โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ดูแลรักษายังไงดี ?

GedGoodLife

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2563 เวลา 11.38 น. • Ged Good Life ชีวิตดีดี

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) เป็นลักษณะอาการทางผิวหนังที่มีการอักเสบเรื้อรัง สามารถพบได้ในคนทุกวัย แต่พบบ่อยที่สุด ประมาณร้อยละ 15-30 ในเด็ก ซึ่งก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ลักษณะดังกล่าว เป็นลักษณะทางพยาธิสภาพทางกายภาพของแต่ละบุคคล ซึ่งในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของอาการดังกล่าวนี้ แต่เชื่อว่าเกิดจากสาเหตุหลายปัจจัยร่วมกัน อาทิเช่น ระบบภูมิคุ้มกัน (immunological factors) ที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ทางผิวหนัง มักมีบิดามารดา หรือญาติใกล้ชิดเป็นโรคในกลุ่มภูมิแพ้ เช่น หอบหืด แพ้อากาศ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังร่วมด้วย

อาการสำคัญที่สังเกตได้ชัดคือ

- จะมีผิวหนังแห้ง แดง อักเสบ ในบริเวณตำแหน่งที่จำเพาะเจาะจง และมีอาการคันมาก

- ผิวหนังจะไวต่อสิ่งกระตุ้นภายนอกก่อให้เกิดผื่นขึ้นเป็น ๆ หาย ๆ อันเนื่องมาจากความผิดปกติของการสร้างเซลล์ผิวหนัง ไขมันระหว่างเซลล์ และความผิดปกติของการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ ในชั้นหนังกำพร้า ทำให้ผิวไวต่อสภาพแวดล้อม เช่น

  • แสงแดด ความร้อน
  • ความเย็น
  • เหงื่อ
  • สารเคมีที่ระคายเคืองต่าง ๆ
  • เชื้อโรค

และทำให้มีการตอบสนองที่ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เกิดกระบวนการอักเสบของผิวหนังเพิ่มขึ้น และอาจเป็นบ่อย และถี่ขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม ทั้งจากภายนอกดังที่กล่าวมาแล้ว

- จากภายในเช่นความเครียด ความวิตกกังวล

- การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยทำให้เกิดอาการที่รุนแรงมากขึ้นหรือยาวนานขึ้นได้

ซึ่งพบว่าผู้ที่มีอาการลักษณะดังกล่าวนี้ มักจะเป็น ๆ หาย ๆ ไม่สามารถขจัดอาการให้หมดไปได้โดยสิ้นเชิง ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดที่ควรทำคือการดูแลรักษาสุขภาพ และควบคุมปัจจัยทั้งภายใน และภายนอก ที่มีผลทำให้อาการกำเริบ หรือทวีความรุนแรงมากขึ้น

ซึ่งในวันนี้ เราก็ได้มีวิธีการดูแลรักษาประคับประคองอาการที่ได้การพิสูจน์มาแล้วจากผู้มีประสบการณ์ และผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้นมาตามไปชมกันได้เลย

1. เพิ่มความสบายให้ผิวโดยการวางผ้าเปียกบนบริเวณผิวที่คัน

เรื่องเล็ก ๆ ไม่อาจมองข้าม ที่สามารถช่วยลดความรำคาญจากอาการคันที่ผิวหนังได้อย่างดี คือการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังอย่างเป็นธรรมชาติ น้ำสะอาดในอุณหภูมิห้องปกติ ชุบบนผ้าสะอาด ๆ นำมาวางบริเวณผิวที่มีอาการ สามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายผิวให้กับคุณได้อย่างคาดไม่ถึง

2. อาบน้ำเย็นจากฝักบัวเพื่อบรรเทาอาการหากมีอาการรุนแรง

สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่พบบ่อย คือ การอาบน้ำที่กระตุ้นให้การทำงานของชั้นผิวหนังกำพร้ามีความผิดปกติ อาบน้ำร้อน อาบน้ำบ่อย อาบน้ำนานเกินไป ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ง่าย

ดังนั้นผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ผิวหนัง จึงควรสังเกตอาการตนเองอย่างสม่ำเสมอว่ารูปแบบในการชำระล้างร่างการของตนเองมีผลทำให้อาการภูมิแพ้ผิวหนัง ดีขึ้นหรือแย่ลง

3. สวมเสื้อผ้าสบาย ๆ ที่ทำจากฝ้าย ลดการระคายเคืองได้

หลายคนอาจะพบว่าอาการภูมิแพ้บริเวณผิวหนังไม่ได้ปรากฎอยู่เพียงบริเวณใบหน้า แต่ยังสามารถพบได้โดยทั่วไปบริเวณผิวหนังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะในบริเวณผิวที่บอบบาง มีการเสียดสีบ่อย เช่นข้อมือ ข้อพับ หรือตามลำตัวแขนขา ต่าง ๆ

ดังนั้นการเลือก สวมเสื้อผ้าสบาย ๆ ที่สบาย ๆ ทำจากเส้นใยธรรมชาติเช่น ฝ้าย เลือกใช้เสื้อผ้าเนื้อนุ่ม โปร่ง ใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่ควรใส่เสื้อขนสัตว์ ผ้าเนื้อหนาหยาบจนเกินไป เพื่อลดการอับเหงื่อ ก็สามารถช่วยลดการระคายเคืองได้

4. สร้างบรรยากาศภายในบ้านให้โปร่งโล่งสบาย

สิ่งแวดล้อมในบริเวณที่พักอาศัย ส่งผลโดยตรงต่ออาการภูมิแพ้ผิวหนังของคุณ ไรฝุ่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ หรือแม้แต่อุณหภูมิในห้องที่ ร้อนชื้น หรือ เย็นแห้งมากจนเกินไป สามารถทำให้อาการคัน ผื่นแดง มีความรุนแรงมากขึ้น

ดังนั้นการดูแลรักษาความสะอาดภายในที่พักอาศัยให้ มีความปลอด โปร่งโล่งสบาย อยู่ตลอดเวลา ก็จะสามารถช่วยให้อาการภูมิแพ้ผิวหนังของคุณไม่กลับมากวนใจได้บ่อยนัก

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

5. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวของคุณมีอาการคัน

You are what you eat แน่นอนว่าอาหารที่เราบริโภคเข้าสู่ร่างกายในแต่ละมื้อนั้นส่งผลโดยตรงกับปฎิกริยาการตอบสนองทางร่างกาย บ่อยครั้งที่เราพบว่า อาหารบางชนิด เช่น นมวัว ผลิตภัณฑ์จากนมวัว ไข่ แป้งสาลี อาหารทะเล ถั่วเป็นต้น สามารถกระตุ้นให้ผื่นกำเริบได้

ดังนั้น สำหรับผู้ที่พบว่าอาการภูมิแพ้ผิวหนัง ของตนเองมีความเกี่ยวข้องกับอาหารบางชนิดแล้วละก็ ควรสังเกต และหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นๆ เพื่อลดโอกาสในการแพ้ของคุณ

6. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักทำความสะอาดเสื้อผ้าทางชีวภาพ ที่ปราศจากสารตกค้าง

เช่นเดียวกับอาหาร สารเคมีหรือสารระคายเคืองผิว เช่น น้ำลาย ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำหอม สารกันบูด สามารถเป็นสาเหตุสำคัญกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ทางผิวหนังมากขึ้นได้

ดังนั้น หากพบว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอาการไวต่อการแพ้การสัมผัสสารเคมีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเสื้อผ้าแล้วละก็ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่ปราศจากสารตกค้าง ก็จะช่วยปกป้องคุณให้ห่างไกลจากอาการแพ้มากวนใจได้

7. สวมถุงมือปกป้องสารก่อการระคายเคืองเมื่อทำงานบ้าน

รวมถึงในกรณีที่ต้องมีการสัมผัสกับสารเคมีที่ใช้ในการทำความสะอาดดูแลบ้าน ควรสวมใส่ถุงมือที่ได้มาตรฐาน ปราศจากสารก่ออาการแพ้และระคายเคืองต่าง ๆ ในทุกครั้ง และควรนำถุงมือ หรือเครื่องป้องกันนั้นไปทำความสะอาด และผึ่งให้แห้ง สนิท ก่อนนำกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้ง เท่านี้ก็จะช่วยปกป้องผิวคุณให้มีความแข็งแรงต้านทานจากอาการภูมิแพ้ได้ดียิ่งขึ้น

8. ดูแลรักษาความสะอาด ตัดเล็บให้สั้น เพื่อให้ทำร้ายผิวของคุณน้อยลงเมื่อมีการเกา

ในหลายคนปัญหาจากอาการมีผื่นแดงที่บริเวณผิว อาจไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่เท่ากับอาการคันที่ต้องทำให้เกา จน บางครั้งเกิดบาดแผล และการอักเสบลุกลามบริเวณผิวหนังตามมา

ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ทางผิวหนังแล้วละก็ ควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาด ตัดเล็บให้สั้น เพื่อให้ทำร้ายผิวของคุณน้อยลงเมื่อมีการเกา ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรตระหนักรู้ เพราะ บาดแผลที่เกิดจากการเกาอาจทิ้งร่องรอยดำอันไม่พึงปรารถนาไว้กับผิวคุณไปอีกนาน

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

9. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงความชุ่มชื้นของผิวมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวตนเอง หรือทายาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัวในกรณีที่มีอาการรุนแรง

สำหรับผู้ที่เผชิญกับปัญหาอาการ ภูมิแพ้ผิวหนัง มายาวนาน คงทราบดีว่าการดูแลผิวหนังให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ เช่น การทามอยส์เจอไรเซอร์หลังอาบน้ำทันที อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเลือกสารให้ความชุ่มชื้นผิวหนังชนิดที่อ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา มีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง ที่จะช่วยควบคุมอาการแพ้ให้อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ

ดังนั้นคุณควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงความชุ่มชื้นของผิวมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ปราศจากน้ำหอมหรือสารเจือปน และในกรณีที่มีอาการรุนแรงควรรีบไปพบแพทย์ และปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เท่านี้ ปัญหา ภูมิแพ้ผิวหนัง ของคุณก็จะควบคุมให้ดีขึ้น และไม่ก่อกวนจิตใจยาวนาน

10. จัดการกับความตึงเครียด ฝึกอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่สม่ำเสมอ

และคำแนะนำสุดท้าย ซึ่งมีผลต่อสุขภาวะทางจิตใจ ภายในโดยตรง ที่เชื่อมโยงก่อให้เกิดผลทางกายภายนอก นั้นก็คือ การจัดการกับความตึงเครียดในชีวิตประจำวัน มลภาวะ ความเร่งรีบ หน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญ ทำให้เกิดสภาวะเครียดได้ง่ายโดยที่บางท่านอาจจะยังไม่ทันรู้ตัว

ดังนั้น ควรหมั่น ฝึกอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่สม่ำเสมอ ด้วยเทคนิควิธีการที่คุณชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการหางานอดิเรกที่เพลิดเพลินใจทำ การเล่นกีฬาเบา ๆ เช่นโยคะ หรือแม้แต่การฝึกสมาธิสร้างความรู้สึกสงบจากภายใน ก็เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยทำให้คุณอยู่กับอาการภูมิแพ้ทางผิวหนังไปได้โดยไม่รู้สึกเป็นส่วนเกินอีกต่อไป

"Expert ดีดี" โควิด-19 ไอ หวัด ปวดท้อง ภูมิแพ้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...