สุดท้ายแล้วเราก็แค่อยากเป็นคนสำคัญกับใครสักคน - เพจบันทึกนึกขึ้นได้
ผมเพิ่งได้ดู Toy Story 4 (อาจจะช้าไปสักนิด)
เอาจริงๆ ผมลืมทั้งสามภาคไปหมดแล้ว
คิดว่าหาจะหาหนังดูสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก
แต่ไม่เลย ดูจบมาแล้วสองวัน
ความคิดที่ได้ดูหนังเรื่องนั้นยังไม่ออกไปจากหัวเลย
สิ่งที่ผมคิดได้หลังจากดูหนังเรื่องนี้
คือประโยคที่ผมเอามาตั้งชื่อตอนนี่แหละ
จริง ๆ เราก็แค่อยากเป็นคนสำคัญกับใครสักคน
ฟังดูเป็นประโยคที่ฟังไม่ค่อยเข้าหู
สำหรับคนที่คิดว่าเราอยู่คนเดียวบนโลกนี้ได้
แต่มองให้ดี ๆ เราต่างเป็นหรือเคยเป็นคนสำคัญของใครบางคนเหมือนกัน
ครอบครัว คนรัก คนที่ทำงาน เพื่อน
แต่เป็นคนสำคัญกันในบางช่วงเวลา ช่วงชีวิตที่ไม่เหมือนกัน
บางคนเข้ามาตอนที่เราเป็นวัยรุ่น
บางคนเข้ามาตอนที่เราไม่มีใคร
บางคนเข้ามาตอนที่เราไม่พร้อม
แล้วเขาก็จากไป ตัวละครที่เราและเขาคิดว่าสำคัญก็เดินเข้ามาเจอกันอีก
ฉากตอนที่ของเล่นในเรื่องถูกเปลี่ยนเจ้าของ
แล้วของเล่นต่างๆ ก็บอกกันเองว่า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเจ้าของแล้ว
เมื่อเจ้าของคนเก่าโตขึ้น ก็เปลี่ยนความสนใจไปเป็นอย่างอื่น
ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นของเล่นหรอก
แต่ในชีวิตจริง เราเองก็เปลี่ยนไปทุก ๆ วัน
*สิ่งที่เราสนใจ คนที่เราให้สำคัญในวันนี้ *
*ต่อจากนี้เราอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับเค้าแล้ว *
เช่นเดียวกันที่เราจะพบเจออะไรแบบนั้นบ้าง
แต่วันที่เราจะต้องเปลี่ยนเจ้าของ
เป็นวันที่ไม่มีใครรู้
*วันที่เรารู้ตัวว่า เราไม่ได้สำคัญกับเค้าแล้วเดินทางมาถึง *
คนที่ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน จะไม่ทันตั้งตัว
แต่พวกของเล่นในเรื่องเค้าเจอกันมาเยอะแล้ว
เลยรู้สึกเศร้าบ้าง แต่ก็ยังมีความหวังว่า เจ้าของคนใหม่
จะใส่ใจเขามากพอ ๆ กับคนเดิม
เป็นความรู้สึกเจ็บแบบลึกๆ
พอเราไม่สำคัญ เราก็คาดหวังว่าสักวัน เราจะสำคัญกับใครอีกคน
ส่วนตัว ผมเป็นคนให้คุณค่ากับการมีอยู่ของตัวเองมากเลยนะ
คือเรามีค่าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีคนมองเห็นหรือไม่
จะมีคนให้ค่าหรือไม่ เรามีตัวตนตั้งแต่เกิดมาอยู่แล้ว
แต่ในการมีชีวิตอยู่จนกว่าจะตายจากกันไป
การถูกใครสักคนให้ความสำคัญ
ก็เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ในการมีชีวิตต่อไปพอสมควรเลย
ไม่ต้องนับในเรื่องความสัมพันธ์ก็ได้
เอาแค่เรื่องของการทำงาน
ถ้าเราทำงานที่ไหน แล้วเรารู้สึกว่า ไม่มีตัวตนในนั้น
ไม่มีความสำคัญ ไม่มีคนเห็นค่า เราก็ไม่อยากยืนอยู่ตรงนั้น
มันทำให้ผมนึกถึงฉากที่ของเล่นชิ้นนึงที่ถูกสร้างขึ้นมาจากขยะ
แล้วเด็กผู้หญิงที่ทำของเล่นนี้ขึ้นมาก็ติดมันมาก
เด็กผู้หญิงเห็นค่าของของเล่นชิ้นใหม่นี้มาก
แต่ของเล่นยังคิดว่าตัวเองเป็นขยะอยู่
เพราะไม่เคยได้รับการให้ค่า
พอมีคนมาให้ ก็ยังไม่เชื่อว่าจริง ๆ แล้วเรามี
เผลอเมื่อไหร่ก็ต้องหาถังขยะใกล้ ๆ แล้ววิ่งเข้าไปอยู่ในนั้น
เข้าไปซุกในกองขยะ แล้วรู้สึกว่า นี่แหละ คือบ้านของเขา
หลายครั้งผมเคยเป็นแบบนั้น
คิดไปเองว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่สำคัญอะไรกับใคร
ด้วยความที่เอาตัวเองไปผูกว่า เราน่าจะมีค่ากับคนนี้นะ
แต่พอคนนี้ไม่ได้ให้ค่าเรา ก็เหมาไปเองว่า เราไม่ได้มีค่ากับใครอีกเลย
จมอยู่กับความคิดแบบนั้น
ใครเดินเข้ามาในชีวิตก็ปัดเค้าออกไป
แล้วกลับมาจมอยู่กับกองขยะในใจตัวเองเหมือนเดิม
*ใช้เวลานะ *
*เวลาที่เราจะเห็นคุณค่า ว่าเราสำคัญกับใครบ้าง *
*และสำคัญกับตัวเอง *
เหมือนของเล่นอีกชิ้นในเรื่องที่ถูกทิ้งบ่อย
จนเบื่อกับการต้องเปลี่ยนเจ้าของ
เลยหนีจากการเป็นของเล่นมือสอง
ออกมาเป็นของเล่นที่สูญหาย
ออกมามีชีวิตของตัวเอง
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร
ไม่รอให้ใครมาให้ความสำคัญ
เพราะเขารู้แล้วว่าอะไรสำคัญกับตัวเค้าเอง
นั่นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการมีชีวิตอยู่ของเรา
แต่ไม่ว่าจะยังไง
การที่เราคิดว่าเราสำคัญกับใครสักคน
ในขณะที่ทางฝั่งของเค้า เราไม่ได้สำคัญอะไรกับเขาเลย
เป็นเรื่องน่าเศร้านะ
เศร้าตรงที่บางทีเราเองที่ไม่ยอมรับตัวเองว่าเราไม่สำคัญ
แต่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาเห็น
ให้เค้ารู้สึกว่า นี่ ชั้นอยู่นี่ไง มองไม่เห็นหรอ
เค้าไม่ได้ลืมว่ามีเรา
แต่เค้าไม่ได้รู้สึกว่ามันต้องมีอีกต่อไปแล้วต่างหาก
ทันทีที่รู้ตัว แล้วยอมรับได้นั่นแหละ
เราถึงจะยอมถอยออกมา
ด้วยความเจ็บปวด เจ็บหัวใจ
แต่ทำอย่างไรได้
นอกจากให้ความสำคัญตัวเอง
กับออกไปหาคนที่ให้ความสำคัญเท่าๆ กัน
โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเจ้าของกันไปไหนอีก
ทำไงได้
กว่าจะโตมาขนาดนี้ เราผ่านการเป็นขยะ
เป็นของเล่นมือสอง เป็นของเล่นที่สูญหาย
แต่สุดท้าย
*เราก็แค่อยากเป็นคนสำคัญกับใครสักคนอยู่ดี *
*แค่นั้นก็พอแล้วเนอะ *