โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอยคดีเงินทอนวัด จับสึกพระชั้นผู้ใหญ่

MThai.com

เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2561 เวลา 08.53 น.
คดีใหญ่ที่สะเทือนวงการพระพุทธศาสนาเมืองไทยช่วงปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นกรณีคดีทุจริตเงินทอนวัด ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำกำลังเข้าตรวจค้นผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งอดีตผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ เชื่อมโยงพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป กลายเป็นข่าวที่กระทบต่อความรู้สึกและความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ถือว่าสั่นสะเทือนวงการสงฆ์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย กรณีคดีทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งเหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อกลางปี 2560 จากการเข้าร้องเรียนของเจ้าอาวาสวัดห้วยตะแกละ จังหวัดเพชรบุรี แจ้งความกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ…

คดีใหญ่ที่สะเทือนวงการพระพุทธศาสนาเมืองไทยช่วงปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นกรณีคดีทุจริตเงินทอนวัด ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำกำลังเข้าตรวจค้นผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งอดีตผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ เชื่อมโยงพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป กลายเป็นข่าวที่กระทบต่อความรู้สึกและความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

ถือว่าสั่นสะเทือนวงการสงฆ์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย กรณีคดีทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งเหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อกลางปี 2560 จากการเข้าร้องเรียนของเจ้าอาวาสวัดห้วยตะแกละ จังหวัดเพชรบุรี แจ้งความกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เปิดโปงข้าราชการ ที่มีการโอนเงินให้กับวัดเพื่อสร้างอุโบสถ จำนวน 10 ล้านบาท แต่ต้องโอนกลับคืนให้กับข้าราชการ จำนวน 9 ล้านบาท ส่อพฤติกรรมมีพิรุธ

คลิกที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อดูวีดีโอ

ดูวีดีโอ

ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. จึงเดินหน้าตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัด ร่วมกับ ปปป. แบ่งการทำงานเป็นระลอก โดยระลอกแรกลงพื้นที่ตรวจค้น 10 จุดเป็นบ้านพักข้าราชการระดับสูงของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งช่าติทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พบเอกสารการทุจริตงบบูรณะและปฏิสังขรวัดของตั้งแต่ปี 2555 – 2559 เป็นการเบิกจ่ายไป 33 วัด พบมีการทุจริต 12 วัด มีข้าราชการระดับสูงของสำนักงานพระพุทธศาสนา และ พลเรือน เกี่ยวข้อง 10คน มูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท

ส่วนล็อต 2 เป็นการตรวจสอบ 3 เรื่อง ประกอบด้วยการตรวจสอบงบปฏิสังขรและพัฒนาวัด งบอุดหนุนเพื่อเผยแผ่ศาสนา และงบการศึกษาพระปริยัติธรรม พบทุจริตเงินทอนวัด 23 วัด โดยการตรวจสอบในครั้งที่ 2 นี้ พบการทุจริต 141 ล้านบาท พบผู้เกี่ยวข้อง 19 คน เป็นข้าราชการ 3 คน พลเรือน 2 คน และพบพระสงฆ์เกี่ยวข้องจำนวน 4 รูป

เมื่อพบพระสงฆ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด เจ้าหน้าที่จึงเดินหน้าตรวจสอบในระลอก 3 ซึ่งในครั้งนี้มีการตรวจสอบ 10 วัด เปิดเผยชื่อเป็น 3 วัดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย วัดสามพระยา วัดสัมพันธวงศาราม และวัดสระเกศ จนนำไปสู่การออกหมายจับพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ประกอบด้วย พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาคที่ 4 -7 พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. เจ้าคณะภาค 10 และ พระเมธีสุทธิกร และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการเขียนโครงการเบิกงบประมานแต่นำไปใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์

สุดท้ายเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมพระสงฆ์ตามหมายจับได้เพียง 4 รูป ซึ่งพระสงฆ์รูปที่ 5 คือ พระพรหมเมธี หลบหนีไปยังประเทศเยอรมัน เดือดร้อนถึงพล.ต.อ.จักรทิพย์ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต้องบินไปจับกุมด้วยตนเอง แต่ต้องคว้าน้ำเหลว เมื่อพระพรหมเมธีได้ทำเรื่องขอลี้ภัยสู่ประเทศเยอรมัน

นอกจากพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้แล้ว ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. พร้อมพวกอีก 5 คน ตามหมายจับที่มีการออกไปก่อนหน้านี้ ซึ่งการจับกุมเจ้าหน้าที่พศ.ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ การเดินหน้าตรวจสอบคดีทุจริตเงินทอนวัดเจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าทำงานมาถึงล็อตที่ 4 โดยเป็นการเดินหน้าตรวจสอบวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมากกว่า 1 ล้านบาท ในช่วงปี 2555-2560 ซึ่งจะมีการตรวจค้นวัดใดเป็นวัดต่อไป ยังคงต้องติดตามกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...