โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รวบหนุ่มเมืองชลใช้ปืนจี้ชิงทรัพย์ร้านทองย่านบางพลี

77kaoded

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2564 เวลา 09.17 น. • 77 ข่าวเด็ด

https://youtu.be/3LTDsGyLNMA

ตำรวจบางพลี รวบหนุ่มเมืองชลใช้ปืนปลอมจี้ชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราช ลิขิตเฮง ตั้งอยู่ซอยลิขิต 7 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อกลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ก่อนนำทองไปขายได้กว่าครึ่งแสนก่อนหนีไปกบดานที่บ้านเกิดจังหวัดชลบุรี ซื้อยาไอซ์และยาบ้ามาเสพ แต่ไม่รอดถูกตามรวบคาบ้านพัก เจ้าตัวเผย ก่อนลงมือตระเวนดูพื้นที่และเส้นทางหลบหนีไว้ก่อนแล้ว

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 4 กรกฎาคม 2564 พ.ต.อ.วิโรจน์  ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี สมุทรปราการ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายพงษ์เพชร หรือแต้ม  มงคล อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนจี้ชิ่งทรัพย์ ร้านค้าทอง เยาวราช ลิขิตเฮง ตั้งอยู่เลขที่ 127 / 22 ซอยลิขิต 7 หมู่ 12 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 282 / 2564 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2564 พร้อมของกลางกระเป๋าคาดอกสีดำ นาฬิกาข้อมือสีเขียว และรองเท้าแตะสีขาว ซึ่งสวมใส่ไปในขณะลงมือก่อเหตุ พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิ๊ก  สีดำแดง ทะเบียน 1 ขฆ-8272  กทม. ที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุและหลบหนี อาวุธปืนปลอมแบบแม็กกาซีน จำนวน 1 กระบอก  โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 36 / 87 หมู่ 1 ต.หนองซาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้ก่อเหตุ

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 20 มิถุนายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนเข้าจี้ชิงทรัพย์ สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ภายในร้านค้าทอง เยาวราช ลิขิตเฮง ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 127 / 22 ซอยลิขิต 7 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางเข้าตรวจสอบ จากภาพกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ภายในร้านค้าทองดังกล่าว ได้พบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุไม่เกิน 30 ปี ใส่เสื้อแขนสั้นสีฟ้า กางเกงขาสั้นสั้นสีเทา ได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิ๊ก สีดำแดง ทะพเบียน 1 ขฆ-8272 กทม.มาจอดที่หน้าร้านทองดังกล่าว ก่อนเข้าไปทำทีขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทจากพนักงานในร้านทองดังกล่าว โดยผู้ก่อเหตุได้ทำทีเอาสร้อยคอทองคำเส้นดังกล่าวสวมใส่ที่คอตัวเอง ก่อนที่จะใช้มือข้างขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงออกมาขู่บังคับให้พนักงานของร้ายทองดังกล่าวถอยหลังไปและห้ามส่งเสียงโวยวาย  ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งออกจากร้านและขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหลบหนีออกไปทางปากซอยและเลี้ยวขวาออกถนนกิ่งแก้ว

จากการสืบสวนได้พบรถจักรยานยนต์คันที่ผู้ก่อเหตุใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุและหลบหนี ได้ไปจอดทิ้งไว้ในลานจอดรถห้างบิ๊กซีบางพลี  จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้และตรวจสอบผู้ครอบครอง พบว่าผู้ครอบครองชื่อนายโชคชัย มงคล จึงติดตามไปเชิญตัวนายโชคชัย มาทำการสอบสวนและให้ผู้เสียดูปรากฏว่าไม่ใช่ตัวผู้ก่อเหตุ โดยนายโชคชัย  ได้ให้ข้อมูลว่าในวันที่เกิดเหตุนายพงษ์เพชร หรือ แต้ม ได้มาขอยืมรถจักรยานยนต์ของตนไป พร้อมทั้งชี้ยืนยันภาพจากกล้องวงจรปิดว่าคนในภาพดังกล่าวคือนายพงษ์เพชร  ผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานเข้าขออนุมิติหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ออกติดตามจับกุมตัวนายพงษ์เพชร หรือนายแต้ม และทราบว่าหลังก่อเหตุนายพงษ์เพชร ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านในจังหวัดชลบุรี จึงประสานบเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ชอบเข้าทำการจับกุมตัวนายพงษ์เพชร เอาไว้ได้ที่บ้านหลังดังกล่าว ก่อนควบคุมตัวกลับมาทำการสอบสวนที่ สภ.บางพลี  จากการสอบสวนนายพงษ์เพชร ได้ให้การรับสารภาพว่า ก่อนก่อเหตุตนได้มาเที่ยวที่บ้านญาติ ซึ่งอยู่ในซอยเดียวกับร้านทองดังกล่าว ห่างกันประมาณ 100 เมตร โดยก่อนลงมาก่อเหตุตนได้ขี่รถจักรยานยนต์มาตระเวนดูก่อน และในช่วงเย็นของวันรุ่นขึ้นจึงได้ยืมรถจักรยานยนต์ของญาติมาก่อเหตุ และขี่หลบหนีเอารถไปจอดที่ห้าง บิ๊กซีบางพลี และนำทองไปขายที่ร้านทองภายในห้างดังกล่าว ได้เงินมาประมาณ 5 หมื่นกว่าบาท หลังได้เงินมาก็ไปซื้อเสื้อผ้ามาเปลี่ยนก่อนที่จะจะขึ้นรถตู้หลบหนีกลับไปบ้านเกิดในย่านบ้านบึง จ.ชลบุรี ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนอัดลม และเงินที่เหลือได้นำไปซื้อยาไอซ์และยาบ้านมาเสพ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า วิ่งราวทรัพย์ โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...