โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึกษา Flamin’ Hot Cheetos ทำขนมอย่างไรให้ดังจนออกแบรนด์เสื้อผ้าได้!

Mission To The Moon

เผยแพร่ 23 ก.ย 2564 เวลา 13.47 น. • Tanyaporn Thasak

 

ขนมที่ครองอันดับ 1 ขนม ‘ยอดนิยม’ ในอเมริกาถึง 3 ปีซ้อน..
ขนมที่มีคอลเลกชัน ‘เสื้อผ้า’ และ ‘เครื่องสำอาง’ เป็นของตนเอง..
ขนมที่เด็กหลายคนชอบกินจนโรงเรียนต้องออกกฎห้าม..
.
.
Flamin’ Hot Cheetos นั่นเอง!
.
.
Flamin’ Hot Cheetos (หรือ ชีโตสข้าวโพดอบกรอบรสเผ็ด) เป็นสินค้าขายดีของบริษัท Frito-Lay และยังเป็นขนมอบกรอบตัวแรกๆ ในตลาดที่มีการใช้ ‘ความเผ็ด’ เป็นจุดขาย
.
.
แต่สงสัยกันหรือเปล่าว่า อะไรที่ทำให้ขนมรสชาติ ‘เผ็ดร้อน’ กลับขายดีในประเทศฝั่งตะวันตกที่คนกินเผ็ดไม่ค่อยได้? เพราะอร่อยจริงๆ เพราะความโดดเด่นของสินค้า หรือเพราะการตลาด? เรามาหาคำตอบกันดีกว่า
.
.
เรื่องเล่าในตำนาน: เมื่อ ‘ภารโรง’ เป็นคนคิดค้น Flamin’ Hot Cheetos
.
หากเรากดเข้าไปดูบทความหรือวิดีโอที่พูดถึง ‘เรื่องจริงน่าสนใจเกี่ยวกับ Flamin’ Hot Cheetos’ แน่นอนว่าต้องได้ยินเรื่องเล่าต้นกำเนิดที่เป็นตำนานของขนมนี้แน่นอน เรื่องเล่ามักจะเริ่มต้นด้วยชายเชื้อสายเม็กซิกัน ชื่อ Richard Montañez ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็น ‘ภารโรง’ ในบริษัท Frito-Lay
.
ในช่วงปี 1989 บริษัท Frito-Lay เจอปัญหาสินค้าใหม่ขายไม่ออก ทางบริษัทเลยกระตุ้นให้พนักงานทุกคนทุกตำแหน่ง ‘ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของ’ (Act Like Owners) เพราะต้องการไอเดียใหม่ๆ ในการผลิตสินค้า อยู่มาวันหนึ่ง Richard Montañez เกิดไอเดียนำข้าวโพดอบกรอบชีโตสมาผสมกับเครื่องเทศของชาวลาตินอเมริกา เขาพบว่ารสชาติดีใช้ได้ จึงนำไอเดียนี้ไปเสนอให้แก่ CEO ของ Frito-Lay ณ ตอนนั้น
.
Flamin’ Hot Cheetos จึงถือกำเนิดขึ้นมา
.
ปัจจุบันภารโรงคนนั้นได้กลายเป็น ‘นักธุรกิจ’ ทำหน้าที่ระดับสูงในองค์กรดังอย่าง PepsiCo และมี Net Worth ราวๆ 15 ล้านเหรียญ นอกจากนั้นเขายังเป็นนักเขียนและนักพูดอีกด้วย ตำนานจากยาจกสู่เศรษฐีเบื้องหลัง Flamin’ Hot Cheetos ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจชาวลาตินอเมริกา ส่งผลให้ขนมขายดียิ่งขึ้น จากที่แต่ก่อนขายดีอยู่แล้วเพราะรสชาติเผ็ดร้อนถูกปากชนกลุ่มนี้
.
สื่อหลายแขนงพูดถึงเรื่องนี้กันเกรียวกราว แต่ในเวลาต่อมามีคนสงสัยเรื่องราวดังกล่าว จึงมีการสืบสวนข้อเท็จจริง ผลพบว่าเรื่องที่นาย Richard Montañez เล่านั้นไม่ใช่ความจริง! Flamin’ Hot Cheetos ถูกคิดค้นด้วยขั้นตอนธรรมดาๆ เหมือนการออกขนมรสใหม่ทั่วไปต่างหาก!
.
แน่นอนว่าสื่อหลายเจ้าจึงนำเรื่องนี้ไปเล่า (อีกแล้ว) จากตอนแรกที่ Flamin’ Hot Cheetos ได้พื้นที่สื่อเพราะเรื่องเล่าที่เป็นแรงบันดาลใจ ตอนนี้กลับถูกพูดถึงในแง่การตีแผ่ความจริง เท่ากับว่าสินค้าตัวนี้ได้พื้นที่สื่ออีกเป็นเท่าตัว นี่อาจเป็นสาเหตุที่ Frito-Lay ไม่ได้ออกมาปฏิเสธแบบจริงจังหรือยื่นฟ้อง Richard Montañez เพราะจะมีอะไรดีไปกว่าการที่สินค้าเป็นที่พูดถึงอีก จริงไหม
.
.
การตลาดแบบเผ็ดร้อนของ Flamin’ Hot Cheetos
.
เช่นเดียวกับแบรนด์อื่นๆ บริษัท Frito-Lay มีการโฆษณาสินค้าผ่านนักร้องคนดัง เราจะเห็นซองขนมสีสันสดใสนี้บ่อยครั้งในโซเชียลมีเดีย ในมิวสิกวิดีโอ แต่ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือโฆษณาปีนี้มี “Bad Bunny” เป็นพรีเซนเตอร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ภาษาสเปนชื่อ #DejaTuHuella
.
Frito-Lay รู้ดีว่าด้วยรสชาติเผ็ดร้อน ผู้บริโภค Flamin’ Hot Cheetos ส่วนใหญ่จึงเป็นชาวลาตินอเมริกา ซึ่งมีจำนวนมากในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ การเลือกใช้แร็ปเปอร์เชื้อสายปวยร์โตริกันอย่าง Bad Bunny และเลือกสโลแกนภาษาสเปน ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ตรงใจกลุ่มผู้บริโภคอย่างมาก
.
นอกจากนั้น Flamin’ Hot Cheetos ยังบุกตลาดแฟชั่นอีกด้วย! ในกลางปี 2019 มีการร่วมงานกับแบรนด์ Forever 21 ออกแบบเครื่องสำอางและเสื้อผ้าสีสันสดใสสไตล์ Cheetos โดยเสื้อผ้าจะเน้นรูปแบบที่สวมใส่ได้ในทุกๆ วัน อย่างเสื้อยืด เสื้อกันหนาว และกางเกงขาสั้น แน่นอนว่า Frito-Lay ไม่ได้หยุดแค่นั้น ในงาน New York Fashion Week ปลายปี 2019 Flamin’ Hot Cheetos ได้ออกแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองที่มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้นและร่วมเดินแบบในงานด้วย
.
“ความนิยมของ Flamin’ Hot Cheetos ต่างกับสินค้าอื่นๆ ในบริษัทของเรา ขนมนี้มีแฟนคลับตามติดราวกับเป็นลัทธิลัทธิหนึ่งเลย เรียกได้ว่า Flamin’ Hot Cheetos ไม่ใช่แค่สินค้า ไม่ใช่แค่ขนม แต่เป็นไลฟ์สไตล์” Rachel Ferdinando ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของ Frito-Lay กล่าว
.
.
ความอร่อยจากร้านอาหาร Pop-up สู่ชุมชนม็อกบังใน Youtube
.
.
ในปี 2018 มีการปล่อยแคมเปญร้านอาหาร Pop-up ของ Flamin’ Hot Cheetos ในย่านฮอลลีวูด โดยร้านอาหารชั่วคราวนี้จัดตั้งแค่ 3 วันมีการเสิร์ฟเมนูอาหารต่างๆ ที่สร้างสรรค์โดยการใช้ชีโตสรสเผ็ดร้อนนี้เป็นส่วนผสม
.
แคมเปญดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมากจนตั๋วเข้างานขายหมดอย่างรวดเร็ว แต่ Frito-Lay ก็เอาใจแฟนๆ โดยการปล่อยสูตรอาหารลงบนเว็บไซต์ พร้อมขายส่วนผสมใน Amazon Fresh ใครที่ซื้อตั๋วไม่ทันก็สามารถทำเองได้ที่บ้าน
.
.
ความอร่อย ‘ดัดแปลงได้’ เพื่อสร้างสรรค์เมนูอาหารนี้เองเป็นจุดเปลี่ยนให้คนหันมาเอาอย่าง!
.
.
ทั้งคนธรรมดา ร้านอาหาร และยูทูบเบอร์สายม็อกบัง (Mukbang) หันมาทำเมนูเผ็ดร้อนตาม ไม่ว่าจะเป็นมันฝรั่งทอด ไก่ทอด หรือบะหมี่ ล้วนถูกนำมาคลุกผง Flamin’ Hot Cheetos ทั้งสิ้น ก่อนจะกินโชว์ให้ดูใน Youtube บ้างก็นิยมกินขนมต้นฉบับอย่างเดียวแต่ในปริมาณมาก บ้างก็จัดการแข่งขันเพื่อดูว่าใครจะกินเผ็ดได้มากที่สุด วิดีโอลักษณะนี้แพร่หลายไปทั่วโลก แม้แต่นักกินม็อกบังของไทยเองก็ร่วมเทรนด์ด้วย
.
.
นอกจากความอร่อย รสชาติเฉพาะตัว และความสามารถในการนำไปเป็นส่วนผสมแล้ว ขนมข้าวโพดอบกรอบนี้ยังมีเสียงที่น่าฟังมากๆ ด้วย! จึงเป็นที่นิยมทานกันในวิดีโอประเภท ASMR ไม่แพ้กัน
.
.
มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ Flamin’ Hot Cheetos โด่งดังจนหลายคนเรียกว่าเป็นวัฒนธรรม ตั้งแต่การสร้างกระแสในชุมชนลาตินอเมริกาด้วยเรื่องเล่าปลุกใจ การใช้คนดังโฆษณา การออกแบบเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ไปจนถึงการนำเทรนด์สร้างเมนูฟิวชัน แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือรสชาติเผ็ดร้อนนี้เองอร่อยถูกปากผู้คนเชื้อชาติอื่นๆ โดยเฉพาะชาวลาตินอเมริกาและชาวเอเชีย ที่มีจำนวนประชากรมากขึ้นเรื่อยๆ ในสหรัฐฯ
.
แล้วผู้อ่านของเรามีใครเคยลอง Flamin’ Hot Cheetos บ้าง รสชาติเผ็ดและอร่อยสมกับเป็นขนมยอดนิยมอันดับ 1 ในสหรัฐฯ จริงไหม แชร์ประสบการณ์ให้ฟังกันหน่อยนะ
.
อ้างอิง:
https://spoti.fi/3lQkfA4
https://bit.ly/3CDBpaO
https://bit.ly/3zyhKY5
https://bit.ly/3lKdvny
https://bit.ly/3EJ8ST4
.
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#marketing

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...