โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วาสนา นาน่วม’ ขออภัย กรณีไม่สัมภาษณ์แต่เสนอข่าว อ้างโพสต์ตามรายงานของทหาร

Khaosod

อัพเดต 23 ม.ค. 2561 เวลา 16.51 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2561 เวลา 15.41 น.

จากกรณีเว็บไซต์ประชาไท ลงคำสัมภาษณ์ของนางวิไล หน่อแก้ว อดีตข้าราชการครูวัย 62 คนเสื้อแดง จากอ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ในหัวข้อ จากคนเสื้อแดงถึง วาสนา นาน่วม: ‘ถ้าอยากรายงานข่าวของเราทำไมไม่มาสัมภาษณ์เรา’

โดยระบุว่า ข้อความที่ปรากฏบนเฟซบุ๊กของวาสนา ผิดจากความจริง ได้สร้างปัญหาและความเสื่อมเสียให้กับเธอและครอบครัว พร้อมชี้แจงเหตุการณ์ในภาพ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบ 5 คน ได้เดินทางมาพบกับวิไลและเดชณรงค์ หน่อแก้ว สองสามีภรรยาที่บ้านพัก

“มาเป็นประจำสัปดาห์ละครั้ง ตั้งแต่มีการรัฐประหาร 2557 ทหารจะมาที่บ้านทุกสัปดาห์ เพราะเขาหมายหัวว่าเป็นแกนนำคนเสื้อแดง ครั้งนี้มีนายทหารมา 5 คน เข้ามาสอบถามเราในบริเวณบ้าน 2 คน พูดคุยสอบถาม 1 คน เดินถ่ายรูป 1 คน ส่วนอีก 3 คน ก็จะยืนคุมเชิงอยู่นอกรั้วบ้าน แต่สิ่งที่คุณวาสนาเอาไปรายงานข่าวมันไม่ถูกต้อง”

วิไลเล่าว่าตอนรัฐประหาร 2557 ทหารติดอาวุธได้ลงมาตรึงกำลังที่บ้านของเธอตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลาเกือบเดือน หลังจากนั้น เธอและสามีก็ยังต้องเข้าไปรายงานตัวที่ค่ายทหารเป็นระยะ

“ช่วงนั้นไม่มีโอกาสได้พบใครเลย ใครจะมาหาที่บ้าน ทหารก็จะไม่ให้เข้า จะออกไปซื้อกับข้าวก็ต้องขออนุญาตกับทหาร เกือบสองสัปดาห์ ทหารถึงได้ถอนกำลังไป แต่ก็จะมีทหารมาพบและมาสอบถามเรื่องราวความเคลื่อนไหวของเราตลอดมากว่าสามปี”

ที่บอกว่าการนำเสนอข่าวของวาสนาสร้างปัญหา มันเป็นการสร้างปัญหาอย่างไร?

“คุณวาสนาไปเขียนว่าทหารมาเยี่ยมเยียนเรา ซึ่งเป็นการเสนอข่าวที่ผิดความจริง เพราะที่จริงแล้วทหารมาเพื่อสอบถามความเคลื่อนไหวของพวกเรา ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่ไหน ทหารก็จะมาถามเอากับเราว่ารู้เรื่องหรือไม่ ล่าสุด มีการพบปฏิทินทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ที่ศรีสะเกษ ทหารก็จะมาสอบถามเอากับเรา”

“มันไม่ได้เป็นการเยี่ยมเยียนแต่มันเป็นการควบคุมพวกเรา”

จากข้อความ “ทหารไปพบปะ 2 สามี ภริยา “ผู้เห็นต่างทางการเมือง” นั้น เราซึ่งเป็นสามี-ภรรยา ในภาพ ไม่ได้เป็นผู้เห็นต่างทางการเมือง เราคือประชาชนธรรมดาที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น โปรดอย่าใช้ความเป็นสื่อ มายัดเยียดให้คนที่เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยเป็นผู้เห็นต่าง

คำว่าผู้เห็นต่างมีปัญหาอย่างไร?

มันเป็นคำพูดที่รุนแรง เป็นคำพูดที่บั่นทอนจิตใจของเรา ที่นี่เป็นพื้นที่ที่เคยมีการเคลื่อนไหวของคอมมิวนิสต์ คำว่าผู้เห็นต่างเป็นคำพูดที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้เรียกคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐ

“ที่ผ่านมาก็มีทหารมาพบมาสอบถามที่บ้านทุกอาทิตย์ ชีวิตมันไม่ปกติ สภาพจิตใจมันก็แย่อยู่แล้ว การที่คุณวาสนาเอาภาพของเราไปเผยแพร่กับข้อความของทหาร มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มันทำให้คนเข้าใจผิด มันเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของเรา มันยิ่งเป็นการทำให้เรารู้สึกแย่ลงไปอีก”

“ถ้าอยากรายงานข่าวของเราทำไมไม่มาสัมภาษณ์เรา”

“เราอยากบอกคุณวาสนาว่า เราไม่ใช่ผู้เห็นต่าง (ทางการเมือง) เราก็เป็นแค่ผู้เลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตย เราเป็นแค่คนเสื้อแดงเท่านั้น ถ้าคุณบอกว่าเราเป็นผู้เห็นต่าง เราอยากถามคุณวาสนาว่า ไอ้คำว่าเห็นต่างทางการเมืองของคุณ มันคืออะไร การเมืองในมุมมองของคุณวาสนาคืออะไร ถึงได้มาบอกว่าเราเป็นผู้เห็นต่าง”

ต่อมา วาสนา นาน่วม โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตอบคำถาม…

จากกรณีที่มีผู้ติติงมาว่า ทำไมเรียก 2 สามีภริยาว่าผู้เห็นต่างทางการเมือง หลังจากที่ทหารกองร้อย.รส.ร.3 พัน.1 ชป.รส. อ.นิคมคำสร้อย เผยภาพทหารไปพบปะ 2 สามีภริยา “ผู้เห็นต่างทางการเมือง” ที่บ้านคำแสนสุข ต.นิคมคำสร้อย อ.นิคมคำสร้อย มุกดาหาร เพื่อพูดคุยและสอบถาม ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ขอชี้แจงว่า

1.ที่รายงานข่าวนี้เพราะต้องการสะท้อนให้เห็นว่าทหารในพื้นที่ภาคอิสาน ยังต้องคอยไปพบปะพูดคุยกับ “ผู้เห็นต่างทางการเมือง” อยู่ ค่ะ….

2.ส่วนที่เรียกว่าเป็น “ผู้เห็นต่างทางการเมือง” เป็นคำที่ทางทหารระบุมาในรายงานถึงกกล.รส.ค่ะ 

และขออภัยถ้าคำนี้ทำให้ทั้ง 2 ท่านไม่สบายใจ… ซึ่งก็เป็นคำทั่วไปที่ใช้กันมานาน

โดยในรายงานก็ระบุว่าทหารได้ไปสอบถามติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมือง ยังอยู่บ้านไม่ได้มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองแต่อย่างใด

ส่วนความเห็นของวาสนา คือให้มองทุกคนเป็นคนไทย มีสิทธิ์ที่จะคิด จะเชื่อ จะรักหรือชอบ โดยที่ทหารไม่สามารถไปบังคับหรือเปลี่ยนใจใครได้ค่ะ

ดังนั้นถ้าผิดพลาดอะไรไปขออภัยด้วย แต่วาสนามีเจตนาแค่ต้องการสะท้อนให้เห็นวิธีคิดและวิธีการทำงานของทหารเท่านั้นค่ะ

ขอบคุณที่มาเว็บไซต์ประชาไท เฟซบุ๊กวาสนา นาน่วม 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...