โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงลุงฉลวย

รักบ้านเกิด

อัพเดต 08 ก.ค. 2563 เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2563 เวลา 07.44 น. • รักบ้านเกิด.คอม

จันทบุรีจังหวัดชายฝั่งตะวันออกของไทยที่อยู่ห่างกรุงเทพฯ ไม่กี่ร้อยกิโล ขับรถไปตามเส้นทางจันทบุรี-แกลง เจอสี่แยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไปทางคุ้งวิมาน-หาดเจ้าหลาว ประมาณ 5 กิโลเมตร สังเกตป้ายขนาดใหญ่ริมทางเพื่อบอกปากทางเข้าสวน ซึ่งเป็นซอยเล็กๆ ตรงเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีป้ายติดปากทางเข้าสวนว่า "สวนลุงฉลวย" ยินดีต้อนรับ ซึ่งลุงฉลวย จันทแสง เป็นปราชญ์ชาวบ้าน ต.รำพัน อ.ท่าใหม่ เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มผลิตผักและผลไม้ให้มีคุณภาพและปลอดภัย ช่วงหน้าผลไม้ออกผลเมื่อเดินเข้าไปภายในสวนจะพบความร่มรื่นของไม้ผลนานาชนิด ทั้ง เงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง ที่กำลังให้ผลผลิตอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเงาะมีสีแดงอร่ามเต็มทุกต้น เช่นเดียวกับลองกองที่เริ่มสุกงอมพร้อมจะเก็บเกี่ยวได้ทันที ระหว่างเดินชมสวนจะเห็นพืชสมุนไพรนานาชนิดไม่ว่าจะเป็นพริกไทย พริกขี้หนูสวน กระวาน โหระพา ข่า ตะไคร้ ปลูกแซมระหว่างไม้ผลเต็มไปหมด

Plant/7242_1.jpg

"ลุงฉลวย เกษตรกรดีเด่นแห่งเมืองจันทบุรี มีทุกวันนี้ เพราะเดินตามรอยพ่อ"
ฉลวย จันทแสง ปราชญ์เกษตรในวัยใกล้ 70 ปี ย้อนอดีตให้ฟังระหว่างพาเยี่ยมชมสวน ก่อนพบทางสว่างด้วยการดำเนินรอยตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการเข้าไปศึกษาเรียนรู้วิถีเกษตรแบบยั่งยืน ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก หลังต้องประสบปัญหาและต่อสู้กับ การทำเกษตรบนผืนดินที่ไม่เหมาะต่อการเพาะปลูกพืช แต่เนื่องจากไม่มีความรู้จึงทำให้ต้องอาศัยสารเคมีเข้าช่วยและอาศัยการทำเกษตรแบบลองผิดลองถูกมานานกว่าครึ่งชีวิตหลังจากโค่นต้นยางพาราระยะแรกจะปลูกทุเรียนอย่างเดียว เป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งช่วงแรกก็ดีเพราะเราใช้สารเคมี มีทั้งปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า ยากำจัดศัตรูพืช แต่พอผ่านไปเป็น 10 ปี สารเคมีก็ออกฤทธิ์ทำให้ดินเริ่มเสื่อมโทรม ส่งผลให้ทุเรียนก็เป็นโรครากเน่า โคนเน่า ผลผลิตจึงเสียหาย
ในปี 2544 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ชื่องาน "เกษตรยั่งยืน พลิกฟื้นวิถีไทย" โดยการรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาพึ่งพาตนเองด้วยวิธีต่างๆ พอได้ฟังการเสวนาจึงเห็นด้วย และได้ข้อคิด ปัจจุบันลุงฉลวยและครอบครัวใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่พื้นที่ทำกินของตนเอง ซึ่งปลูกไม้ผลที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ รวมถึงพืชผักสวนครัวเกือบทุกชนิด เรียกว่าทำกับข้าว ครั้งหนึ่งแค่วิ่งออกมานอกบ้านไม่กี่ก้าวก็ได้ผักได้พริกเครื่องเทศเครื่องปรุง ไปซื้อแค่เนื้อในตลาดก็มีกินแล้ว

Plant/7242_2.jpg

ปัจจุบันลุงฉลวยและครอบครัวใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่บนพื้นที่ทำกินของตนเอง ซึ่งปลูกไม้ผลที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ รวมถึงพืชผักสวนครัวเกือบทุกชนิด เรียกว่าทำกับข้าว ครั้งหนึ่งแค่วิ่งออกมานอกบ้านไม่กี่ก้าวก็ได้ผักได้พริกเครื่องเทศเครื่อง ปรุง ไปซื้อแค่เนื้อในตลาดก็มีกินแล้ว ส่วนผลผลิตหลักคงหนีไม่พ้นทุเรียนที่ลุงเฝ้าดูแลมาอย่างยาวนาน ยิ่งเมื่อนำสูตรการทำปุ๋ยอินทรีย์มาใช้บำรุงต้นไม้แล้ว ผลผลิตยิ่งเจริญงอกงาม จนทำให้ลุงฉลวยได้รับรางวัลชนะเลิศงานประกวด มหกรรมทุเรียนโลกจันทบุรีมาแล้ว 2 ปีซ้อน
++ การให้บริการ ++
-เรือนรับรอง-เรือนนอน /ห้องน้ำ
-บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย มีไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะรวม
++ กิจกรรมภายในศูนย์ ++
- ฐานเรียนรู้แปลงเกษตรผสมผสาน
- ฐานศึกษาเรียนรู้วิถีเกษตรแบบยั่งยืน
- ขับรถATV เที่ยว ชม ชิม ผลไม้ รอบศูนย์การเรียนรู้
- การผลิตพืชผักและผลไม้ให้มีคุณภาพ และปลอดภัยจากสารพิษ
- การใช้ปุ๋ยพืชสด
- การผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพแห้ง
- การทำน้ำชีวภาพและสารสกัดจากพืช ป้องกันกำจัดแมลงขึ้นใช้เอง เพื่อลดต้นทุนการผลิต

Plant/7242_3.jpg

สำหรับเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจต้องการไปเที่ยวแหล่งเรียนรู้เชิงเกษตร ในเขต จ.จันทบุรี ก็สามารถแวะเยี่ยมชมสวนผลไม้ลุงฉลวย จันทแสง ปราชญ์เกษตรแห่งบ้านสองห้อง ตำบลรำพัน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ได้ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 08-7058-7173,08-7165-0063 หรือ www.bansuanlungchaluay.com
เรียบเรียงโดย : นภาพร วันทะมาศ เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.จันทบุรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...