉบเฉี่ยวไล่จับแมลงที่เป็นศัตรูพืช ช่วยลดต้นทุนการผลิต ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดวัชพืช

แมลงปอบินได้เร็วมากถึง 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเทียบกับขนาดของลำตัวที่มีความยาวไม่กี่เซนติเมตร หรือเท่ากับ 20,000-30,000 ช่วงตัว มีการขยับปีกขึ้น-ลง เฉลี่ยประมาณ 500 กว่าครั้งต่อวินาที

ปีกคู่หน้าและคู่หลังแยกอิสระต่อกัน สามารถบินไปข้างหน้า บินถอยหลังได้อย่างง่ายดาย กระพือปีกและบินร่อนอยู่กลางอากาศได้เป็นเวลานาน

ฉะนั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่นักกีฏวิทยาพบว่า แมลงปอบินข้ามทะเลจากฝั่งยุโรปตอนใต้มายังเกาะอังกฤษและไอร์แลนด์

ในจำนวนนั้นมีอย่างน้อย 2 ชนิดหายไปเมื่อปี 2538 จู่ๆ ก็โผล่กลับมาเจอใหม่

แมลงปอมีการขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นในอังกฤษ อาทิ แมลงปอจักรพรรดิ (emperor dragonfly) ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ อุณหภูมิสูงขึ้น หรืออาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมดีขึ้น เช่น มีพื้นที่ชุ่มน้ำสมบูรณ์กว่าเก่า มีแหล่งน้ำ ทะเลสาบที่ได้รับการฟื้นฟู

แต่บางสายพันธุ์ เช่น แบล็ก ดาร์เตอร์ ( black darter) อยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือสุดของเกาะอังกฤษ มีจำนวนประชากรลดลงเป็นผลจากสภาวะแห้งแล้ง

โดยภาพรวมๆ แล้ว การเปลี่ยนแปลงจำนวนแมลงปอ การขยายพันธุ์ที่มากกว่าเดิมและบินขึ้นไปอยู่ทางเหนือของเกาะอังกฤษและไอร์แลนด์ บ่งชี้ว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศ

ไม่ใช่แค่เพียงอังกฤษหรือไอร์แลนด์เท่านั้น แต่แมลงปอหลายชนิดในแคนาดาและสหรัฐอเมริกา มีการเคลื่อนย้ายอพยพไปอยู่ทางเหนือที่มีอากาศร้อนขึ้น

ไมเคิล มัวร์ นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี สหรัฐ ให้สัมภาษณ์ซีทีวีนิวส์ของแคนาดาว่า พื้นที่ที่แมลงปออยู่อาศัยนั้นเป็นเขตที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ จากเดิมเคยเป็นเขตที่มีอากาศหนาวเย็น

แต่เดี๋ยวนี้อากาศกลับร้อนขึ้นซึ่งเป็นสภาพอากาศที่แมลงปอชอบ

อย่างไรก็ตาม ในผลการศึกษาก่อนหน้านี้ พบว่า อากาศที่ร้อนขึ้นจะมีผลต่อสีสันของปีกแมลงปอซีดลง

สีสันของปีกแมลงปอเปลี่ยนอาจทำให้การขยายพันธุ์เปลี่ยนไปด้วย เพราะสีสันปีกของแมลงปอมีผลกับการดึงดูดเพศตรงข้าม อาจทำให้ตัวเมียสายพันธุ์เดียวกันสับสน

แถบอลาสก้าที่มีอากาศหนาวเย็น บางพื้นที่ของเขตสแกนดิเนเวีย หรือรัสเซียซึ่งมีอากาศหนาวเย็น พบแมลงปอบินปร๋อไปยึดเป็นที่ทำมาหากิน แสดงว่าพื้นที่ดังกล่าวอากาศเปลี่ยนไป หรือไม่แมลงปอก็สามารถปรับตัวให้อยู่กับอากาศที่อุ่นขึ้น

ในบ้านเราไม่รู้ว่ามีการศึกษาแมลงปอกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศมากน้อยแค่ไหน แต่เป็นประเด็นที่น่าสนใจทีเดียว เพราะอาจใช้เป็นสัญญาณเตือนภัย “โลกร้อน” และสิ่งแวดล้อมเป็นพิษที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้อุปกรณ์เทคโนโลยีราคาแพงๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...