โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

แค่มนุษย์ไม่ทำลายเพิ่ม ชั้นโอโซนของโลกกำลังเยียวยาตัวเอง จนน่าจะคืนสภาพในอีก 50 ปีข้างหน้า

The MATTER

อัพเดต 09 พ.ย. 2561 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2561 เวลา 10.00 น. • Brief

ถือเป็นข่าวดีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก ที่นานๆ จะมาสักครั้ง เมื่อผู้เชี่ยวชาญได้ระบุไว้ในรายงานว่าด้วยสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ (UN) ว่ารูในชั้นโอโซน (Ozone) ของโลกที่เคยถูกทำลายอย่างหนักหลายสิบปีก่อน กำลังเยียวยาตัวเองอย่างช้าๆ จนใกล้จะคืนสภาพอย่างเต็มที่ในอีก 50 ปีข้างหน้า

อย่างที่เราน่าจะเคยได้ยินกันตั้งแต่เด็กๆ ว่าชั้นโอโซนของโลก ที่แทรกอยู่ในชั้นบรรยากาศ โดยเฉพาะชั้นสตราโทสเฟียร์ มีบทบาทสำคัญในการกรองรังสี UV จากดวงอาทิตย์ ทำให้มนุษย์ไม่เป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ต้อกระจก และอีกสารพัดโรค

แต่ในอดีต มนุษย์มีสารพัดกิจกรรมที่ทำให้รูโอโซนขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนประสิทธิภาพในการกรองรังสี UV ลดลง โดยเฉพาะการใช้สาร CFCs ในตู้เย็น ในกระป๋องสเปรย์ ในสารเคมีที่ใช้ในการซักรีด ที่สุดประชาคมโลกจึงมานั่งจับเข่าคุยกัน พร้อมกับร่วมลงนาม ‘พิธีสารมอนทรีออล’ เพื่อแบนการใช้สารเคมีนี้ตั้งแต่ปี 1987

การแบนใช้งานสาร CFCs อย่างเด็ดขาด ทำให้ชั้นโอโซนค่อยๆ ฟื้นสภาพ 1-3% ทุกๆ สิบปี จนประเมินกันว่าจะคืนสภาพอย่างสมบูรณ์ในช่วงปี 2060

ถ้ามนุษยชาติจะมาร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ แม้จะใช้เวลามากอยู่สักหน่อย ปัญหาคือก็จะทำอย่างไรให้มนุษยชาติเห็นร่วมกันว่าสิ่งๆ นั้นเป็นปัญหา ไม่ยึดถือประโยชน์ของชาติตัวเองเป็นที่ตั้ง และมาร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง

อ้างอิงจาก

https://edition.cnn.com/2018/11/06/health/ozone-healing-scli-intl/index.html?utm_medium=social&utm_term=link&utm_content=2018-11-06T16%3A29%3A05&utm_source=fbCNNi

http://conf.montreal-protocol.org/meeting/mop/mop30/presession/Background-Documents/SAP-2018-Assessment-ES-October2018.pdf

#Brief #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...