วินเซอร์ฯปรับใหญ่รอบ 50 ปี ดึงเชนสวมแบรนด์ "แกรนด์ เมอร์เคียว"
สัมภาษณ์
กว่า 50 ปีที่ “วินเซอร์ สวีทส์” โรงแรมระดับ 4 ดาว ขนาด 456 ห้องพัก ที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 20 กรุงเทพฯ เปิดให้บริการและบริหารงานในรูปแบบธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น กระทั่งเข้าสู่รุ่นที่ 3 ในปัจจุบัน
ล่าสุด “วินเซอร์ สวีทส์” ตัดสินใจลงนามกับเครือแอคคอร์ เพื่อให้ “แอคคอร์” เข้าบริหารโรงแรมแห่งนี้ พร้อมทั้งมีแผนแบรนด์ใหม่เป็นโรงแรม“แกรนด์ เมอร์เคียว แบงค็อก วินเซอร์” ภายในปี 2564
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสัมภาษณ์“ดร.วิภาภรณ์ โบว์เสรีวงศ์” และ“บัณฑิต โบว์เสรีวงศ์” รองประธานกรรมการบริษัท วินเซอร์ โฮเต็ล จำกัด และทายาทของผู้ก่อตั้งโรงแรมแห่งนี้ ถึงแนวคิดในการดึงเชนอินเตอร์เข้ามาบริหาร รวมถึงทิศทางธุรกิจในอนาคตไว้ดังนี้
“ดร.วิภาภรณ์” บอกว่า เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกเชนอินเตอร์เข้ามาบริหารหลังจากที่บริหารกันเองมายาวนานกว่า 50 ปีนั้น เนื่องจากโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ มีโรงแรมเกิดใหม่อยู่ตลอดเวลา บวกกับที่กรุงเทพฯยังคงเป็นเดสติเนชั่นยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
การยกระดับภาพลักษณ์และแบรนด์ของโรงแรมจาก 4 ดาวให้เป็น 5 ดาว ถือเป็นการจะสร้างให้โรงแรมมีศักยภาพในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ทั้งในเรื่องการให้บริการ การสร้างประสบการณ์ที่ดี รวมถึงความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าที่เข้ามาพัก
โดยการคัดเลือกเชนอินเตอร์ที่เข้ามาบริหารก็ต้องสอดรับกับทิศทางของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคตด้วย ซึ่งครั้งนี้เชนที่ทางกลุ่มวินเซอร์ฯเลือกมาคือ แอคคอร์ ซึ่งเป็นเชนที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก
ขณะที่ “บัณฑิต” ย้ำว่า แม้ว่าวินเซอร์ฯจะเอาเชนอินเตอร์เข้ามาบริหารงานให้ แต่ในแง่ของความเป็นเจ้าของนั้นทางครอบครัวก็ยังถือหุ้นอยู่ 100% เต็มเหมือนเดิม
“ที่ผ่านมาเราเติบโตด้วยศักยภาพของตัวเอง มาได้ขนาดนี้เราก็ดีใจ แต่เราก็มองว่าธุรกิจเราน่าจะไปได้ไกลกว่านี้อีก เลยคิดว่าถ้ามีพาร์ตเนอร์ที่ดี เราก็จะสามารถที่จะก้าวกระโดดได้ จากเดิมที่เราก้าวทีละก้าว”
ส่วนสาเหตุที่เลือกแบรนด์ “แกรนด์ เมอร์เคียว” นั้นเป็นเพราะว่าตลาดหลักของวินเซอร์ฯในปัจจุบันเป็นตลาดเอเชีย และก็มองว่าในอนาคตตลาดภูมิภาคเอเชียยังเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาแรงและมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่แบรนด์ “แกรนด์ เมอร์เคียว” เป็นแบรนด์ที่เกิดในเอเชียและมุ่งเน้นเจาะตลาดเอเชียเป็นหลัก
“ดร.วิภาภรณ์” ยังบอกด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญ และเป็นการลงทุนเพื่อปรับโฉมโรงแรมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีของกลุ่มวินเซอร์ฯเลยทีเดียว โดยหลังจากนี้ บริษัทจะเริ่มทยอยรีโนเวตขนานใหญ่ ทั้งในพื้นที่ส่วนกลาง ร้านอาหาร และห้องพัก เริ่มต้นตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป
โดยจะแบ่งการดำเนินการออกเป็นช่วง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสองปีต่อจากนี้ ภายใต้งบฯการลงทุนรวมประมาณ 500 ล้านบาท
ทั้งนี้ จะทยอยปรับใหญ่เป็น 2 เฟส ปิดให้บริการรอบละ 5 ชั้น กระทั่งครบทั้งหมด 456 ห้องพัก เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเปิดให้บริการในช่วง 2 ปีนี้ รวมทั้งห้องประชุมที่มีเกือบ 20 ห้อง ล็อบบี้ พื้นที่ส่วนกลาง และรูปลักษณ์ทั้งภายในและภายนอกทั้งหมดตามคอนเซ็ปต์ของแกรนด์ เมอร์เคียว
“หลังจากเราปรับโฉมครั้งใหญ่แล้วเสร็จ โรงแรมแห่งนี้จะมีความชัดเจนที่จะที่เป็น “เลเชอร์โฮเทล” เป็น “คอร์ปอเรตโฮเทล” โดยคาดหวังว่าสัดส่วนลูกค้าเราจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มีราว 40-50% และกลุ่มคอร์ปอเรตประมาณ 25% เปลี่ยนเป็นมีลูกค้าในกลุ่มคอร์ปอเรตเพิ่มขึ้นถึงราว 45-50% ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลถึงโครงสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย”
โดยเชื่อมั่นว่า หลังจากปีที่ 3 เป็นต้นไป(ปีที่ 1-2 เป็นช่วงการรีโนเวต) โรงแรมแห่งนี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากรายได้ปัจจุบันที่เฉลี่ยราว 400 ล้านบาทต่อปีได้อีกราว 25-30%
อีกทั้งเชื่อมั่น “แกรนด์ เมอร์เคียว แบงค็อก วินเซอร์” จะมีศักยภาพในการแข่งขัน เติบโต และก้าวเดินไปข้างหน้าได้ดียิ่งขึ้น