เจาะลึก "กมลศักดิ์ เลิศไพบูลย์" ปลดล็อค "รังนกแอ่นบ้าน" ใต้ดินสู่บนโต๊ะ
สัมภาษณ์
หลังผลักดันต่อสู้กันมาอย่างยาวนานของผู้ประกอบการธุรกิจเก็บรังนกนางแอ่นที่เลี้ยงตามบ้าน หรือที่เรียกว่า “รังนกบ้านหรือรังนกคอนโด” ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในที่สุด พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฉบับแก้ไขใหม่ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 โดยมีการแก้ไขมาตรา 14 ระบุให้ผู้เลี้ยงรังนกบ้านสามารถยื่นขอ“ใบอนุญาต” เก็บและครอบครองได้อย่างถูกต้อง จากที่ผ่านมาธุรกิจรังนกมูลค่าหมื่นล้านบาทต้องทำกันแบบใต้ดิน “ลักลอบ” ส่งออกไปจีน “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “กมลศักดิ์ เลิศไพบูลย์” นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกแอ่น (ประเทศไทย) ถึงทิศทางธุรกิจต่อจากนี้
สถานการณ์รังนกบ้าน
ที่ผ่านมายังไม่มีกฎหมายรองรับต้องอยู่ใต้ดิน แต่สมาคมพยายามรวบรวมและเสาะหาข้อมูลกันพบว่า การเลี้ยงรังนกบ้านตอนนี้กระจายไปเกือบ 50 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจังหวัดที่มีการเลี้ยงกันมาก ได้แก่ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคอีสาน ไม่ใช่ภาคใต้แล้ว มีบ้านรังนกประมาณ 10,000 หลัง มีผลผลิต 10 ตันต่อเดือน หรือ 120 ตันต่อปี ที่ผ่านมาซื้อขายกันในลักษณะใต้ดินส่งออกไปจีน ทางสมาคมจึงผลักดันให้เกิดตลาดประมูล 13 แห่ง เช่น ปัตตานี หาดใหญ่ (สงขลา) กระบี่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบ ราชบุรี กทม. แกลง (ระยอง) จันทบุรี ตราด ราคาขายรังนกดิบประมาณ 25,000 บาทต่อ กก. มีเงินเคลื่อนไหวผ่านลานประมูลประมาณ 3,000 กว่าล้านบาทต่อปี
พ.ร.บ.สงวนฯแค่ด่านแรก
ยังดีกว่าที่ผ่านมาไม่ถูกกฎหมายเลย ตอนนี้หนักใจเรื่อง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เรื่องบ้านรังนก เพราะตัวบ้านมีการต่อเติมไม่ได้รับอนุญาต บางรายขออนุญาตก็เลี่ยงขอเป็นบ้านอยู่อาศัย เป็นการใช้อาคารผิดวัตถุประสงค์ ยกตัวอย่าง บางหลังเป็นอาคาร 3 ชั้น แต่มีการต่อเติมเป็น 6 ชั้น นอกจากนี้ ในส่วนของ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เรื่องเหตุรำคาญ กลิ่น เสียง พาหะนำโรค จะพันไปถึง พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ศ. 2562 หากมีการตีความว่า “อาคารบ้านนก” เป็น “อาคารเลี้ยงสัตว์” อยู่ในชุมชนไม่ได้ ไม่ใช่พื้นที่สีเขียว ปัญหาเหล่านี้ทางกรรมการสมาคมเห็นชอบให้ทำหนังสือขอหารือไปถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ตอนนี้ พ.ร.บ.สงวนฯยังไม่มีผลบังคับใช้ มีคนเลี้ยงแห่สร้างคอนโดรังนกกันเป็น 100 หลังต่อเดือนแล้ว
รอวิธีปฏิบัติกฎหมายลูก
พ.ร.บ.สงวนฯมีผลบังคับใช้วันที่ 29 ธันวาคม 2562 ตอนนี้สมาคมพยายามผลักดันให้นำร่างกฎหมายลูกที่เสร็จแล้วมาทบทวน และทำประชาพิจารณ์ให้เสร็จทันก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ สาระสำคัญของกฎหมายลูก เช่น การยื่นขอใบอนุญาตเก็บและครอบครองรังนก โดยใช้บ้านเลขที่ ขนาดของบ้านรังนกระบุมา ส่วนการต่อใบอนุญาตสมัยร่างกฎหมายลูกและได้ทำประชาพิจารณ์ครั้งที่ 1
สรุปว่า จะให้ดำเนินการทุก 3 ปี แต่ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ สำหรับค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแบ่งออกเป็น 2 ขนาด คือ ขนาดบ้านที่มีพื้นที่เกิน 1,600 ตร.ม. กับบ้านที่มีขนาดไม่เกิน 1,600 ตร.ม. โดยค่าธรรมเนียมประมาณ 1,000 กว่าบาทต่อหลัง/ต่อใบอนุญาต
ยอดส่งออกจีนโตอีกมาก
การส่งออกจีนไม่ใช่เรื่องง่าย หลังกฎหมายบังคับใช้ โรงงานที่อยากส่งออกไปจีนต้องไปขึ้นบัญชีกับกรมปศุสัตว์ เพื่อรอให้จีนมาตรวจรับรองโรงล้างรังนก และต้องซื้อรังนกจากบ้านที่ผ่านการตรวจรับรอง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งกระบวนการล้างรังนกส่งจีน ถ้าจะปรับให้ได้มาตรฐานจีนต้องลงทุนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ต้องคิดให้ครบทั้งระบบ ขั้นตอนการส่งออกจีนค่อนข้างยุ่งยาก ต้นทุนสูงมาก โดยเฉพาะการตรวจสอบย้อนกลับ ทำให้ปัจจุบันไทยมีโรงงานเพียง 2 แห่งที่ผ่านการตรวจรับรองจากจีน ได้แก่ บริษัทสยามรังนกทะเลใต้ มีโควตาส่งออก 100 กิโลกรัม/เดือน กับบริษัทสยามรังนก สากล มีโควตาส่งออก 9 กิโลกรัม/เดือน ซึ่ง 2 รายเป็นผู้ได้สัมปทานรังนกถ้ำ ซึ่งคาดว่าส่งออกได้ไม่เกิน 500 กิโลกรัมต่อปี ตอนนี้สมาคมมีสมาชิก 200 กว่าราย ทั้งโรงล้าง และบ้านรังนก คิดว่าโรงล้างคงมีไม่ถึง 10 แห่งที่จะผ่านมาตรฐานจีน หากใครอยากยกระดับการส่งออก ช่วงปลายเดือนสิงหาคม ทางสมาคมได้ร่วมกับกรมปศุสัตว์เตรียมจัดสัมมนาเรื่องบ้านรังนก ทำอย่างไรให้สามารถส่งออกได้
ตลาดอื่นนอกจากจีน
การส่งออกตลาดประเทศอื่นง่ายกว่าจีนมาก และได้ราคาใกล้เคียงกับส่งออกจีน ประมาณ 70,000-80,000 บาทต่อ กก. คนจีนรับไปขายต่อเพิ่มเป็น 3-4 แสนบาทต่อ กก. ส่งออกสหรัฐอเมริกา ราคาใกล้เคียงกัน ที่ผ่านมาส่งออกไปตลาดอเมริกาก็เป็นแบบใต้ดินเหมือนส่งออกไปจีน แต่หากเทียบกับราคารังนกบ้านของมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ขายกันราคา 3-4 แสนบาท แต่เราคงจะเทียบกับรังนกถ้ำเกรดพรี่เมียม ราคา 9 แสนบาทต่อ กก.ไม่ได้ ผมมองว่าเราสามารถส่งออกไปขายไชน่าทาวน์ที่อยู่ในประเทศต่าง ๆ เช่น ไชน่าทาวน์ในประเทศสหรัฐอเมริกา รังนกไทยส่งออกไป 100 ตัน ขายหมดแน่นอน และไม่มีระบบการตรวจสอบย้อนกลับ โรงงานแค่ผ่านมาตรฐาน GMP ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย และมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ แต่วัตถุดิบเราถูกกฎหมายก็ตรวจสอบย้อนกลับได้ ราคาใกล้เคียงกัน การตรวจสอบไม่ยุ่งยาก
ตอนนี้คิดว่าโรงงานที่อยากล้างส่งออก ต้องมาดูแลการสร้างบ้านให้ถูกกฎหมายด้วย เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ และอาจจะตั้งกติกาซื้อจากบ้านที่ไม่มีมาตรฐานกับบ้านที่ได้มาตรฐานคนละราคา เพื่อจูงใจ
จัดโซนนิ่งคอนโดรังนก
ตอนนี้หลักการของสมาคมอยากให้ไปสร้างที่สวนเกษตร จะได้ช่วยกำจัดแมลง ถ้าสร้างในพื้นที่สวนเกษตรของตัวเอง ควบคุมดูแลนกได้ เพราะนกบินไม่สูง สร้างอาคารขนาด 1-2 ชั้นก็พอแล้ว