โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปลูกมะปรางหวานอย่างไร ให้อร่อยขึ้นชื่อจังหวัดนครนายก

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 05 ม.ค. 2562 เวลา 05.03 น.

ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์จนถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี  ตรงกับช่วงฤดูมะยงชิด มะปรางหวาน ของดีจังหวัดนครนายก  สำหรับปีนี้ ชมรมชาวสวนมะปรางจังหวัดนครนายก  ร่วมกับจังหวัดนครนายก   สำนักงานเกษตรจังหวัด  และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  สำนักงานนครนายก  เตรียมจัดงาน “ มะยงชิด  มะปรางหวานนครนายก ” ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์  2560   ณ บริเวณข้างศาลากลางจังหวัดนครนายก

ปัจจุบัน “ มะปรางหวานนครนายก ” ได้รับการขึ้นทะเบียน  สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตามวันที่ยื่นคำขอ 29 กรกฎาคม 2557 โดยระบุคำนิยามสินค้ามะปรางหวานนครนายก หมายถึง มะปรางหวานสีเหลืองทอง สดใส ผลใหญ่ยาวรี รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นหอม ซึ่งปลูกในเขตพื้นที่ อำเภอเมืองนครนายก อำเภอบ้านนา อำเภอปากพลี และอำเภอองครักษ์ ของจังหวัดนครนายก

“พันธุ์ทองนพรัตน์ ” คือ หนึ่งในลักษณะเด่นของพันธุ์มะปรางหวาน ที่มีคุณภาพในพื้นที่จังหวัดนครนายก เป็นพันธุ์ยอดนิยมที่ขายดีในท้องตลาดทั่วไป เพราะมีลักษณะผลค่อนข้างใหญ่ รูปร่างยาวรี ปลายเรียวแหลม เปลือกบาง ผลสุกสีเหลืองอมส้ม เนื้อหนา แน่น ละเอียด เม็ดลีบเล็ก รสชาติ รสหวาน หอมกรอบ ไม่ระคายคอ ค่าความหวาน 16 – 19 องศาบริกซ์  คุณลักษณะดังกล่าวทำให้ มะปราง พันธุ์ทองนพรัตน์ ได้รับการยอมรับจากเกษตรกรว่า เป็นสายพันธุ์มะปรางผลใหญ่ที่เหมาะสมที่จะปลูกในทางการค้ามากที่สุด

ผู้บริโภคจำนวนมากติดใจรสชาติความอร่อยของมะปรางหวานนครนายกโดยเฉพาะมะปราง พันธุ์ทองนพรัตน์ เพราะมีรสชาติอร่อย เนื้อแน่น ออกดอกติดผลง่าย ผลใหญ่ใกล้เคียงกับมะยงชิด  เคล็ดลับความอร่อยของมะปรางหวานพันธุ์นี้ นอกจากคุณลักษณะเด่นทางสายพันธุ์แล้ว ยังสัมพันธ์ระหว่างสินค้ากับแหล่งภูมิศาสตร์อีกด้วย เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศ ของจังหวัดนครนายกมีสภาพพื้นที่เป็นดินปนทรายที่เกิดการสะสมตัวของตะกอนที่ถูกน้ำพัดพามาซึ่งเหมาะกับ การทำการเกษตร เนื่องจากเป็นดินที่อุ้มน้ำได้ดีและมีช่องว่างของเม็ดดินจึงทำให้มีการระบายน้าและการ ถ่ายเทของอากาศในดินได้ดี ต้นมะปรางจึงเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับสภาพภูมิอากาศของ จังหวัดนครนายกมีลักษณะหนาวสลับร้อน จึงส่งผลทำให้มะปรางหวานนครนายกมีรสชาติดี และมีลักษณะที่ โดดเด่น ผลโต เม็ดลีบเล็ก รสชาติหวาน หอมกรอบ และมีสีเหลืองชวนรับประทาน

การปลูกมะปรางหวาน ของจังหวัดนครนายก เกษตรกรนิยมปลูกต้นมะปรางทั้งแบบยกร่องและพื้นราบ การปลูกแบบยกร่อง ปลูกในระยะห่างระหว่างต้น 6 x 6 เมตร  ส่วนพื้นที่ราบหรือที่ดอน นิยมปลูก ในระยะห่างระหว่างต้น 8 x 8 เมตร หรือตามความเหมาะสมของพื้นที่  การปลูก เกษตรกรนิยมขุดหลุมขนาดกว้าง 75 เซนติเมตร ลึก 50 – 100 เซนติเมตร ตากดิน 9 วันจากนั้นนำปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกมาใส่ในหลุม แล้วผสมให้เข้ากัน

เกษตรกรเริ่มปลูกในช่วงต้นฤดูฝน  ประมาณเดือนพฤษภาคม หรือเดือนมิถุนายน หลังลงปลูกปีที่ 3-4 ต้นมะปรางก็จะเริ่มให้ผลผลิต  นับจากวันที่เริ่มแทงช่อ ประมาณ 70– 80 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตออกบริโภคหรือจำหน่ายได้  วิธีการเก็บเกี่ยว ควรใช้กรรไกรตัดหรือใช้ตะกร้อสอยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ผลช้ำ

หากใครมีเวลาว่าง  สนใจสัมผัสชีวิตชาวสวนมะปรางของจังหวัดนครนายก ขอแนะนำให้ติดต่อขอเยี่ยมชม สวนนพรัตน์ ของ ร.ต.ต.อำนวย หงษ์ทอง ที่รู้จักกันดีในชื่อ ” ดาบนวย ”   ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 99  หมู่ 10 ชุมชนบ้านดงละคร ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก  โทร. (081) 762-4082

ดาบนวย สะสมประสบการณ์ในการปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิดมายาวนานกว่า 30 ปี เล่าให้ฟังว่า   ธุรกิจสวนมะปรางหวาน-มะยงชิดถือเป็นอาชีพที่น่าสนใจมาก ใช้เงินลงทุนปลูกเพียง ไร่ละ 2 หมื่นบาท หากปลูก 5 ไร่ ก็ใช้เงินแค่แสนบาท จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายใน 4 ปี เมื่อนำผลผลิตออกขาย หักต้นทุนค่าใช้จ่ายแล้วเหลือผลกำไรก้อนโตถึง 70%

ปัจจุบันเมืองไทยไม่มีผลไม้ชนิดไหนที่ขายได้ในราคาแพงขนาดนี้ แม้บางปีจะมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดมาก แต่เกษตรกรยังขายมะปรางหวานได้ในราคากิโลกรัมละ100 กว่าบาท แถมไม่ต้องยุ่งยากในการคัดขนาด มีแม่ค้าจากตลาด อ.ต.ก. มารับซื้อผลผลิตถึงสวน มะปรางผลเล็ก-ผลใหญ่ขายในราคาเดียวกันหมด กิโลกรัมละ 200-220 บาท แม่ค้านำไปขายปลีกในราคากิโลกรัมละ 300-500 บาท ปัจจุบันมะปรางหวานยังเป็นที่ต้องการของตลาดส่งออกอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...