โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

สถานการณ์ไหน? ที่ควรเปิดไฟตัดหมองหลัง เตือนคนหลังไม่ให้ชนเรา

sanook.com

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 03.18 น. • Sanook
หากคุณขับรถเวลาที่ฝนตกและมองทางไม่เห็น จะเห็นว่ารถหลายๆ คันเปิดไฟสีแดงสว่างจ้ากว่าไฟหรี่ที่ท้ายรถ แม้ในยามค่ำคืนที่ท้องฟ้าแจ่มใสหรือฝนตกเพียงปรอยๆ จนเกิดคำถามในใจว่า

หากคุณขับรถเวลาที่ฝนตกและมองทางไม่เห็น จะเห็นว่ารถหลายๆ คันเปิดไฟสีแดงสว่างจ้ากว่าไฟหรี่ที่ท้ายรถ แม้ในยามค่ำคืนที่ท้องฟ้าแจ่มใสหรือฝนตกเพียงปรอยๆ จนเกิดคำถามในใจว่า "ไฟดวงนั้นคืออะไร?" และ "เขาเปิดทำไม?" ไฟดวงนั้นคือ "ไฟตัดหมอกหลัง" (Rear Fog Light) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มีประโยชน์มหาศาลหากใช้ถูกที่ถูกเวลา แต่ก็จะกลายเป็นตัวร้ายสร้างความรำคาญและอันตรายได้ทันทีหากเปิดใช้พร่ำเพรื่อ วันนี้ Sanook Auto จะมาเจาะลึกกันให้ชัดๆ ว่าไฟตัดหมอกหลังควรใช้เมื่อไหร่ถึงจะถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย และแสดงถึงการเป็นผู้ขับขี่ที่มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง

gettyimages-200313883-001-170

รู้จัก ไฟตัดหมอกหลัง

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ไฟตัดหมอกหลังนั้นไม่ใช่ไฟประดับหรือไฟหรี่ มันคือโคมไฟสีแดงที่ถูกออกแบบมาให้มีความเข้มของแสง สูงกว่าไฟท้ายและไฟเบรกปกติหลายเท่าตัว จุดประสงค์เดียวของมันคือ "การทำให้รถคันหลังมองเห็นรถของเราได้อย่างชัดเจนจากระยะไกล ในสภาวะที่ทัศนวิสัยเลวร้ายอย่างรุนแรง" บางคันจะอยู่ที่ล่างจากไฟท้าย หรือ ที่กันชนก็มี

กฎหมายว่าอย่างไร? เปิดมั่วมีโทษปรับ

การใช้งานไฟตัดหมอกนั้นมีกฎหมายควบคุมชัดเจนตาม ประกาศกรมการขนส่งทางบก ซึ่งระบุว่า

ผู้ขับขี่สามารถใช้ไฟตัดหมอกได้ต่อเมื่อรถวิ่งอยู่ในสภาวะที่ทัศนวิสัยไม่ดี อันเนื่องมาจาก หมอก, ควัน, ฝุ่น หรือฝนตกหนัก จนไม่สามารถมองเห็นวัตถุในระยะ 150 เมตรได้ หากเจ้าหน้าที่พบเห็นการเปิดใช้งานโดยไม่มีเหตุอันควร ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก มีโทษปรับสูงสุด 500 บาท

gettyimages-1082998050-170667

เมื่อไหร่ที่ควรเปิดไฟตัดหมอกหลัง

สำหรับการใช้งานไฟตัดหมอกหลัง จำหลักการง่ายๆ คือ "ถ้าเรามองไม่เห็นเขา เขาก็มองไม่เห็นเรา" นี่คือเวลาที่ไฟตัดหมอกหลังจะกลายมาเป็นฮีโร่ช่วยชีวิตเช่น

  • ฝนตกหนักเป็นม่าน: ไม่ใช่แค่ฝนตกธรรมดา แต่ต้องเป็นระดับที่ฝนเทลงมาอย่างหนักจนเป็นเหมือนม่านน้ำบดบังทัศนวิสัย จนคุณ มองไม่เห็นไฟท้ายของรถคันหน้าในระยะปกติ หรือรู้สึกว่าการมองทางข้างหน้าเป็นไปได้ยากลำบากมาก

  • หมอกลงจัด: สถานการณ์คลาสสิก โดยเฉพาะเมื่อขับรถขึ้นเขา, ผ่านพื้นที่ป่า หรือในช่วงเช้ามืดที่อากาศชื้นแล้วเจอหมอกลงหนาทึบจนมองเห็นได้เพียงไม่กี่สิบเมตรข้างหน้า

  • ควันหรือฝุ่นหนาทึบ: เช่น ขับผ่านบริเวณที่มีไฟป่าข้างทาง หรือในพื้นที่ก่อสร้างที่มีฝุ่นตลบหนาแน่นจนบดบังการมองเห็น

สถานการณ์ที่ต้อง ปิดทันที! ก่อนจะสร้างอันตราย

เมื่อรู้แล้วว่าต้องเปิดตัวไฟตัดหมอกหลังตอนไหน เรามารู้กับช่วงที่ไม่ควรเปิดไฟตัดหมอกหลังบ้างว่าเมื่อไหร่ไม่ควรเปิด

  • เมื่อทัศนวิสัยดีขึ้น: ทันทีที่ฝนเริ่มซาลง หมอกเริ่มจาง หรือขับพ้นจากกลุ่มควัน/ฝุ่นแล้ว คุณต้องปิดไฟตัดหมอกหลังทันที เพราะความจำเป็นในการใช้งานได้หมดไปแล้ว

  • เมื่อมีรถมาจ่อท้าย: นี่คือข้อที่สำคัญที่สุด! หากมีรถขับตามหลังคุณในระยะกระชั้นชิด ให้รีบปิดไฟตัดหมอกหลังทันที เพราะแสงที่สว่างจ้าจะพุ่งเข้าตาคนขับคันหลังเต็มๆ ทำให้ตาพร่ามัว, เกิดความรำคาญ และที่อันตรายที่สุดคือ เขาอาจแยกไม่ออกว่าไฟเบรกของคุณสว่างขึ้นมาเมื่อไหร่ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกชนท้ายอย่างมาก

  • เมื่อการจราจรติดขัดในเมือง: ในสภาวะที่รถติดและเคลื่อนตัวช้าๆ ต่อให้ฝนจะตกหนักแค่ไหน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปิดไฟตัดหมอกหลัง เพราะรถทุกคันอยู่ในระยะที่มองเห็นกันได้ชัดเจนอยู่แล้ว การเปิดไฟในสถานการณ์นี้มีแต่จะสร้างความรำคาญให้รถคันหลัง

ดังนั้นต้องบอกว่าไฟตัดหมอกหลังคืออุปกรณ์ความปลอดภัยชั้นเยี่ยมที่ถูกติดตั้งมาเพื่อช่วยชีวิตในยามคับขัน เช่นเกิดหมอกลงหนัก, ฝนตกหนักจนไม่สามารถมองทางเห็น ไม่ใช่ของตกแต่งเพื่อความสวยงาม การใช้งานอย่างถูกกาลเทศะไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและไม่ผิดกฎหมาย แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจและเคารพสิทธิ์ของเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนอีกด้วย รับรองใช้เเป็นสร้างความปลอดภัย ไม่รบกวนเพื่อนๆ นะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...