โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เล็บครุฑ ปะทะ หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ช่อง 7 เฉือนคม ช่อง 3 ชิงเรตติ้งละครหลังข่าว

Positioningmag

อัพเดต 27 เม.ย. 2561 เวลา 18.09 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2561 เวลา 05.00 น.

ความร้อนแรงจากละคร “บุพเพสันนิวาส” ที่เพิ่งจบลงไปพร้อมตอนพิเศษเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา ช่อง 3 ต้องรีบนำมา “รีรัน” ลงละครเย็นต่อในเดือนพฤษภาคมนี้อีกรอบ เพื่อหวังว่ากระแสที่มาเต็มของออเจ้าจะช่วยส่งต่อเนื่องมาจากละครชุดใหม่ของช่อง 3 ในขณะที่ช่อง 7 คู่แข่งหลักของช่อง 3 ก็เตรียมพร้อมจัดหนักจัดเต็มสู้ศึกรอบใหม่ครั้งนี้อย่างเต็มที่

เนื่องจากชุดละครหลังข่าว เป็นช่วงเวลาหลัก ที่มีผู้ชมทีวีสูงสุดของวัน  ที่สร้างเรตติ้ง และรายได้หลักของทั้งสองช่อง ทำให้ต่างวางกลยุทธ์สู้กันหนัก เพราะหากใครชนะในช่วงเวลานี้ มีลุ้นหนุนส่งเรตติ้งทั้งช่องพาขึ้นอันดับ 1 ได้ทันที อย่างที่ “บุพเพสันนิวาส” เคยดันทั้งช่องขึ้นเรตติ้งอันดับ 1 ในเดือนมีนาคมมาแล้ว

ในความเป็นจริง เมื่อละครเรื่องหนึ่งจบ มีละครเรื่องใหม่เข้ามาแทนที่ เรตติ้งของละครเรื่องหนึ่ง กับละครอีกเรื่องหนึ่งจึงไม่สามารถการันตี หรือส่งต่อให้กันได้ เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับ “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ละครใหม่ที่มาออกอากาศต่อจาก “บุพเพสันนิวาส” 

“หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ละครพีเรียดอิงประวัติศาสตร์ สมัยอยุธยาตอนปลาย ต่อเนื่องมาจากกรุงธนบุรี จากค่ายทีวีซีน ที่ต้องรับศึกหนักจากความคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จต่อจาก “บุพเพสันนิวาส” เปิดตัวตอนแรกวันที่ 25 เมษายน เรตติ้งอยู่ที่ 4.762  ถึงแม้ว่าจะไม่สูงมาก แต่ก็นับว่าเป็นการเปิดตัวเรตติ้งละครใหม่ได้ดีของช่อง 3 เนื่องจากเป็นละครที่มีตัวละครที่เกี่ยวข้องเยอะมาก จึงเน้นไปในแนวทางปูเรื่อง

พอมาตอนที่ 2 วันที่ 26 เมษายน “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ที่ไฮไลท์ไปที่ชีวิตของ “ขันที” ความมีจริต อารมณ์ และสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับการตรวจความเป็นชาย เรตติ้งลดลงมาอยู่ที่ 3.916

แต่ ปัจจัยแวดล้อมและการแข่งขันของแต่ละช่วงเวลา ก็มีส่วนสำคัญกระทบต่อเรตติ้งของละครแต่เรื่องด้วยเช่นกัน เป็นส่วนหนึ่งของการวางกลยุทธ์ จัดวางผัง ลงช่วงเวลาของแต่ละช่อง ที่จะต้องวิเคราะห์ว่าจะเปิดแนวรุก หรือแนวรับที่จุดไหน

กรณีของ “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” เป็นละครที่ได้รับการจับตาจากคู่แข่งมาก เพราะเป็นละครแนวพีเรียดต่อเนื่องจาก “บุพเพสันนิวาส” ทำให้ช่อง 7 จัดของแข็งที่สุดที่อยู่ในมือมาประกบ

ช่อง 7 จัดกลยุทธ์เด็ดรับ “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว”  

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย ละครที่เป็นหน้าตาของช่อง 7 คือละครบู๊ ถูกใจฐานผู้ชมช่องในระดับแมสได้เสมอ คราวนี้ช่อง 7 จึงจัด เล็บครุฑ ละครบู๊ฟอร์มใหญ่ของช่องเรื่องหนึ่งในปีนี้ มีดาราระดับพระเอกของช่อง 2 คน “ซี ศิวัฒน์ และ เอส กันตพงศ์“ มาสู้กันดุเดือดตั้งแต่ตอนแรก มาลงผังชน “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” เต็มๆ

โดย ช่อง 7 รีบตัดจบละครที่กำลังออกอากาศ “ชาติลำชี” แบบรวบรัดชนิดคนดูงงกับบทสรุปในวันสุดท้าย วันที่ 25 เมษายน เพื่อรับน้องใหม่ “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว”ที่ลงจอวันแรก และก็ได้ผลดีตามเป้าหมาย เมื่อละครตอนจบ มักจะได้เรตติ้งชนะละครตอนแรกเสมอ ทำให้เรตติ้ง “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” เปิดตัวไม่สูงดังคาดหวัง ที่ 4.762

แถมตอนต่อมาตอนที่ 2 ก็จัดละครบู๊ “เล็บครุฑ” รับลูกต่อ ทำให้ “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ที่ออกตัวตอนแรกยังไม่แรงพอ เจอกับละครใหม่สายแข็งเข้าไป เรตติ้งลดลงฮวบทันทีอยู่ที่ 3.916 “เล็บครุฑ” เปิดตัวตอนแรกไปได้สวยที่เรตติ้ง 5.534

ผลลัพธ์ที่ออกมาใน 2 ตอนแรก จึงดูเหมือนว่าเป็นชัยชนะของช่อง 7

ละครวันจันทร์ - อังคาร ฟอร์มยักษ์เจอความสดใหม่ 

ละครชุดต่อมาชุดวันจันทร์ อังคาร ช่อง 3 ปูนำมาตั้งแต่ “เงินปากผี” ละครผี  เข้ามาเสียบในผังแทนที่ “บ่วงรักซานตาน” ที่วางไว้ตั้งแต่ตอนแรก เริ่มสร้างเรตติ้งให้ช่วงละครต้นสัปดาห์วันทำงานได้ดี จนส่งต่อมายัง “คมแฝก” ละครบู๊ ที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้ แถม “คมแฝก” ยังเป็นละครที่เปิดตัวได้เรตติ้งสูงสุดของช่อง 3 ในปีนี้ โดยเปิดตัวตอนแรกวันที่ 26 มีนาคม ได้เรตติ้งที่ 5.831 แต่นั่นก็เป็นเรตติ้งสูงสุดของคมแฝกตั้งแต่ออกอากาศมาจนถึงวันที่  24 เมษายน

ในขณะที่ช่อง 7 ส่งละครดราม่า “เสน่หามายา” ในช่วงที่ช่อง 3 กำลังพีคด้วยกระแสออเจ้าและคมแฝก เมื่อไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ช่อง 7 จึงรีบตัดจบเมื่อวันที่ 24 เมษายนนี้ พร้อมเตรียมส่งละครจานด่วน แนวรักกุ๊กกิ๊ก “พันธกานต์รัก” ของนักแสดงดาวรุ่งของช่อง “แบงค์ อาทิตย์” และ “มุกดา นรินทร์รักษ์” ออนแอร์วันที่ 30 เมษายนนี้  ตามสไตล์ของช่อง 7 ถ่ายไปออนแอร์ไป โดยละครเพิ่งเปิดกล้องเมื่อเดือนมกราคมนี้

ช่อง 7 หมายมั่นปั้นมือว่า การชิงออนแอร์ล่วงหน้า เพื่อดึงคนเฝ้าหน้าจอได้ก่อนละครชุดใหม่ฟอร์มใหญ่ของช่อง 3 “ลิขิตรัก The Crown Princess” ที่มีนักแสดงเบอร์ต้นของช่อง “ณเดชน์-ญาญ่า” นำแสดง ซึ่งช่อง 3 ประกาศไปเบื้องต้นว่า จะออกอากาศวันที่ 8 พ.ค. แต่ก็เป็นเพียงกลยุทธ์หลอกล่อคู่แข่ง เพราะล่าสุดก็เลื่อนออกไปออกอากาศวันที่ 14 พฤษภาคม เพื่อให้สอดคล้องกับการออกอากาศพร้อมกันที่ประเทศจีน เพราะเรื่องนี้เป็นละครเรื่องแรกที่ช่อง 3 ขายลิขสิทธิ์ล่วงหน้าไปออกอากาศที่จีนอย่างเป็นทางการ

ชุดละครต้นสัปดาห์นี้ ช่อง 3 ฟอร์มเหนือกว่า

ชุดละครวันหยุด ช่อง 7 ทุ่มสุดตัว ส่งตัวพ่อลงจอ

ละครวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เป็นชุดละครที่ออกอากาศแบบไปเร็วมาเร็ว เพราะมีถึง 3 ตอนในแต่ละสัปดาห์ ผังช่วงนี้ช่อง 7 ครองแชมป์มาโดยตลอด ด้วยการส่ง “สัมปทานหัวใจ” ละครดราม่าแนวตบจูบ ได้ตัวพ่อ “เวียร์ ศุกลวัฒน์“ และ “ฐิสา-วริฏฐิสา” นำแสดง

ส่วนช่อง 3 มักจะส่งละครฟอร์มไม่ใหญ่จัดลงผัง เนื่องจากคนดูของช่องจะเป็นคนเมือง ไม่ค่อยอยู่บ้านในช่วงวันหยุด หลังจากจัด “บ่วงรักซาตาน” ซึ่งโดนเท มาจากชุดวันจันทร์ อังคารมาลงจอ เรตติ้งไม่ดีเท่าไรนัก ก็รีบตัดจบจากการออกอากาศทั้งหมดเพียง 10 ตอน เพื่อเริ่มละครชุดใหม่ “บ่วงรักนางซิน” แนวโรแมนติคคอมเมดี้ ที่มี “อาเล็ก ธีรเดช “ และ “พรีม รมิดา” แสดงนำ ให้ออกอากาศวันแรกวันเดียวกับ “สัมปทานหัวใจ”ของช่อง 7 วันที่ 28 เมษายนนี้ทันที แบบชนิดที่ว่า แม้จะฟอร์มเล็กกว่า ดาราเบอร์เล็กกว่า แต่ก็แอบหวังว่า จะพอช่วงชิงเรตติ้งมาได้บ้าง

ช่วงวันหยุดนี้ แรงหนุนจาก “เวียร์” น่าจะทำให้ช่อง 7 นำไปอย่างสบายๆ

ผลตอบรับของทั้ง 3 ชุดละครล็อตใหม่ของทั้งสองช่อง จะเป็นอย่างไร รีโมทในมือผู้ชมคือคำตอบ เพราะบางครั้งละครที่คาดหวังสูงก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ส่วนละครที่ไม่หวังอะไรเลย กลับกลายมาดัง ก็เคยเกิดขึ้นมาตลอดอยู่แล้ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...