โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์ ออกหมายจับ 2 แฮกเกอร์ชาวกัมพูชา โจมตีเว็บไซต์ราชการส่วนท้องถิ่น ของไทย ดุด่าประเทศ

สวพ.FM91

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 07.36 น.

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2568 กลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้รับแจ้งจาก “ประชาคมข่าวไซเบอร์” ซึ่งเป็นกลุ่มของเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานด้านการข่าว โดยเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐที่ใช้เป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยพบว่า ได้มีกลุ่ม “bl4ck_cyb3r” หรือ กลุ่มแฮกเกอร์ (Hacker) ของชาวกัมพูชา ได้ประกาศจะโจมตีเว็บไซต์หน่วยงานราชการและเอกชนในไทยด้วยวิธีการขัดขวางการให้บริการ (DDos attack) และเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ (Web defacement) เพื่อตอบโต้ประเทศไทย จากกรณีข้อพิพาทในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ต่อมาตำรวจไซเบอร์จึงได้ตรวจสอบ จนพบหลักฐานว่ามีการโจมตีเว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐของไทยจากกลุ่มแฮกเกอร์ต่างชาติในช่วงเดือน เมษายน – มิถุนายน 2568 จริง โดยพบว่าเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการหลายแห่ง ถูกแฮกและเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ (Web Defacement) พร้อมข้อความแสดงตัวจากกลุ่มแฮกเกอร์ ได้แก่ กลุ่ม “ANONSEC-KH”, กลุ่ม “H3C4KEDZ”, และกลุ่ม “NXBBSEC (Hacker Cambodia)” โดยเว็บไซต์ที่ตรวจพบว่าได้รับผลกระทบ มีลักษณะการโจมตี เช่น เปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ พร้อมแสดงข้อความ เช่น “HACKED BY …” และด่าทอระบบของประเทศไทยอย่างรุนแรง
ต่อมาพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.2 ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าว จนกระทั่งศาลอนุมัติหมายจับบุคคลชาวกัมพูชาจำนวน 2 ราย ในความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ดังนี้

มาตรา 5 (เข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต) ระบุว่า “ผู้ใดเข้าใช้หรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีมาตรการป้องกันโดยมิชอบ ทั้งกรณีระบบดังกล่าวมิได้มีไว้สำหรับตน หรือผู้ใดได้ใช้วิธีการฝ่าฝืนมาตรการป้องกันการเข้าถึง ถือเป็นการกระทำความผิด”

มาตรา 6 (นำมาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบไปเปิดเผยโดยมิชอบ) ระบุว่า “ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น แล้วนำมาตรการดังกล่าวไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่นใช้ โดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

มาตรา 7 (เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต) กำหนดว่า “ผู้ใดเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันโดยมิชอบ และไม่ใช่ข้อมูลที่อนุญาตให้เข้าถึง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” มาตรา 8 (ดักรับข้อมูลคอมพิวเตอร์ระหว่างส่งผ่าน) กำหนดว่า “ผู้ใดดักรับข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่กำลังส่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศและอยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าว กลับมาดำเนินการตามกฎหมายของประเทศไทยต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...