โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รักติดไซเรนแล้วเลิกต้องติดอะไร - เฟื่องลดา

THINK TODAY

เผยแพร่ 31 ต.ค. 2562 เวลา 06.04 น. • เฟื่องลดา

บทความนี้ไม่ได้จะมาวิเคราะห์ตัวละครในซีรีส์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้นะคะ  

แต่ไหน ๆ เพลงรักติดไซเรนก็ฮอตจนคนร้องตามได้ทั่วเมือง  

วันนี้เลยจะชวนมาต่อเพลงหาความหมายของคำว่าเลิกรักกันค่ะ   

.

ถ้าเวลามีความรัก คนเราอยากติดไซเรนป่าวประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่ารักกัน พร้อมดูแลกันอย่างดี 

‘จะไปอยู่ตรงหน้า จะไปหาแน่ ๆ เธอจะอยู่ที่ไหน จะเปิดไซเรนไปหาเธอแน่’

แล้วเวลาเลิกกันล่ะ ควรทำยังไง

ติด Black List ไม่ Follow กันอีก ? หรือ 

ติด Red Flag ต่อว่าอีกฝ่ายว่าเป็นคนไม่ดีและอันตรายต่อหัวใจ ? 

.

Fire Alarm  

ทุกความสัมพันธ์ที่แตกหักย่อมมีสัญญาณส่งเตือนมาก่อน 

อาคารต่างๆจะมีเครื่องตรวจจับไฟไหม้และอุปกรณ์ตรวจจับควันไว้ 

เมื่อถึงเวลาที่ไฟไหม้ขึ้นมาจริงๆ เซนเซอร์เหล่านี้จะได้เตือนให้นักดับเพลิงมาช่วยดับไฟได้ทันเวลา  

ความสัมพันธ์ที่ดีก็ควรจะ ‘ติดเซนเซอร์’ เพื่อตรวจจับ ‘สัญญาณความไม่เข้าใจกัน’ อยู่เสมอเช่นกัน  

ซึ่งไม่จำเป็นต้องตรวจจับแค่เฉพาะตอนใกล้ทะเลาะกันเท่านั้น 

อาจจับว่าหวานน้อยลงหรือไม่ด้วยก็ได้ 

.

พอเป็นเรื่องความสัมพันธ์ ในวันที่เราไม่ดูแลใส่ใจกันเท่าที่ควร

เราอาจเห็น ‘สัญญาณเตือน’ ไม่ชัดเท่าเวลาเห็นหมอกควันก่อนไฟไหม้

เคล็ดลับในการมองหาสัญญาณบอกเลิกในความสัมพันธ์ คือ 

พยายามสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จับต้องได้ 

เช่น ยังกด Love คอมเมนต์ให้กันและกัน ลงรูปคู่ด้วยกันบ้างหรือเปล่า 

มีการวิจัยหนึ่งค้นพบว่าคู่รักที่ดีจะมี Mutual Friend ในทุกช่วงชีวิตของอีกฝ่าย

คือ รู้จักเพื่อนของคนรักหลายกลุ่ม ทั้งเพื่อนสมัยเรียน เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนเที่ยว เพื่อนสนิท

เพราะเมื่อคู่รักแนะนำวงสังคมของตัวเองให้อีกฝ่ายรู้จัก แปลว่า ทั้งสองคนพร้อมใช้ชีวิตด้วยกันแล้วในระดับหนึ่ง เป็นต้น หลักฐานของความรักเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องไม่สำคัญ 

แต่ก็บ่งบอกความสัมพันธ์เบื้องลึกได้หลายอย่าง

.

ความสัมพันธ์ใกล้เลิกเป็นช่วงที่รู้สึกทั้งรักทั้งชัง หรือเรียกได้ว่าเป็น Love and Hate Relationship

เราเริ่มเห็นจุดบกพร่องของคนรักชัดขึ้น 

จากที่เคยปล่อยพลังแห่งรักเป็นลำแสงไซเรนสีชมพูให้กัน

คู่รักบางคู่ก็เปลี่ยนมาบีบแตรด้วยความโมโหใส่อีกฝ่าย  

ระบายความอัดอั้นและประจานข้อเสียทางสเตตัสในโลกออนไลน์เหมือนไม่เคยรักกันมาก่อน 

ในวันที่เราบีบแตรใส่กันมากเกินไป 

เราอาจต้องติดสัญญาณเตือนตัวเองด้วยเหมือนกัน 

ว่าความรักที่ดีต้องไม่ทำร้ายตัวเองและคนที่เราเคยรักมากเกินไป 

.

ความสัมพันธ์ติดเซนเซอร์  

ถ้าถึงวันที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่อยากสู้เพื่อความรักอีกต่อไปแล้ว

คำถามที่น่าสนใจคือ เราจะยังเก็บคนที่เคยสำคัญคนนี้อยู่ในชีวิตต่อไปไหม ? 

.

นักวิจัยพบว่า คนที่อยากเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าหลังเลิกกันแล้วมีเหตุผล 4 แบบ 

1. สายสุภาพ กลัวอีกฝ่ายเสียใจ ไม่อยากให้ตัดขาดกันรุนแรงเป็นเรื่องใหญ่โตเกินไป 

2. สายติดใจ พร้อมดูใจกับคนอื่นแต่ยังอยากเก็บเธอไว้ใกล้ ๆ เผื่อเปลี่ยนใจ 

3. สายกลมกลืน อดีตแฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ไม่ว่าจะทำงานหรือเรียนด้วยกัน มีสังคมเพื่อนกลุ่มเดียวกัน 

4. สายพึ่งพา รู้สึกว่ายังเป็นคนสำคัญในชีวิตที่ช่วยเหลือกันได้แม้เลิกกันแล้ว 

.

ไม่ต้องเป็นนักวิจัยก็พอจะบอกได้ว่า คนที่เป็นเพื่อนกันต่อเพราะพึ่งพากันได้จริงๆเป็นกลุ่มที่มีมิตรภาพยั่งยืนหลังเลิกกันมากที่สุด ในขณะที่การเก็บคนรักเก่าไว้เผื่อเลือกมีแนวโน้มมีปัญหาตามมาทีหลัง  

สิ่งที่ต้องระวังคือ เส้นแบ่งระหว่างแต่ละแบบนั้นบางมาก 

บางคนอาจไม่ได้คบเป็นเพื่อนต่อเพียงเพราะเหตุผลข้อใดข้อหนึ่งล้วน ๆ แต่มีความรู้สึกหลายแบบปะปนกัน  

.

หากเลิกกันแล้ว รู้สึกว่ายังตัดไม่ขาด ก็ควร ‘ติดฟิล์ม’ กันใจโดนกระแทกเสียบ้าง 

เมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดไปแล้ว สิ่งที่ทำได้คือเรียนรู้จากมัน แต่อย่าปล่อยให้หัวใจ ‘ติดร่างแห’ บอบช้ำจากคืนวันเก่าๆจนเดินหน้าต่อไม่ได้อีกเลยนะคะ  

ที่มา

https://www.theatlantic.com/family/archive/2019/08/why-do-people-want-stay-friends-after-breakup/596170/

https://www.talkspace.com/blog/the-post-breakup-guide-to-dealing-with-social-media-and-your-ex/

About Me

Instagram: http://www.instagram.com/faunglada

Facebook: https://www.facebook.com/LDAWorld/

Youtube: https://www.youtube.com/ldaworld

Twitter: @faunglada

Website: www.ldaworld.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...