“ASP-ThaiESGX” 2 กอง 2 สไตล์… ลงทุนยั่งยืน “สุดคุ้ม” “โอกาสสร้างผลตอบแทนสูง” พร้อม “เซฟภาษี” !!!
โดย: บลจ.แอสเซท พลัส
โอกาสลงทุน“สุดคุ้ม”…ที่ไม่ได้มีกันบ่อยๆแค่ 2เดือนพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.- 30 มิ.ย. ปี2025 นี้ พลาดไม่ได้
กับ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” (Thai ESGX) ที่ช่วย“เซฟภาษี” รวมกันปีนี้สูงสุดถึง “6แสนบาท” เลยทีเดียว
และ “Timing” สำหรับการลงทุน"หุ้นไทย" ระยะยาว ในจังหวะที่ตลาดยังมี Downside ระยะสั้นจากนโยบาย"ภาษี Trump" นั่นเอง
สำหรับใครที่ต้องเสียภาษี ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงสิ้นปี เพราะนาทีทองอยู่ในช่วง“2เดือนพิเศษ” นี้เท่านั้น หากสนใจและยังไม่รู้ว่าจะเลือกลงทุนกองทุนอะไรดีนั้น
ทาง"บลจ.แอสเซท พลัส" มี 2กองทุน"ThaiESGX" 2สไตล์ ที่ตอบโจทย์การลงทุนที่แตกต่างมานำเสนอกัน ได้แก่ “ASP-MIX ThaiESGX: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ผสมไทย เพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” และ“ASP-DEQ ThaiESGX: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ปันผล หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ”
โดยเสนอขายครั้งแรก (IPO) สำหรับเงินลงทุนใหม่วันที่ 2 – 8 พ.ค. 25 และเปิดเสนอขายหลัง IPO สำหรับเงินลงทุนใหม่ และเงินลงทุนเดิม (สับเปลี่ยนจาก LTF) ระหว่างวันที่ 13 พ.ค. – 30 มิ.ย. 25 นี้
“หุ้นไทย” Timing การลงทุนระยะยาว อีก 5 ปี โอกาสเห็น 1,500 – 1,600 จุด…“หุ้นยั่งยืน” เป้าหมายเงินลงทุนด้าน “ESG”
แม้ภาพ “หุ้นไทย” ในระยะสั้นยังมี Downside อยู่ จากนโยบาย “ภาษี Donald Trump” แต่ความเสี่ยงขาลงก็ค่อนข้างจำกัด ในมุมกลับกันสำหรับการลงทุนระยะยาวนี่เป็น Timing ที่ดีในการลงทุนในหุ้นไทย มองไปช่วง 5 ปี ข้างหน้า โอกาสจะเห็นตลาดกลับมาที่ระดับ 1,500 – 1,600 จุด ไม่ใช่เรื่องยาก
ในส่วนของ “หุ้นยั่งยืน” ของไทยเอง ที่ได้รับการจัด “SET ESG Rating” มีประมาณ 226 ตัวเท่านั้น จากหุ้นไทยมีอยู่ทั้งหมด 700 – 800 ตัว ก็ถือเป็นกลุ่มหุ้นที่มีความน่าสนใจและปลอดภัยมากขึ้นที่ถูกคัดเลือกมาแล้วระดับหนึ่งทั้งในแง่ของการบริหารงานและการดำเนินธุรกิจ Universe ของหุ้นยั่งยืนก็จะแคบลง และเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนด้าน ESG ทั้งในและต่างประเทศ
“ซึ่งทำให้ ‘หุ้นยั่งยืน’ เอง จะมีโอกาสที่จะปรับตัวได้ดีกว่าหุ้นทั่วไป เพราะหุ้นยั่งยืนมีจำนวนจำกัด ในขณะที่เป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนด้าน ESG จะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ที่สำคัญในระยะยาว การลงทุนในบริษัทที่มีแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน มีแนวโน้มที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าบริษัทที่แสวงหาผลกำไรอีกด้วย”
"Universe-หุ้นยั่งยืน” ของ “ASP-Thai ESGX”…ต้องโดดเด่นด้าน “ESG” และมีลักษณะตามเกณฑ์ที่กำหนด
สำหรับ “หุ้นยั่งยืน” ที่อยู่ใน Universe ของ “บลจ.แอสเซท พลัส” ที่จะใช้เลือกลงทุนให้กับกองทุนประเภท “Thai ESGX” ทั้ง 2 กอง นั้น จะเป็น Universe เดียวกัน เป็นหุ้นที่มีความโดดเด่นทั้ง 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม (E: Environment),สังคม (S: Social) และ ธรรมาภิบาล (G: Governance) โดยต้องประกอบด้วยลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
1) ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ “ESG ratings providers”
2) มีการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก
3) มีบรรษัทภิบาล (G: Governance) ในระดับดีเลิศ:ต้องได้รับ CGR ซึ่งจัดทำโดย“สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย” (IOD) ตั้งแต่ 90 คะแนนเป็นต้นไป
“โดย ผู้จัดการกองทุนสามารถเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ (2) หรือ (3) นอกเหนือจากกลุ่มที่ (1) ที่ได้รับ ESG rating ได้ด้วย”
"ASP-MIX ThaiESGX" กองผสมหุ้นแบบ Dynamic 70-100%…ยามตลาดดี “เพิ่มโอกาสผลตอบแทน” ยามตลาดแย่ ช่วย “protect downside”
โดยกองทุน “Thai ESGX” ที่ทาง “บลจ.แอสเซท พลัส” นำเสนอในครั้งนี้ มี 2 กอง 2 สไตล์ ประกอบด้วย “กองทุนผสม” และ “กองทุนหุ้นไทยปันผลสูง” ให้นักลงทุนได้เลือกกัน
เริ่มกันที่ “ASP-MIX ThaiESGX: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ผสมไทย เพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” เป็นกองทุนกลุ่ม “Aggressive Allocation” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่เน้นลงทุนใน“หุ้นยั่งยืน” เฉลี่ยในรอบปีบัญชีตั้งแต่70 – 100% ขึ้นกับภาวะตลาด ส่วนที่เหลือจะลงทุนใน“ตราสารหนี้ยั่งยืน” ที่มีความมั่นคงสูง และมีความเสี่ยงต่ำ เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับกองทุนเฉลี่ยตั้งแต่0 – 30% ขึ้นกับภาวะตลาด
“ด้วยกลยุทธ์กองทุนผสมหุ้นที่บริหารแบบ Dynamic โดยในภาวะ ‘ตลาดปกติ’(Normal Market) จะลงทุนใน ‘หุ้น’ ตั้งแต่ 70 – 100% ขึ้นกับภาวะตลาด”
สำหรับช่วง ‘ตลาดดี’ (Bull Market) กองทุนสามารถปรับสัดส่วนของ ‘หุ้น’ ขึ้นไปได้ถึง 100% และสามารถเลือกหุ้นเติบโต (Growth) ได้ทำให้เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงตลาดขาขึ้นได้เป็นอย่างดี
และในช่วงที่ ‘ตลาดแย่’ (Bear Market) ก็ลดสัดส่วนของหุ้นลงเหลือ 70% และเพิ่มสัดส่วนของ ‘ตราสารหนี้’ ขึ้นได้ถึง 30%ช่วยปกป้องความเสี่ยงในขาลง (Protect Downside) ได้เป็นอย่างดี
“เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง คาดหวังผลตอบแทนที่สูงจากการลงทุนในหุ้นที่สามารถวิ่งได้ตั้งแต่ 70 -100%”
"ASP-DEQ ThaiESGX" เน้นหุ้นปันผลสูง…ไม่ผันผวนตามภาวะตลาด
ถัดมาเป็น “ASP-DEQ ThaiESGX: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ปันผล หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” เป็นกลุ่มกองทุน “Equity General” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง)ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นยั่งยืน” ที่มีปันผลสูง เป็นธุรกิจที่ไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ เติบโตไปกับธุรกิจที่มั่นคง พร้อมสร้างโอกาสรับกระแสเงินสดระยะยาว โดยต้องผ่านเกณฑ์ที่เข้มข้นในการคัดเลือกสไตล์ “บลจ.แอสเซท พลัส” เบื้องต้น ได้แก่
- จ่ายปันผลต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี
- มี Dividend Yieldมากกว่าค่าเฉลี่ยตลาด
- อัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ในระดับสูง
- คาดการณ์จ่ายปันผลสูง พิจารณาจากกำไรสะสมของบริษัท
“โดยจะมีการคัดเลือกหุ้นเพื่อลงทุนประมาณ 20 – 25 ตัว สไตล์ ‘Stock Selection’ ที่เป็นความเชี่ยวชาญของบริษัท และทั้ง 2 กองทุน จะบริหารด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญการลงทุน ‘หุ้นไทย’ พร้อม ‘ปรับพอร์ต’ ตามภาวะตลาดอย่างยืดหยุ่นอีกด้วย”
ช่วง 2 เดือนพิเศษ (2 พ.ค. – 30 มิ.ย. 25) ลงทุนกลุ่ม “Thai ESG” ปีนี้…รวมกัน “เซฟภาษี” ได้สูงสุดถึง 9 แสนบาท
ที่สำคัญ ปี 2025นี้ “พิเศษ” สุดๆ นอกจากเงินลงทุนในกองทุน “Thai ESG-ใหม่” (ปี2024 – 2026)ที่รัฐให้สิทธิเพิ่มชั่วคราวโดยเพิ่มวงเงินลดหย่อนเป็น 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และลดระยะเวลาถือครองเหลือไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับวันชนวัน)
ยังมีเพิ่มเติมจากกองทุน “Thai ESGX” รวมกันสูงสุดอีก 600,000 บาท จาก 2 วงเงิน ประกอบด้วย
1) “เงินลงทุนใหม่” ลดหย่อนภาษีสูงสุด “ไม่เกิน 30%” ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท ต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับวันชนวัน)
2) “เงิน LTF เดิม” ที่สับเปลี่ยนมาลงทุน จะลดหย่อนภาษได้สูงสุด 500,000 บาท โดยใช้ในปี2025 สูงสุด 300,000 บาท และทยอยใช้ปีที่ 2 -5 (ปี2026-2029) จำนวนเท่าๆ กัน สูงสุดไม่เกินปีละ 50,000 บาท ต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับวันชนวัน) ที่สำคัญต้องโอนมา LTF ทุกกองทุน ในทุก บลจ. มาทั้งหมดและถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี ทั้งจำนวนด้วยเช่นกัน
“ทำให้ ในช่วง 2 เดือนพิเศษนี้ (วันที่ 2 พ.ค. – 30 มิ.ย. 25) หากลงทุนในกองทุน ‘Thai ESGX’ และ ‘Thai ESG-ใหม่’ จะทำให้ปีนี้สามารถลดหย่อนภาษีจากกลุ่ม ‘Thai ESG’ ได้รวมกันสูงสุดถึง 9 แสนบาท เลยทีเดียว”
สำหรับใครที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี “ประโยชน์ทางภาษี” ที่จะประหยัดได้ในช่วง 2 เดือนนี้ (2 พ.ค. -30 มิ.ย. 25) ถือว่า “คุ้มสุดๆ” ยิ่งฐานภาษีสูง ยิ่งได้ประโยชน์มาก ที่สำคัญ ยังเป็น “Timing” ที่ดีในการลงทุนระยะยาวในหุ้นไทยอีกด้วย นั่นทำให้ทั้งกองทุน “ASP-MIX ThaiESGX”และ “ASP-DEQ ThaiESGX” 2 กอง 2 สไตล์ จาก “บลจ.แอสเซท พลัส” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีทั้งการ “ลงทุนยั่งยืน” สุดคุ้ม “โอกาสสร้างผลตอบแทนสูง” พร้อม “เซฟภาษี” แบบ 3 in 1 เลยทีเดียว
ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงและศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุน LTF, SSF, RMF, ThaiESG และ ThaiESGX ก่อนตัดสินใจลงทุน” ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับ พร้อมชำระเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามที่ระบุในประมวลรัษฎากรและควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่
บลจ. แอสเซท พลัส โทร. 0-2672-1111 www.assetfund.co.th