โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระจงหลังเงิน หายไปนาน30ปี นึกว่าสูญพันธุ์ จู่ๆ โผล่ป่าเวียดนาม

Khaosod

อัพเดต 13 พ.ย. 2562 เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2562 เวลา 13.40 น.

กระจงหลังเงิน หายไปนาน30ปี นึกว่าสูญพันธุ์ จู่ๆ โผล่ป่าเวียดนาม

 ซีเอ็นเอ็น รายงานข่าวดีของวงการอนุรักษ์สัตว์ป่า เมื่อทีมวิจัยพบ กระจงหลังเงิน หรือเรียกว่า กวางหนูเวียดนาม  ที่หายสาบสูญไปนานกว่า 30 ปี จนคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว ทางใต้ของเวียดนาม

องค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่าโลกขึ้นบัญชีให้กระจงหลังเงินเป็นสัตว์สูญหายที่ต้องการมากที่สุด 1 ใน 25 ชนิด เนื่องจากถิ่นที่อยู่อาศัยถูกรุกรานและถูกล่าเพื่อการค้าอย่างผิดกฎหมาย และตายเพราะลวดหนามไฟฟ้า

กวางหนูเวียดนาม เป็นสัตว์ขี้อาย อยู่ตัวเดียว เดินด้วยขาหลัง และมีเขี้ยวเล็ก 2 ซี่ น้ำหนักน้อยกว่า 4.5 ก.ก. มีผู้พบเห็นและบันทึกภาพได้ครั้งสุดท้ายเมื่อ 25 ปีก่อน โดยคณะนักวิจัยเวียดนามและรัสเซียถ่ายภาพซากกระจงหลังเงินที่ตายแล้วซึ่งได้มาจากนายพราน

กระจงหลังเงิน

อัน เหวียน นักศึกษาปริญญาเอกจากวิทยาลัยวิจัยสัตว์ป่าและสวนสัตว์ไลบ์นิซ เยอรมนี (Leibniz Institute for Zoo and Wildlife Research) กล่าวว่าสัตว์ชนิดนี้เคยอยู่แต่ในจินตนาการเท่านั้น และการพบตัวครั้งล่าสุดทำให้มันใจว่ามันยังมีอยู่และเราจะต้องทำอย่างดีที่สุดเพื่อคุ้มครองมัน

คณะนักวิจัยสัมภาษณ์ชาวบ้านและนักเดินป่าใกล้กับเมืองญาจาง ก่อนติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพเป็นเวลา 5 เดือนในพื้นที่ที่ชาวบ้านบอกว่าเคยเห็นกระจงหลังเงินและได้ภาพกระจงหลังเงินมาจำนวน 275 ภาพ หลังจากนั้น ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพเพิ่มขึ้นอีก 29 ตัวในพื้นที่เดียวกันซึ่งบันทึกภาพได้ 1,881 ภาพ

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบกระจงหลังเงินครั้งแรกในปี 2453 ที่เมืองญาจางและไม่มีผู้บันทึกว่าพบเห็นอีก จนกระทั่งปี 2533 เมื่อกระจงหลังเงินตัวหนึ่งถูกยึดมาได้จากนายพรานท้องถิ่นทางตอนกลางของเวียดนาม

แอนดริว ทิลเคอร์ เจ้าหน้าที่องค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่าโลก กล่าวว่าถิ่นที่อยู่ของกระจงอาจมีทั้งทางตอนใต้และตอนเหนือของเวียดนาม แต่ในทางวิทยาศาสตร์ถือว่ากระจงหลังเงินเป็นสัตว์สูญพันธุ์ซึ่งกระจงที่พบล่าสุดนี้อาจจะเป็นกลุ่มสุดท้ายหรือเป็นเพียงหนึ่งในจำนวนเพียงไม่กี่ตัวทียังเหลืออยู่ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการคุ้มครองให้เร็วที่สุด

*********

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...