“ตลาดหุ้นจีน” คึกคัก หลังรัฐบาลให้คำมั่นจัดการสงครามราคาที่บั่นทอนกำไร
รัฐบาลจีนส่งสัญญาณจริงจังเดินหน้าจัดระเบียบภาวะเนจวนในภาคอุตสาหกรรม หลังสงครามราคากระทบกำไร-สร้างแรงเสียดทานทางการค้าทั่วโลก พร้อมขอความร่วมมือบริษัทตัดกำลังผลิต
วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.42 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า ตลาดหุ้นจีน ได้รับแรงหนุนจากคำมั่นของรัฐบาลที่จะควบคุมสงครามราคาที่ทำให้ผลกำไรของบริษัทลดลงและซ้ำเติมความตึงเครียดทางการค้ากับนานาชาติ
คำฮิตที่ถูกพูดถึงมากคือ“ต่อต้านภาวะเนจวน” (anti-involution) ซึ่งหมายถึงความพยายามของรัฐบาลจีนในการควบคุมการแข่งขันที่รุนแรงและกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรม เช่น แผงโซลาร์เซลล์ เหล็กกล้า และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากความต้องการภายในประเทศอ่อนแอและกำแพงภาษีระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่น มาตรการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ผู้ผลิตจีนจึงหันมาลดราคาสินค้าเพื่อแย่งชิงตลาด ส่งผลให้ผลประกอบการตกต่ำและบางบริษัทต้องปิดกิจการ
ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีน ซึ่งวัดราคาที่โรงงานได้รับจากการขายสินค้า ลดลงต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 3 ปี ซึ่งสะท้อนภาวะเงินฝืดเรื้อรัง ปัญหานี้ยังส่งผลกระทบต่อตลาดโลก เนื่องจากสินค้าราคาถูกจากจีนกระตุ้นความตึงเครียดทางการค้ากับประเทศคู่ค้า เช่น สหรัฐ และสหภาพยุโรป
ตัวอย่างการลดกำลังผลิต ผู้ผลิตกระจกแผงโซลาร์ตกลงลดการผลิต 30% ในแถลงการณ์ล่าสุดหลายฉบับ รัฐบาลจีนและสมาคมอุตสาหกรรมได้แสดงท่าทีจริงจังในการควบคุมการแข่งขันที่รุนแรง เช่น เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ผู้ผลิตกระจกสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ 10 รายใหญ่ ตกลงปิดเตาหลอมและลดการผลิตลง 30% รัฐบาลยังเริ่มตรวจสอบความปลอดภัยของรถยนต์ เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทลดคุณภาพเพื่อประหยัดต้นทุน
แม้ยังไม่แน่ชัดว่ามาตรการเหล่านี้จะได้ผลหรือไม่ แต่นักลงทุนก็เริ่มมีความหวัง ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเริ่มฟื้นตัว เช่น หุ้นของ Liuzhou Iron & Steel พุ่งขึ้น 10% เมื่อวันศุกร์ และเพิ่มขึ้นกว่า 70% นับตั้งแต่สิ้นเดือนมิ.ย. ขณะที่ผู้ผลิตกระจกโซลาร์ Changzhou Almaden แม้ราคาหุ้นจะลดลงช่วงปลายสัปดาห์ แต่ยังคงเพิ่มขึ้นราว 50%
กองทุน ETF ในกลุ่มโซลาร์เซลล์และเหล็กกล้าขึ้นราว 10% ซึ่งสูงกว่าดัชนี Shanghai Composite ที่ขึ้นเพียง 3.2% ส่วนหุ้นกลุ่ม EV ยังมีผลประกอบการที่หลากหลาย เช่น Li Auto และ Nio เพิ่มขึ้นสองหลัก แต่ BYD กลับลดลง
รัฐบาลเรียกสงครามราคาว่าเป็นการแข่งขันที่ไร้ระเบียบ โดยเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. หนังสือพิมพ์ People’s Daily กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้เผยแพร่บทความยาวหน้า 1 ว่าการแข่งขันแบบเนจวนขัดต่อเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูงของรัฐบาล
สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน แสดงความเห็นในการประชุมเศรษฐกิจลับ เรียกร้องให้ควบคุมแรงจูงใจจากรัฐบาลท้องถิ่นที่กระตุ้นให้มีการตั้งโรงงานเกินจำเป็น ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหากำลังผลิตล้นตลาด โดยเฉพาะสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มรุนแรงมาตั้งแต่ 3 ปีก่อน
นักวิเคราะห์จาก UBS มองว่าท่าทีใหม่นี้น่าจะเป็นข่าวดีต่อผลกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยระบุว่า “แม้การเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันดุเดือดสู่การรวมตัวอย่างมีระเบียบอาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดยิงของสงครามราคาในระยะสั้น”
คำว่า "เนจวน" (involution) คืออะไร?
คำว่า“เนจวน” แรกเริ่มใช้กับกลุ่มนักเรียนและคนหนุ่มสาวในจีน ที่รู้สึกว่าต้องแข่งขันกันอย่างหนักแต่ไม่มีความหมาย เพราะตลาดงานอ่อนแอและค่าจ้างไม่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันคำนี้ถูกนำมาใช้อธิบายภาคอุตสาหกรรมที่มีบริษัทมากเกินไป แข่งขันตัดราคากันเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด
บทความในนิตยสาร Qiushi ของพรรคคอมมิวนิสต์ชี้ว่าความไม่สมดุลระหว่างกำลังการผลิตกับอุปสงค์จริง ทำให้เกิดการแข่งขันแบบเอาตัวรอดในตลาดที่มีขนาดจำกัด
อุตสาหกรรมบางประเภท เช่น เหล็กกล้าและปูนซีเมนต์ ประสบปัญหากำลังการผลิตล้นตลาดมานานแล้ว ความพยายามส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว เช่น แผงโซลาร์ กังหันลม และ EV ก็สร้างปัญหาแบบเดียวกัน ขณะที่การส่งออกจากจีนที่เพิ่มสูง ทำให้ประเทศต่าง ๆ ตั้งกำแพงภาษีเพิ่มขึ้น เช่น สหรัฐ ยุโรป เม็กซิโก อินโดนีเซีย และอินเดีย
นักเศรษฐศาสตร์เสนอว่า วิธีแก้ไขในระยะยาว คือ การควบรวมกิจการและการล้มละลาย แต่ต้องใช้เวลา อีกทั้งยังติดปัญหาการเมืองท้องถิ่น เพราะรัฐบาลท้องถิ่นมักต้องการปกป้องบริษัทในพื้นที่และรักษางานไว้
อลิเซีย การ์เซีย-เฮอร์เรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอเชีย-แปซิฟิก ของธนาคารลงทุน Natixis กล่าวว่า “คำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสะท้อนว่า พวกเขารู้ว่าต้องทำอะไรสักอย่าง” แต่ก็เสริมว่า “ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะลงมือจริงหรือแค่พูดเท่านั้น แต่ปัญหานี้ถือว่าหนักสำหรับจีนจริง ๆ”
อ้างอิง : finance.yahoo.com