คลิปแฉพนง.โรงแรมปะทะไกด์สาว.. "หน้าไม่เหมือนแม่ ก็ต้องขึ้นเสียงแบบนี้"
แชร์กระหึ่มโลกออนไลน์ เมื่อคุณ Papatchita Jharoenchitsawat ได้โพสต์คลิปในเฟซบุ๊คเป็นเหตุการณ์ที่ปะทะคารมกับพนักงานสาวของโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านหาดจอมเทียม พัทยา จ.ชลุบุรี โดยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่พนักงานหญิงรายนี้บอกว่า”หน้าไม่เหมือนแม่ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดดีด้วย”
โดยผู้โพสต์ระบุว่า #ในคลิปเป็นเหตุการณ์ วันที่ 19/11/60 -21/11/60 พาแขก Check-in โรงแรมแห่งหนึ่งแถวหาดจอมเทียน (ไม่ขอเอ่ยชื่อโรงแรมนะค่ะ เพราะทางโรงแรมไม่มีส่วนผิดอะไรทั้งนั้น เกิดจากตัวพนักงงานที่ให้บริการกับทางผู้เข้าพักล้วนๆ)
น้องแวะมาหาที่โรงแรม จะเอากระเป๋าที่มีสัมภาระต้องใช้ด่วนในการทำงานพรุ่งนี้เช้ามาให้ แต่พนง.ในคลิปได้พูดกับน้องระหว่างเดินผ่านหน้าฟร้อนว่า
พนง. :จะไปไหนคะ?
น้อง : ไปห้องxxxค่ะ
พนง. : (เช็คข้อมูลผู้เข้าพัก) ห้องนี้ไกด์พัก2คนนี่
น้อง : ค่ะ ก็เอากระเป๋ามาให้พี่แปปเดียว
พนง. :งั้นให้เด็กเอากระเป๋าไปให้แทนนะคะ
(น้องก็ได้โทรหาแล้วบอกว่า..เจ้ เขาไม่ให้ขึ้นนะ เขาจะให้เบลบอยเอากระเป๋าขึ้นไปให้แทน เราก็เลยลงไปรับน้องที่ฟร้อน) ก็เดินขึ้นไปบนห้องยังไม่ทันได้เปิดประตูห้อง ได้ยินเสียงโทรศัพท์ในห้องดังและดับไปก่อนที่จะเดินไปรับสาย ก็นั่งคุยกับน้องประมาน10-15นาทีเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก เราก็รับสายคุยกับพนง.ในคลิป
แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะเราแจ้งไปว่าน้องเอากระเป๋ามาให้แล้ว คุยแปปเดียวก็จะกลับแล้ว แต่พนง.พูดวนเหมือนในเฟสคลิป ก็ยังย้ำหลายรอบว่า ถ้าจะพักต้องแจ้งฟร้อนและขอชาร์จ เราก็พูดไปหลายรอบว่าน้องแค่เอากระเป๋ามาให้แล้วคุยแปปเดียวก็จะกลับแล้ว แต่กลับคุยกันไม่รู้เรื่อง จนพนง.ได้ขึ้นเสียงมาทางโทรศัพท์ เราก็เลยพูดกลับไปว่า..ถ้ามีน้องหรือใครมาหา 10 คนไม่ต้องแจ้ง 10 ครั้งเหรอคะ นโยบายก็จริง แต่ทำไมไม่ทำป้ายแจ้งไว้ หรือแจ้งล่วงหน้าตอนเช็คอินว่ามีนโยบายแบบนี้อยู่
ตั้งแต่ทำงานเป็นไกด์หรือไปพักรร.อื่นๆ น้องหรือใครๆ มาหาก็ไม่เคยเห็นมีปัญหาหรือมีนโยบายแบบนี้ คือที่จริง ถ้ามีมันก็ไม่เสียหายเรา พร้อมจะทำตามกฏระเบียบของทางรร.อยู่แล้ว แต่นี่ไม่มีการแจ้งหรือบอกกล่าวล่วงหน้า เราก็ไม่รู้ว่ามีแบบนี้ด้วย ซึ่งจริงๆ มันคุยกันดีดีและรู้เรื่องได้
แล้วพอดีเราจะออกไปกินข้าวกับน้องและจะลงไปที่ฟร้อนแจ้งเรื่องนี้ (ได้ยินเสียงพนง.ในคลิปกำลังนินทาเรา ซึ่งเป็นลูกค้า และพาทัวร์มาพักที่รร.นี้ เสียงดังมาก) แต่คุยกันไม่รู้เรื่องจนเราได้อัดคลิปนี้ไว้เป็นหลักฐาน
แต่ก่อนหน้าที่อัดคลิปนี้พนง.ในคลิปได้พูดจาหยาบคาย ขึ้นมรึง ขึ้นกุ พูดถึงแม่ เลยทำให้เราต้องขออัดคลิปนี้ไว้เป็นหลักฐาน ตอนนี้เราแจ้งทางกับผู้จัดการไปเมื่อวันที่ 20/11/60 ทางผู้จัดการรับเรื่องและส่งข้อความมาขอโทษกับทางเรา เราก็จบไม่ติดใจอะไรแล้ว คิดว่าที่เหลือให้โรงแรมเป็นคนพิจารณาพนักงานคนนี้เอง
แต่ที่ไหนได้ เมื่อวาน เราทำงานเสร็จพาลูกทัวร์กลับถึง รร. ตอน 4 ทุ่มกว่า ก้ได้เจอพนักงานที่มีปัญหาในคลิป พนักงานคนนี้ก้นั่งก้มหน้าไม่พูดจา ไม่มีปฎิกิริยาเหมือนตอนที่มีปัญหาแล้ว คิดว่าทาง รร.คงได้ตักเตือนว่ากล่าวพนักงานไป จนมีแขกเราให้พาไปกินข้าวนั้งร้านข้างนอกกลับมาเกือบตี 2 เราก็เจอพนักงานคนเดินอยู่ที่ฟร้อน พนักงานหันมามองเราด้วยหางตาและเบะปากใส่ ตอนเดินขึ้นห้อง เราก็คิดรอดู พรุ่งนี้เช้าจะต้อง Check-out ดูอีกทีจะมีปฎิกิริยาอีไรไหม!!
มันก้มีจนได้ พนักงานมองหน้าเบะปากอยุ่ที่ฟร้อน เราก้ยืนอยุ่จน #เราถามว่า “มองหน้าเป็นอะรัยป่าวค่ะ” #พนักงานบอก “เป็นคนค่ะ” เรายอมรับตอนนั้นก็มีอารมณ์เหมือนกัน เราเลยบอก “นึกว่าไม่ใช่คน” จนเคลียห้องเคลียอะรัยเสดเราก็ขึ้นรถกับแขกทำงานต่อ!!
#อยากให้พิจารณาดูกันเองกับเหตการณ์ที่เกิดขึ้นค่ะ ว่าทำไมพนักงงานคนนี้ไม่มีคำว่าสำนึกผิดเลยสักนิดกับสิ่งทีาตัวเองได้พูดได้กระทำบ้างหรอ!! ทั้งๆ ที่ได้คุยกับทางผู้จัดการ และทางผู้จัดการได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว แต่ก็มีเหตการณ์ครั้งที่2 เกิดขึ้นอีก คือเราไม่อยากให้โรงแรมมาเสียชื่อเสียงเพียงแค่เพราะมีพนักงานที่ทำนิสัยแบบนี้กับลูกค้า เราก้คนทำงานบริการเหมือนกันถ้าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยุ่ก้ไม่ควรทำงานด้านบริการนะค่ะ
#เราก็คนทำงานบริการเหมือนกันแต่ไม่ใช้จะมาพูดจากันหยาบคายแบบนี้!! #โรงแรมไม่มีส่วนในเหตุการณ์ครั้งนี้จะเสียก็เป็นพนง.เองที่ไม่ฟังลูกค้า #พนง.ไม่ได้แนะนำน้องว่าให้พี่สาวลงมารับที่ฟร้อน #พนง.คนนี้ได้พูดช่วงที่เราไม่ได้อัดคลิปไว้ ว่า..เดี๋ยวกุจะจัดให้!!