โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกาหลี-ฝรั่งหรือจะสู้จีน WeTV เปิดตัวปีแรกขอเป็น Top3 ของแพลตฟอร์ม OTT ไทย ตั้งเป้าผลิตคอนเทนต์น้ำดีป้อนตลาดจีน

Brandbuffet

อัพเดต 19 มิ.ย. 2562 เวลา 05.23 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2562 เวลา 05.23 น. • Brand Move !!

ส่วนสาเหตุที่เลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกของการบุกตลาดนอกจีนแผ่นดินใหญ่นั้น คุณกฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ Tencent ประเทศไทย เผยว่า เป็นผลมาจากพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยที่มากติดอันดับโลกกว่า 9 ชั่วโมงต่อวัน และเป็นการดูวิดีโอ หรือทีวีออนไลน์มากกว่า 35% ของเวลาทั้งหมด

จากพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลให้บริการของ WeTV มีโอกาสสูงที่จะช่วงชิงผู้บริโภคจากตลาดที่มีการเติบโตในลักษณะนี้

โดย Tencent ยังพบอีกด้วยว่า คอนเทนต์ที่คนไทยชื่นชอบมากที่สุดนั้น มี 3 กลุ่ม ได้แก่ ซีรีย์รักโรแมนติกคอมเมดี้, ซีรีย์ดราม่าย้อนยุค และซีรีย์แอคชั่นแฟนตาซี สะท้อนได้จากพาร์ทเนอร์ที่ WeTV จับมือในช่วงเริ่มต้น ซึ่งประกอบด้วย ช่อง One31, ค่าย GDH (เจ้าของลิขสิทธิ์ฉลาดเกมส์โกง - Bad Genius คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในจีนแผ่นดินใหญ่)

ส่วนอีกค่ายคือ Insight Technology ในฐานะผู้นำคอนเทนต์ไทยไปฉายที่จีน ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่ดูแลละครไทยที่อยู่ระหว่างการผลิตหลายเรื่อง เช่น เล่ห์เกมรัก, ฉลาดเกมส์โกง เป็นต้น

ใครคือกลุ่มเป้าหมายของ WeTV

หลังจากที่ได้ Soft Launch ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Tencent ประเทศไทยเผยว่า กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาใช้งานแพลตฟอร์ม WeTV มากที่สุดคือกลุ่มที่ชื่นชอบคอนเทนต์จากจีน โดยมีอายุระหว่าง 18 - 34 ปี หลัก ๆ เป็นเพศหญิงถึง 85% และใช้เวลาบนแพลตฟอร์มเฉลี่ย 84 นาทีต่อวัน

จากกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ฟีเจอร์ที่ Tencent มองว่าจะตอบโจทย์พฤติกรรมชาวไทยได้มากขึ้น ก็คือการเปิดให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับรายการ เช่น การคอมเม้นท์ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งนอกจากจะทำให้รายการน่าสนใจมากขึ้นแล้ว ในอีกมุมหนึ่งยังทำให้ตัว Tencent และแบรนด์สินค้าสามารถใช้ฟีเจอร์นี้เข้าถึงผู้ชมได้ด้วย (ดังภาพ)

ฟีเจอร์ของ WeTV

คอนเทนต์แบบไหนที่อยู่บน WeTV

ผู้บริหาร Tencent ประเทศไทย เปิดเผยว่า คอนเทนต์ที่อยู่บน WeTV นั้น หลัก ๆ มีสองกลุ่ม นั่นคือคอนเทนต์ของแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นระดับ A Class และ S Class กับคอนเทนต์ที่จะผลิตขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนไทย โดยในกลุ่มหลัง มีโอกาสที่จะไปฉายต่อที่ตลาดจีนได้หากเข้าเกณฑ์พิจารณาของทางประเทศ ที่ระบุว่า ต้องเป็นคอนเทนต์น้ำดี ไม่มีเรื่องผี หรือไม่มีภาพโป๊

หรือหากแยกประเภทคอนเทนต์จากที่มาแล้ว พบว่ามาจาก Tencent Penquin Pictures คิดเป็นสัดส่วนราว 60% ของคอนเทนต์ทั้งหมด และยังมีคอนเทนต์จากประเทศไทย (20%) เกาหลีใต้ (10%) สหรัฐอเมริกา (5%) และอื่น ๆ (5%) ด้วย ส่วนรูปแบบรายการพบว่ามีทั้งซีรีย์ รายการวาไรตี้ อนิเมะ สารคดี ฯลฯ ไม่ต่างจากแพลตฟอร์ม OTT อื่น ๆ

การจับมือกับพาร์ทเนอร์ไทย เช่น GDH ยังทำให้ WeTV ได้รับสิทธิ์ฉายซีรีย์ยอดนิยม "ฉลาดเกมส์โกง" บนแพลตฟอร์ม โดยปัจจุบันละครชุดดังกล่าวอยู่ระหว่างการเขียนบท และมีกำหนดจะเปิดกล้องในต้นเดือนหน้านี้

หรือกรณีการจับมือกับช่อง One31 ทาง WeTV ก็ได้สิทธิ์เผยแพร่คอนเทนต์ละครของช่องแบบ Exclusive Rerun ด้วยเช่นกัน (โดยละครช่อง One31 แบ่งออกเป็น 3 ช่วง นั่นคือ ช่วง 19.00 น., 20.00 น. และ 21.00 น. ซึ่งสิทธิที่ WeTV ได้คือช่วง 19.00 และ 20.00 น.)

ขอใช้โมเดล Freemium

โมเดลธุรกิจของ WeTV ทางคุณกฤตธีมองว่า Freemium น่าจะเหมาะสมที่สุด พร้อมให้เหตุผลว่า มาจากพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่ยอมจ่ายให้กับการรับชมซีรีย์ มากกว่าจ่ายเงินเพื่อฟังเพลง 

"เราโฟกัสที่จำนวนคนดูมากกว่ารายได้ที่จะเข้ามาในปีแรก ๆ ดังนั้น เรามองว่า freemium น่าจะเหมาะสมที่สุด"

และเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขของจีนก็พบว่า Tencent Video ก็ใช้โมเดลดังกล่าวเช่นกัน เพียงแต่เป็นสเกลที่ใหญ่กว่ามาก นั่นคือมีผู้ใช้งานรายเดือนเฉลี่ย 550 ล้านคน ในจำนวนนี้มี 89 ล้านคน หรือประมาณ 16% ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อดูคอนเทนต์แบบไม่ต้องมีโฆษณา

โดยในส่วนของการคิดค่าบริการหรือที่ Tencent เรียกว่ากลุ่ม VIP นั้น จะอยู่ที่ 139 บาทต่อเดือน และคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

เปิดกว้างพาร์ทเนอร์ แม้เป็น OTT ด้วยกันก็ไม่เกี่ยง

การมาถึงของ WeTV ในมุมของคุณกฤตธียังมองว่า ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลของแพลตฟอร์ม OTT เจ้าอื่นในไทย เนื่องจากสามารถจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กันได้ทั้งหมด

"เราเปิดโอกาสในการเป็นพาร์ทเนอร์กับธุรกิจอื่น ๆ ในประเทศไทย แม้จะเป็นแพลตฟอร์มด้วยกันเองก็รับ คือต้องบอกว่า ตลาดสตรีมมิ่งไทยยังไม่ใช่ Red Ocean ยังเป็น Blue Ocean อยู่ คนไทยใช้อินเทอร์เน็ต 9 ชั่วโมงต่อวัน และดูทีวีออนไลน์ราว 1 ใน 3 ของเวลา ซึ่งถือว่ายังน้อย เท่ากับว่าเรายังมีโอกาสอีกเยอะมากที่จะเจาะตลาดนี้"

ในอีกด้านสิ่งที่พาร์ทเนอร์จะได้จากการจับมือกับ WeTV คือ โอกาสในการบุกตลาดคอนเทนต์ที่มีผู้ชมหลายร้อยล้านคนในประเทศจีน ซึ่งที่ผ่านมาก็เป็นที่ทราบกันดีว่า การส่งคอนเทนต์ไปบุกตลาดจีนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจีนจะมีโควต้าในการเปิดรับคอนเทนต์จากต่างประเทศ ไม่ใช่เปิดรับทุกอย่างเข้าไปได้หมด

หยางหยาง กับคอนเทนต์เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ชาวไทย

จุดท้าทายผู้ผลิตคอนเทนต์ไทย อย่าจำกัดตัวเองแค่ในประเทศ

จากภาพรวมของการแข่งขันในอุตสาหกรรมสตรีมมิ่งที่นำโดยแพลตฟอร์มต่างชาติทำให้เรามองเห็นอย่างหนึ่งว่า หน้าบ้านของผู้ผลิตคอนเทนต์ไทยมีทั้งโอกาสและความท้าทายมาเคาะประตูอยู่พร้อม ๆ กัน เหตุที่บอกว่าเป็นโอกาสเพราะไม่ว่าจะเป็นเจ้าเก่าอย่าง YouTube, LINE TV, Netflix หรือเจ้าใหม่อย่าง Facebook Watch และ WeTV ทุกคนต่างหาทางสร้างความแตกต่าง เพื่อดึงผู้ใช้งานจากการรับชมรายการในแบบดั้งเดิมไปอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตกันทั้งสิ้น ซึ่งทุกวันนี้ก็มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ตอบรับ และเดินหน้าเข้าหาแพลตฟอร์มเหล่านั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ

ที่น่าสังเกตก็คือ แม้ทุกเจ้าที่กล่าวมาจะมีนโยบายผลิต Original Content และมองหาพาร์ทเนอร์ที่สามารถผลิตคอนเทนต์คุณภาพเพื่อนำไปบรรจุอยู่บนแพลตฟอร์มได้ก็ตาม แต่หากไล่เรียงดู จะพบว่าไม่ใช่คอนเทนต์ไทยทุกรายจะไปปรากฏตัวอยู่บนแพลตฟอร์มเหล่านั้นได้ เนื่องจากคุณภาพคอนเทนต์ไม่เข้ากับเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้

การบุกของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ด้านสตรีมมิ่งในวันที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป จึงอาจเป็นการส่งสัญญาณถึงผู้ผลิตคอนเทนต์ไทยกลาย ๆ ว่า ละครสายหน้าวอก กรี๊ดกร๊าดจิกตา หรือตัวร้ายกร้านโลกแบบไร้ที่มาที่ไป อาจเหลือพื้นที่ให้ยืนได้อีกไม่มากนักในโลกการแข่งขันแบบใหม่ ส่วนในมุมของผู้บริโภค ไม่แน่ว่าวันหนึ่ง เราอาจต้องขอบคุณแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เหล่านั้น ที่มาทำหน้าที่แทนหน่วยงานภาครัฐในการยกระดับคอนเทนต์ไทยก็เป็นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...