โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"บุญเติม" ติดปีกขยับสู่ธนาคารชุมชน ดีเดย์เปิด Mini ATM ทำธุรกิจการเงินครบวงจรเต็มรูปแบบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 มิ.ย. 2564 เวลา 07.02 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 07.02 น.

“บุญเติม” ติดปีกขยับสู่ธนาคารชุมชน ดีเดย์เปิด Mini ATM ทำธุรกิจการเงินครบวงจรเต็มรูปแบบ

นายพงษ์ชัย อมตานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (FSMART) เปิดเผยว่า บริษัทได้ยกระดับความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย โดยจะเปิดให้บริการถอนเงินสด (Mini ATM) ผ่าน “ตู้บุญเติม” ได้ จากก่อนหน้าประชาชนสามารถทำธุรกรรมด้านการเงินที่ “ตู้บุญเติม” จากการเป็นตัวแทนธนาคาร (แบงก์กิ้ง เอเย่นต์) เพียงการฝากเงิน/โอนเงิน และยืนยันตัวตนในการเปิดบัญชีธนาคารเท่านั้น ซึ่งการเปิดให้บริการถอนเงินสดได้ จะทำให้ “บุญเติม” เป็นตู้อัตโนมัติ ที่ให้บริการทางการเงินได้อย่างครบวงจรและสนับสนุนให้ “ตู้บุญเติม” บรรลุเป้าหมาย เสมือนเป็นสาขาธนาคารในชุมชนอย่างแท้จริง เพราะจะทำให้ประชาชนสามารถทำธุรกรรมทางการเงินที่ “ตู้บุญเติม” ได้จบครบวงจร ภายในตู้เดียว ทั้งฝาก/โอน/ถอนเงินสด และยืนยันตัวตนในการเปิดบัญชีธนาคารและในอนาคตจะเปิดให้บริการขอสินเชื่อบุคคลผ่านตู้บุญเติมด้วย ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคาร

นายพงษ์ชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ การถอนเงินสดผ่าน “ตู้บุญเติม” เป็นการถอนเงินโดยไม่ต้องใช้บัตร โดยลูกค้าเพียงกดทำรายการเลือกบัญชีที่ใช้ถอนเงินและจำนวนเงินที่ต้องการได้บน K PLUS จากนั้นใช้ K PLUS นำมาสแกน QR Code บน “ตู้บุญเติม” เพื่อรับเงินสดที่ถอน โดยสามารถถอนได้ต่ำสุดตั้งแต่ 20 บาท สูงสุดครั้งละไม่เกิน 3,000 บาท หรือ 20,000 บาท/วัน และสามารถถอนได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยการถอนเงินที่ “ตู้บุญเติม” มีความปลอดภัยมาตรฐานเดียวกับการถอนเงินที่ K-ATM และในอนาคต FSMART จะขยายความร่วมมือในการให้บริการถอนเงินสดผ่าน “ตู้บุญเติม” กับธนาคารพันธมิตรอื่นๆ อีก 5 ธนาคารที่เหลือ รวมทั้งจะเพิ่มจำนวนธนาคารที่ “บุญเติม” จะเข้าไปเป็นแบงก์กิ้ง เอเย่นต์ อีก 1-2 ธนาคาร ในระยะเริ่มต้นเฟสแรก การถอนเงินสดผ่าน “ตู้บุญเติม” เป็นการถอนเงินโดยไม่ต้องใช้บัตรผ่าน Mobile Application จากนั้นเฟสถัดไปจะรองรับการถอนเงินโดยใช้บัตรประชาชนหรือบัตรเดบิต เพื่ออำนวยความสะดวกกับลูกค้าที่ไม่ได้ใช้งาน Mobile Application และประเมินว่าการทำธุรกรรมถอนเงินสดผ่าน Mini ATM ของบุญเติมยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก แม้ตลาดจะมีแนวโน้มการใช้บริการอีเพย์เมนท์มากขึ้น แต่จำนวนธุรกรรมการถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ในระบบธนาคารปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 180 ล้านรายการต่อเดือน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับปริมาณเงินสดหมุนเวียนในประเทศ ดังนั้น หากลูกค้ามาใช้บริการถอนเงินสดที่ Mini ATM ของบุญเติมเพียงแค่ 1% เท่านั้น ซึ่งจะเท่ากับ 1.8-2 ล้านรายการต่อเดือน ซึ่งส่วนแบ่งดังกล่าวมีโอกาสเป็นไปได้สูง เทียบกับบริการรับฝากเงินที่ “ตู้บุญเติม” ซึ่งปัจจุบันมีการทำธุรกรรม 2 ล้านรายการต่อเดือน หรือราว 10% ของการฝากเงินผ่านตู้อัตโนมัติ CDM ของระบบธนาคาร ที่มีการใช้บริการอยู่ 20 ล้านรายการต่อเดือน

“คาดว่าจะมีธุรกรรมถอนเงินสดจาก “ตู้บุญเติม” ราว 2 ล้านรายการต่อเดือน ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียง กับการทำธุรกรรมฝากเงินและโอนเงินที่ “ตู้บุญเติม” ในปัจจุบัน แต่จากการศึกษาข้อมูล สถิติการทำธุรกรรม ผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารต่างๆ ในปัจจุบัน พบว่าการถอนเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มจะมีปริมาณมากกว่าการฝากเงิน ถึง 8 เท่า ดังนั้นการที่บริษัทรุกเข้าไปพัฒนาและเป็นตัวแทนธนาคาร ให้บริการถอนเงินสดผ่าน “ตู้บุญเติม” ในครั้งนี้ ทำให้แนวโน้มปริมาณการทำธุรกรรมผ่าน “ตู้บุญเติม” มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้อย่างมาก โดยในระยะเริ่มต้น คาดว่าจะมี “ตู้บุญเติม” ที่ให้บริการธุรกรรมถอนเงินสดได้ราว 200 ตู้ และจะทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีเป้าหมาย จะเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ตู้ให้เร็วที่สุด โดยจะเลือก “ตู้บุญเติม” ที่มีจำนวนหรือยอดผู้เข้ามาใช้บริการฝากเงิน/โอนเงินจำนวนสูงสุดก่อน เพื่อเป็นฐานเริ่มต้นในการเปิดให้บริการถอนเงินสด รวมทั้งพื้นที่ห่างไกล ที่ไม่มีธนาคาร หรือตู้ ATM ซึ่งคาดว่าจะช่วยทำให้ปริมาณธุรกรรมทางการเงินเติบโตปีละ 30%ในช่วง 2-3 ปีนี้ ได้ตามแผนอย่างต่อเนื่องแน่นอน” นายพงษ์ชัย กล่าว

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (FSMART) กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นกับธนาคารกสิกรไทย ในการถอนเงินสดผ่าน “ตู้บุญเติม” นี้ จะสนับสนุนให้ธุรกิจแบงก์กิ้ง เอเย่นต์ บริการทางการเงินและสินเชื่อครบวงจรของบริษัทมีการเติบโตได้อีกมาก ซึ่งจะทำให้รายได้รวมของบริษัทเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถให้บริการทางการเงินได้อย่างครบครัน ทั้งนี้ บริษัทได้วางเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจไว้อย่างชัดเจน โดยช่วง 3-5 ปี นับจากนี้ ธุรกิจการเงินครบวงจรและคาเฟ่อัตโนมัติภายใต้แบรนด์ “เต่าบิน” จะเป็น New S-Curve หรือแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญที่จะสนับสนุนให้บริษัทเติบโต อย่างก้าวกระโดด โดยตั้งเป้าให้มีการยอดการทำธุรกรรมผ่าน “ตู้บุญเติม” เติบโตปีละประมาณ 20% โดยสัดส่วนรายได้ จากธุรกิจการเงินครบวงจรจะเพิ่มเป็น 50% จากปัจจุบันที่อยู่ 20% และคาดว่าสิ้นปี 2564 จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 30%

“นับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2564 เป็นต้นไป จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญของธุรกิจการเงินครบวงจรเนื่องจากบริษัทได้เปิดตัวพันธมิตรธุรกิจใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางหรือจุดให้บริการและได้ขยายฐานลูกค้าและบริการใหม่ๆ ให้ “บุญเติม” เพิ่มขึ้น นอกจากนี้จะเพิ่มจำนวนธนาคาร ที่ “บุญเติม”จะเป็นแบงก์กิ้ง เอเย่นต์ ตัวแทนธนาคารให้อีก 1-2 แห่ง รวมถึง ล่าสุดคือการยกระดับความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย ในการเพิ่มบริการถอนเงินสด (Mini ATM) ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญของบริษัท ที่คาดว่าธุรกรรมต่างๆ จะเกิดขึ้นได้ในครึ่งปีหลัง ทำให้ธนาคารบรรลุเป้าหมายในการเป็น “ธนาคารชุมชน” ได้อย่างสมบูรณ์” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...