โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงจะทำให้มนุษย์สูญพันธ์ุหรือไม่ ?

Environman

เผยแพร่ 17 ก.ย 2564 เวลา 02.00 น.

CLIMATE CHANGE: มนุษย์สูญพันธุ์จากวิกฤตสภาพภูมิอากาศได้หรือไม่​? นี่เป็นคำถามที่อาจจะผุดขึ้นมาเมื่ออ่านข่าวภัยพิบัติต่าง ๆ ที่โลกเรากำลังเผชิญทั้งข่าวสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ

Michael Mann ศาสตราจารย์วิชาบรรยากาศศาสตร์จาก Penn State และผู้เขียนหนังสือเรื่อง "The New Climate War: The Fight to Take Back Our Planet" เผยกับ Live Science ว่า “มันยังไม่มีหลักฐานว่าสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้”

อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปได้ที่สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้การใช้ชีวิตของคนหลายล้านคนยากลำบากขึ้น เนื่องจากอาจขาดแคลนอาหารและน้ำ อาจทำให้สังคมมนุษย์ล่มสลาย และเกิดความขัดแย้งทั่วโลก

ยกตัวอย่างเช่น มหาสมุทร ที่เป็นแหล่งผลิตโปรตีน 20% ของโลก ถ้าน้ำในมหาสุมทรมีค่ากรดมากเกินไปจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง มันก็เป็นไปได้ยากที่สายพันธุ์ต่าง ๆ จะเจริญเติบโต เป็นอาหารสู่ครัวโลก

ส่วนบนบก อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียสอาจทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำ จนทำให้พืชพรรณต่าง ๆ ไม่สามารถเจริญเติบโตได้

ทว่า นักวิจัยอีกคน Luke Kemp มองว่า สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเกี่ยวข้องโดยตรง เมื่อมองจากการสูญพันธุ์ของอารยธรรมในอดีต การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่นเมื่อ 440 ล้านปีที่แล้ว อากาศที่เย็นขึ้นทำให้สิ่งมีชีวิตยุคออร์โดวิเซียน-ยุคไซลูเรียนหายไปกว่า 85% และเมื่อ 200 ปีก่อน ยุคไทรแอสซิก-ยุคจูแรสซิก ที่อากาศที่อุ่นขึ้นทำให้สิ่งมีชีวิตกว่า 80%

แม้ว่า มนุษย์โฮโมเซเปียนส์หรือสายพันธุ์ของมนุษย์ยุคปัจจุบันจะไม่สูญพันธุ์ แต่เราก็ยังมีข้อมูลของโฮมินิน (hominin) สายพันธุ์อื่น ๆ อย่างมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลที่สูญพันธุ์ไป และในแต่ละกรณี ก็เผยให้เห็นว่าสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปมีบทบาทที่เกี่ยวข้อง

จากข้อมูลของพิพิธภัณฑ์ Natural History Museum ในลอนดอน นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ว่าทำไมมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลจึงสูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 40,000 ปีที่แล้ว แต่ที่รู้แน่ ๆ คือ ความผันผวนของสภาพอากาศเหมือนจะทำให้ประชากรของพวกเขาแตกออกเป็นกลุ่ม และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อพืชและสัตว์ที่พวกเขาพึ่งพาเป็นอาหาร

และเมื่อ 3200 ปีที่แล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็มีบทบาทในการล่มสลายของอารยธรรม​กรีซ​โบราณ​ เนื่องจากต้องพบเจอกับภัยแล้งยาวนานกว่า 300 ปี เช่นกัน

แต่มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลที่หายสาบสูญไป และอารยธรรมที่ล่มสลายในอดีตไม่เท่ากับการสูญพันธุ์ของมนุษย์ปัจจุบัน เพราะมนุษย์ปัจจุบันรอดจากสภาพอากาศที่ผันผวนทั่วโลก แม้ว่าในขณะเดียวกันจะมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอารยธรรมมากมายก็ตาม

จากข้อมูลของ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งชาติสมิธโซเนียน ของสหรัฐอเมริกา มนุษย์โฮโมเซเปียนส์ปรับตัวกับภัยพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะภายใต้อากาศร้อน หนาว แห้ง หรือชื้น

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sustainability เผยว่า นิวซีแลนด์จะเป็นหนึ่งใน 5 ประเทศหมู่เกาะที่จะสามารถอยู่รอดได้ ด้วยความที่มีจำนวนประชากรที่ไม่มาก มีพื้นที่เกษตรกรรม การใช้สอยที่ดิน และการใช้พลังงานภายในประเทศที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะก่อให้เกิดการล่มสลายของอารยธรรมโลก มนุษย์ก็มีแนวโน้มที่จะสามารถดำเนินต่อไปได้ อย่างน้อยก็ในบางพื้นที่

แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นและน่ากังวลมากที่สุดคือ การเข้าถึงแหล่งน้ำที่น้อยลง และสภาพความเป็นอยู่ทั่วจะแย่ลงกว่าเดิมมาก อาจทำให้คนขัดแย้งกันมากขึ้นเรื่องอาหาร และความเป็นอยู่เหล่านี้

ทั้งนี้ ทั้งนั้น Mann เผยว่า “มันแล้วแต่พวกเรา… ถ้าเราไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างมากในอีก 10 ปีข้างหน้า เราก็อาจจะเจอกับภัยพิบัติที่เราเคยเจอแล้วแต่แย่ลง เช่นน้ำท่วมชายฝั่งทั่วโลกอันเนื่องมาจากน้ำแข็งละลายและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น หรือความต้องการทรัพยากรที่มากขึ้น เนื่องจากจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นแข่งขันเพื่อแย่งชิงอาหาร น้ำ ที่มีอยู่อย่างจำกัด… หากเรากล้าทำตอนนี้ เราสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดได้”

เพื่อน ๆ คิดว่าอย่างไร? มนุษย์จะสูญพันธุ์หรือไม่?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...