สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 พ.ค. 68 8:52: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 61.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 37 เซนต์ หรือ 0.6%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 64.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 47 เซนต์ หรือ 0.72%
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนกำลังจับตาดูหลังมีรายงานว่า OPEC+ กำลังหารือเรื่องการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันในเดือนก.ค. ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าอุปทานน้ำมันทั่วโลกอาจมากกว่าความต้องการ
*** พรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ โหวตผ่านร่างกฎหมายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเขาเรียกว่า เป็นร่างกฎหมายที่ สวยงามและยิ่งใหญ่ ด้วยคะแนนเสียงที่เฉียดฉิว ด้านสมาชิกพรรคเดโมแครตทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมลงมติไม่เห็นด้วย เช่นเดียวกับ ส.ส.พรรครีพับลิกัน วอร์เรน เดวิดสัน จากรัฐโอไฮโอ และโธมัส แมสซี จากรัฐเคนทักกี ขณะที่ ส.ส.แอนดี้ แฮร์ริส จากรัฐแมรีแลนด์ ซึ่งเป็นประธานกลุ่มอนุรักษนิยม House Freedom Caucus ลงมติ งดออกเสียง ส่งผลให้ผลการลงคะแนนสุดท้ายอยู่ที่ 215 ต่อ 214 เสียง
การผ่านร่างกฎหมายครั้งนี้ ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งใช้เวลา 2 เดือนที่ผ่านมาในการร่างกฎหมาย และอีก 2 วันที่ผ่านมาในการปรับแก้เนื้อหาในนาทีสุดท้าย
*** คำพิพากษาของศาลสูงสหรัฐฯ เกี่ยวกับคดีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลดกรรมการคณะกรรมการแรงงานกลาง 2 คน พบว่ามีข้อความที่ช่วยบรรเทาความวิตกกังวลว่า คดีนี้อาจเปิดทางให้ประธานาธิบดีทรัมป์ สามารถปลดนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกจากตำแหน่ง ได้ตามอำเภอใจ โดยศาลอนุญาตให้ทรัมป์รักษาสถานะการพักงานของกรรมการ 2 คนจากพรรคเดโมแครต
*** UBS Global Wealth Management ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี S&P 500 สิ้นปี 2025 ขึ้นเป็น 6,000 จุด จากเดิม 5,800 จุด พร้อมตั้งเป้าใหม่สำหรับเดือนมิ.ย. 2026 ที่ 6,400 จุด พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2025 เป็น 260 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 250 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่คาดการณ์ EPS ปี 2026 อยู่ที่ 280 ดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มจากเดิม 275 ดอลลาร์สหรัฐ)
*** กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ประกาศถอดถอนสถานะการรับรองโครงการนักเรียนและผู้แลกเปลี่ยน (SEVP) ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยระบุว่า ผู้นำของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้ สร้างสภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัยที่ไม่ปลอดภัย โดยอนุญาตให้ผู้ก่อความวุ่นวายที่ต่อต้านอเมริกาและสนับสนุนการก่อการร้าย คุกคามและทำร้ายร่างกายบุคคล รวมถึงนักศึกษาชาวยิวจำนวนมาก และบ่อนทำลายสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เคยได้รับการยอมรับ DHS ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ก่อความวุ่นวายหลายคนในกลุ่มนี้เป็นนักศึกษาต่างชาติ
*** รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากกลุ่มประเทศ G7 ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน โดยให้คำมั่นที่จะแก้ไข ความไม่สมดุลที่มากเกินไป ในเศรษฐกิจโลก และเปิดทางเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ ยังไม่แน่นอนว่าจะมีแถลงการณ์ร่วมหรือไม่ เนื่องจากความเห็นแตกแยกเรื่องมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ ไม่ต้องการใช้คำว่า ผิดกฎหมาย ในการอ้างถึงสงครามของรัสเซียในยูเครน
*** คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ มีความเห็นแตกต่างในการให้คำแนะนำต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับข้อเสนอเข้าซื้อกิจการ U.S. Steel ของ Nippon Steel แต่สมาชิกส่วนใหญ่ของคณะกรรมการเชื่อว่า ความเสี่ยงด้านความมั่นคงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากข้อตกลงนี้ สามารถแก้ไขได้ โดยคณะกรรมการว่าด้วยการลงทุนจากต่างประเทศในสหรัฐฯ (CFIUS) ได้ส่งคำแนะนำเกี่ยวกับผลกระทบด้านความมั่นคงแห่งชาติของข้อตกลงดังกล่าวให้ทรัมป์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
*** ข้อมูลรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสด ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3.5% ในเดือนเม.ย. สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 3.4% และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2023 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) เพิ่มขึ้น 3.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงสูงกว่าเป้า 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต่อเนื่องนานกว่า 3 ปีแล้ว
*** นายเรียวเซ อากาซาวะ หัวหน้าผู้เจรจาการค้าอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อเจรจารอบที่ 3 กับรัฐบาลทรัมป์ โดยนายอากาซาวะกล่าวว่า ญี่ปุ่นยังคงยืนยันขอให้สหรัฐฯ ทบทวนมาตรการภาษีทั้งหมดอย่างแข็งขัน พร้อมเจรจาอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์เพื่อบรรลุข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ร่วมกันโดยเร็ว ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ มีขึ้นในขณะที่ญี่ปุ่น เคยถูกคาดว่าจะเป็นประเทศแรก ๆ ที่ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ กลับดูเหมือนกำลังตามหลังชาติอื่น หลังสหรัฐฯ ทำข้อตกลงแรกกับสหราชอาณาจักรและสงบศึกภาษีกับจีนไปแล้ว
*** สิงคโปร์เผชิญความเสี่ยงเศรษฐกิจหดตัวทางเทคนิค จากความตึงเครียดด้านภาษีการค้าโลก แม้เศรษฐกิจจะเริ่มต้นปี 2025 ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงกว่าคาด โดยกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ (MTI) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 3.9% ในไตรมาสแรก เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สูงกว่าการคาดการณ์ แต่เมื่อปรับตามฤดูกาลและคิดเป็นรายไตรมาส พบว่า GDP หดตัว 0.6% เทียบกับที่คาดว่าจะหดตัว 1%
*** ผู้ถือหุ้นของ Amazon ลงมติปฏิเสธข้อเสนอที่จะบังคับให้บริษัทแยกตำแหน่ง CEO และประธานบอร์ดออกจากกันอย่างเป็นทางการ โดยผลการลงมติระบุว่า ผู้ถือหุ้นประมาณ 82% คัดค้านข้อเสนอดังกล่าว โดยข้อเสนออิสระนี้ถูกเสนอพร้อมกับข้อเสนออีก 7 รายการในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท ซึ่งข้อเสนออิสระทั้งหมดต่างก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน
Amazon แยกตำแหน่ง CEO และประธานบอร์ดตั้งแต่ปี 2021 เมื่อ เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ส่งมอบตำแหน่ง CEO ให้กับ แอนดี แจสซี โดยเบโซส์ยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร (executive chairman)
*** Anthropic บริษัทคู่แข่งของ OpenAI ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Amazon เปิดตัวกลุ่มโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทรงพลังที่สุดของบริษัทในวานนี้ นั่นคือ Claude 4 โดยบริษัทระบุว่าโมเดล 2 ตัวล่าสุดนี้ ได้แก่ Claude Opus 4 และ Claude Sonnet 4 กำลังกำหนด มาตรฐานใหม่ ในด้าน AI agents โดยสามารถวิเคราะห์แหล่งข้อมูลหลายพันแห่ง สร้างเนื้อหาคุณภาพเทียบเท่ามนุษย์ และปฏิบัติงานที่มีความซับซ้อนได้
*** บรรดานักวิเคราะห์และผู้เกี่ยวข้องในวงการชิป กล่าวเตือนว่า บริษัทจีนกำลังไล่ตามทันบริษัทชิปสัญชาติอเมริกันได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อันเนื่องมาจากข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ แม้ปัจจุบัน Nvidia จะยังคงมีเทคโนโลยีล้ำสมัยกว่าบริษัทจีนเป็นระยะเวลานานหลายปีก็ตาม โดยมาตรการควบคุมการขายชิปขั้นสูงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะชิปที่ใช้ในระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีเป้าหมายเบื้องต้น เพื่อยับยั้งความก้าวหน้าทางทหารของจีน และรักษาความได้เปรียบของสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรม AI
แต่เจนเซ่น หวง CEO ของ Nvidia มองว่าการควบคุมการส่งออกชิปไปจีนของสหรัฐฯ เป็น ความล้มเหลว เพราะสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจอเมริกันมากกว่าที่จะกระทบจีน
*** หุ้นของ Xpeng ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน มีแนวโน้มจะพุ่งกระฉูดต่อเนื่องเกือบ 80% ในปีนี้ หลังเปิดตัวโมเดลใหม่และเดินหน้าสู่การทำกำไร โดยหุ้น Xpeng ในฮ่องกงขยายตัวกว่า 10% หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ที่ดีกว่าคาด พร้อมประมาณการรายได้ Q2 ที่แข็งแกร่ง โดยราคาหุ้นพุงสูงสุด 10.2% มาอยู่ที่ 85.5 ดอลลาร์ฮ่องกง (10.86 ดอลลาร์สหรัฐ) ก่อนปิดตลาดเพิ่มขึ้นที่ 7% และเพิ่มขึ้น 78% ในปีนี้
*** Xiaomi บริษัทสมาร์ทโฟนจีน เตรียมท้าชน iPhone ของแอปเปิ้ล ด้วยชิปประสิทธิภาพสูงและราคาที่ถูกกว่า หลังเปิดตัว Xiaomi 15S Pro รุ่นล่าสุด ซึ่งมีราคาเริ่มต้นเพียง 5,499 หยวน (ประมาณ 764 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยราคาดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิ์ส่วนลดสนับสนุนจากรัฐบาลจีนได้ อีกทั้งมีราคาถูกกว่า iPhone 16 Pro ที่ราคาเริ่ม 7,999 หยวน และ iPhone Pro Max ที่เริ่ม 9,999 หยวน (เกินเกณฑ์ 6,000 หยวนที่จะได้รับส่วนลดรัฐบาล)
เล่ย จวิน CEO เสียวหมี่อ้างว่า ชิป Xring O1 ใหม่ของบริษัท ทำคะแนนเหนือ A18 Pro ของแอปเปิ้ลในหลายมาตรวัดทางเทคนิค โดยเฉพาะในด้านการเล่นเกมที่ร้อนน้อยกว่า
*** บริษัทแอปเปิ้ล วางแผนเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะ (Smart glasses) ในปลายปี 2025 นับเป็นการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ล่าสุด เพื่อกระตุ้นความต้องการอุปกรณ์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยแอปเปิลจะเริ่มผลิตต้นแบบจำนวนมาก ร่วมกับซัพพลายเออร์ต่างประเทศภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งการลงทุนในอุปกรณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังแอปเปิ้ลประสบการตอบรับที่ไม่ร้อนแรงจากผลิตภัณฑ์ Vision Pro หูฟังเสมือน เนื่องจากราคาที่สูงและขาดฟีเจอร์ AI ที่ดึงดูดผู้บริโภค
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ