นายกฯ น้อมรับคำสั่งศาล รธน. พร้อมชี้แจง-ยืนยันทำเพื่อรักษาอธิปไตยชาติ
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 08.12 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(1 ก.ค. 68) หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องคดีที่สมาชิกวุฒิสภาให้ศาลพิจารณาคลิปเสียงสนทนาระหว่าง นส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จ ฮุนเซ็น ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยศาลมีมติ 7:2 สั่งให้น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีโดยมีผลวันนี้ทันที
นส.แพทองธาร ชินวัตร ได้แถลงว่าขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อจากนี้ตนจะต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่ จากนี้จะใช้เวลาทำคำชี้แจงให้กับศาลภายใน 15 วัน ตนเองจะทำให้เต็มที่ เพื่อบอกความตั้งใจที่แท้จริงเรื่องคลิปเสียงที่หลุดออกมา ยืนยันว่าความตั้งใจที่แท้จริงทำเพื่อประเทศชาติ รักษาอธิปไตย และรักษาชีวิตกองทัพทหารทุกคนเพื่อสันติภาพที่จะเกิดขึ้นในประเทศของเรา ตนมั่นใจในสิ่งนี้มาก แต่วิธีการที่ทำอาจไม่ถูกใจใครหลายคน ตนเองจะพยายามที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้ว่าเป็นความตั้งใจและพยายามเกิน 100% ที่ทำให้ประเทศชาติจริงๆ เจตนาไม่มีอยากได้อะไรให้ตัวเองเลย คิดอย่างเดียวว่าทำอย่างไรไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ต้องสู้รบกัน
ทหารจะไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ เพราะตนเองรับไม่ได้ถ้าพูดอะไรกับผู้นำแล้วทำให้เกิดความสูญเสีย ทะเลาะหรือโกรธเคือง ถ้าลองฟังคลิปเสียงจะเข้าใจว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาร้าย เป็นสิ่งที่ตั้งใจหลังจากนี้จะใช้เวลาชี้แจงให้ครบถ้วน
นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ตั้งแต่เมื่อคืนมีคนส่งกำลังใจมาให้ไม่ขาดสาย ตนขอขอบคุณมาก และขอโทษพี่น้องคนไทยทุกคนที่รู้สึกไม่สบายใจในเรื่องนี้ หรือโกรธเคือง ขอยืนยันอีกครั้งว่า มีความตั้งใจทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ และขอขอโทษในวิธีที่ไม่ถูกใจใครหลายคน
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ช่วงเวลาหลังจากนี้ที่หยุดปฏิบัติหน้าที่จะทำเพื่อประเทศชาติต่อไปในฐานะคนไทยคนหนึ่ง พร้อมยินดียังมีแรงกายแรงใจครบ 100% พร้อมทำงานต่อไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน เพราะยังเป็นคนไทยคนหนึ่ง พร้อมทำเพื่อประเทศชาติทุกนาที
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอบคุณทุกกำลังใจอีกครั้ง จากนั้นได้หันหลังกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่า แถลงเหมือนการสั่งลาทั้งที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัย
ต่อมาเวลา ประมาณ14.05 น. นายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นรถยนต์ โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และนส.จิราพร สินธุไพร มาส่งที่รถ ในจังหวะนั้น ผู้สื่อข่าวได้ตะโกนเรียกนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้โบกมือและยกมือไหว้กลุ่มสื่อมวลชน จากนั้นได้ขึ้นรถยนต์และเคลื่อนออกจากตึกไทยคู่ฟ้า โดยช่วงที่รถนายกรัฐมนตรีเคลื่อนที่ นายกรัฐมนตรีได้เปิดกระจกโบกมือให้สื่อมวลชนอีกครั้ง
ขณะที่วันเดียวกัน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะแถลงข่าว มีรถของ นส.พินทองธา คุณากรวงศ์ พี่สาวเข้ามาในทำเนียบ โดยได้เดินจากตึกภักดีบดินทร์ไปที่ตึกไทยคู่ฟ้า