“ไทยสร้างไทย” มองแปลงโครงการแจกเงินหมื่นมากระตุ้นเศรษฐกิจ ส่อทุจริต
“ไทยสร้างไทย” เชื่อรัฐบาลอยู่ไม่ครบ 4 ปี มองแปลงโครงการแจกเงินหมื่นมากระตุ้นเศรษฐกิจ ส่อทุจริต ไม่ตอบโจทย์วิกฤตปากท้องและการทำกินของประชาชน เสนอแบ่งงบ 50,000 ล้านบาท ตั้ง "กองทุนเครดิตประชาชน" ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยปลดหนี้นอกระบบ 3 ล้านคน
วันที่ 11 มิถุนายน 2568 นายวรวุฒิ โตวิรัตน์ รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) กล่าวถึงการบริหารงานของรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้อาจอยู่ไม่ครบวาระ 4 ปี โดยอาจจะยุบสภาก่อนกำหนดหรือไม่ เพราะมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความตั้งใจในการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะกรณีการยึดกระทรวงมหาดไทยคืนจากพรรคร่วมรัฐบาล หรือการยกเลิกโครงการแจกเงินหมื่นผ่านดิจิทัลวอลเลต เฟส 3ที่ต้องใช้งบประมาณกว่า 157,000 ล้านบาท แต่กลับมีการโยกงบดังกล่าวมาทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นแทน อ้างว่า เป็นการกระจายเงินลงสู่ท้องถิ่นเพื่อทำโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบน้ำ การคมนาคม การท่องเที่ยว และอื่นๆ ล้วนเป็นเรื่องที่ไม่สะท้อนถึงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาของประชาชนแท้จริง ทำให้ความรู้สึกว่า รัฐบาลกำลังเตรียมพร้อมในการยุบสภา มากกว่าจะบริหารประเทศอย่างเต็มที่ครบวาระ
“ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจปากท้อง ค่าครองชีพของพี่น้องประชาขนยังยากลำบาก ค่าครองชีพสูง และเศรษฐกิจระดับครัวเรือนยังเปราะบาง พรรค จึงเสนอแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณที่มีประสิทธิภาพมากกว่า โดยเสนอให้รัฐบาลนำงบประมาณ 157,000 ล้านบาท ซึ่งเดิมจะใช้ในโครงการแจกเงินหมื่น มาจัดตั้ง กองทุนเครดิตประชาชน” จำนวน 50,000 ล้านบาท เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยมั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยประชาชนปลดหนี้นอกระบบได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน ตามตัวเลขประเมินของ SCB และยังเป็นทางออกสำหรับคนตัวเล็กที่ไม่มีเครดิต ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้
โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก (SME) พี่น้องเกษตรกร และประชาชนทั่วไปกำลังรอความช่วยเหลือจากรัฐอย่างเร่งด่วน หากรัฐบาลยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ทันท่วงที กลุ่มคนเหล่านี้อาจล้มทั้งยืน และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมในระยะยาว“ รองโฆษกพรรค ทสท. กล่าว