“วาดิรัม” ทะเลทรายแห่ง อะลาดิน, สตาร์ วอร์ส, ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส และอื่น ๆ อีกมากมาย
ดินแดนตะวันออกกลางอย่างจอร์แดนนั้น ออกจะอัตคัดขุมทรัพย์ใต้ดินสักหน่อยหากเปรียบเทียบกับบรรดาประเทศเศรษฐีน้ำมันทั้งหลายในภูมิภาคเดียวกัน แม้ว่าร่ำรวยไม่เท่าเพื่อนบ้าน แต่ทว่าสิ่งที่จอร์แดนมั่งคั่งและโดดเด่นไม่เป็นรองใคร คือ การท่องเที่ยว ซึ่งมีจุดขายเรื่องภูมิประเทศน่าตื่นตาตื่นใจ รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมแห่งดินแดนตะวันออกกลางที่ตกทอดมานับพันปี
อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่จอร์แดนเป็นประเทศแนวหน้าให้คนทั่วโลกไปเยือน นั่นคือ เรื่องความปลอดภัย
หากลองพิจารณาจากภูมิศาสตร์ที่ตั้งของประเทศ ดินแดนแห่งนี้รายล้อมด้วย อิสราเอล ซีเรีย เลบานอน อิรัก และซาอุดิอาระเบีย บางประเทศพร้อมจะฮึ่ม ๆ ก่อสงครามใส่กันได้ บ้างก็เป็นประเทศที่มีเหตุสงคราม เหตุก่อการร้าย ไม่ว่างเว้น โดยมีจอร์แดน เป็นไข่แดงอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี แต่ปัจจัยนี้กลับทำให้จอร์แดนทำหน้าที่คล้ายกับรัฐกันชน ไม่เป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้น ขอทำมาหากินของฉันดีกว่า จึงกลายเป็นเซฟโซนที่นักท่องเที่ยวยังพออุ่นใจได้กว่าประเทศรอบ ๆ
เกริ่นมายืดยาว เพื่อให้เห็นภาพว่า เหตุใดประเทศในดินแดนตะวันออกกลางแห่งนี้ จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก แม้แต่ชาวอเมริกัน และชาวยุโรป ที่มักจะหวาดผวากับการไปเยือนภูมิภาคนี้ ก็ไม่ต้องกังวลใจ (ดังนั้นคนไทยก็หายห่วง) ซึ่งสิ่งที่พิสูจน์ได้ชัดเจน คือ บรรดากองถ่ายภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่อง ต่างใช้สถานที่ในจอร์แดนถ่ายทำ และหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตตลาดกาล ก็คือ ทะเลทราย “วาดิรัม” นั่นเอง
วาดิรัมเป็นทะเลทรายทางตอนใต้ของประเทศจอร์แดน ตั้งอยู่ในเขตเมือง Aqaba วาดิรัมมีสถานะเป็นพื้นที่อนุรักษ์ และได้รับการรับรองจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติอีกด้วย ความกว้างใหญ่ไพศาลของทะเลทรายสีเพลิง กินพื้นที่มากถึง 720 ตารางกิโลเมตร และด้วยภูมิประเทศที่แปลกประหลาดตาของผืนทรายแดงอมชมพู ที่เต็มไปด้วยผืนทราย มีพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่ทานทนกับสภาพอากาศบริเวณนั้นได้ ปรายตาไปให้รอบ คุณจะเห็นโตรกผามหึมา ภูเขาหินขนาดยักษ์ ผิวขรุขระสูงทะมึนไปรอบทิศแบบที่มนุษย์ไม่อาจสร้างเลียนแบบได้ ผืนทรายกว้างเวิ้งว้างไปสุดลูกหูลูกตา จึงมีชื่อเรียกภาษาอารบิกมีความหมายว่า Valley of the Moon หรือ *หุบเขาแห่งดวงจันทร์ *
แม้ว่า วาดิรัม เป็นความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติรังสรรค์ไว้บนผืนพิภพ แต่ความแปลกประหลาดของภูมิทัศน์ ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่สื่อว่าเป็นดวงดาวนอกโลกบ่อยครั้ง จึงมีฉายาอย่างไม่เป็นทางการอีกแบบที่นักท่องเที่ยวมักขนานนามว่า ดาวอังคาร
ความจริงแล้ว จุดเริ่มต้นของความโด่งดังที่ทำให้ทั่วโลกรู้จักวาดิรัม มาจากภาพยนตร์คลาสสิคในอดีตเรื่อง Lawrence of Arabia (1962) แต่ถ้าล่าสุดซึ่งกำลังโด่งดังเป็นพลุแตก ก็คือ Aladdin (2019) ดินแดนอาหรับเวอร์ชันล่าสุดที่แม้จะใช้วาดิรัมปรากฏให้เห็นแบบแวบ ๆ แต่ก็ถือว่าฉายภาพความงามได้คุ้ม
อย่างไรก็ตาม ภาพของวาดิรัม ที่เห็นผ่านจอภาพยนตร์ได้ชัดเจนสุด กลับกลายเป็นภาพยนตร์ที่สื่อว่าวาดิรัมเป็นดาวอังคารนั่นแหละ นั่นคือ The Martian (2015) ภารกิจเอาชีวิตรอดในดาวอังคารของแมตต์ ดามอน นอกจากนี้หนึ่งในแฟรนไชส์ที่ชอบมาถ่ายทำที่นี่ยังมี Star Wars อีกเรื่อง (รวมถึงภาคที่กำลังจะฉายปลายปีนี้ อย่าง The Rise of SkyWalker ด้วย)
สำหรับการเที่ยวชมทะเลทรายกว้างผืนนี้ อย่าได้ทำซ่าปีกกล้าขาแข็งด้วยการดุ่ม ๆ ไปเที่ยวเอง เพราะถ้าหลงในทะเลทรายแล้วจะไม่คุ้มแน่ ๆ วิธีที่ดีที่สุด คือ ติดต่อหาบริษัทนำเที่ยวในท้องถิ่นจอร์แดน จากเมืองหลวง กรุง Amman หรือ เมือง Aqaba แล้วให้ไกด์นำคุณไปตะลอน ๆ บนผืนทรายจะดีกว่า
เมื่อไปถึงวาดิรัมแล้ว ก็มีโปรแกรมทัวร์ให้เลือกสรร ตามงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการขี่อูฐ ขี่ม้า นั่งรถจี๊ป นั่งระกระบะโฟร์วีลส์ ท่องทะเลทราย ชมวิวสวย ๆ ชมพระอาทิตย์ตก รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ของสายแอดเวนเจอร์ เช่น ปีนเขา เป็นต้น แต่ทั้งนี้ ถ้าจะให้ได้อรรถรสต้องลองไปนอนเต็นท์กลางทะเลทรายดูสักคืน มองดูดาวระยิบระยับกลางทะเลทราย ใช้ชีวิตแบบชาวเบดูอิน หรือชนเผ่าโบราณที่อยู่คู่ดินแดนทะเลทรายมาเนิ่นนาน
แล้วคุณจะรู้ ว่าทำไมใครต่อใครจึงหลงใหลและมาเยือนทะเลทรายแห่งนี้ไม่เคยขาดสาย
ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการท่องเที่ยว http://wadirum.jo