โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ตลาดหุ้นจีน” คึกคัก หลังรัฐบาลให้คำมั่นจัดการสงครามราคาที่บั่นทอนกำไร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 14.46 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 07.46 น.

รัฐบาลจีนส่งสัญญาณจริงจังเดินหน้าจัดระเบียบภาวะเนจวนในภาคอุตสาหกรรม หลังสงครามราคากระทบกำไร-สร้างแรงเสียดทานทางการค้าทั่วโลก พร้อมขอความร่วมมือบริษัทตัดกำลังผลิต

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.42 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า ตลาดหุ้นจีน ได้รับแรงหนุนจากคำมั่นของรัฐบาลที่จะควบคุมสงครามราคาที่ทำให้ผลกำไรของบริษัทลดลงและซ้ำเติมความตึงเครียดทางการค้ากับนานาชาติ

คำฮิตที่ถูกพูดถึงมากคือ“ต่อต้านภาวะเนจวน” (anti-involution) ซึ่งหมายถึงความพยายามของรัฐบาลจีนในการควบคุมการแข่งขันที่รุนแรงและกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรม เช่น แผงโซลาร์เซลล์ เหล็กกล้า และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากความต้องการภายในประเทศอ่อนแอและกำแพงภาษีระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่น มาตรการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ผู้ผลิตจีนจึงหันมาลดราคาสินค้าเพื่อแย่งชิงตลาด ส่งผลให้ผลประกอบการตกต่ำและบางบริษัทต้องปิดกิจการ

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีน ซึ่งวัดราคาที่โรงงานได้รับจากการขายสินค้า ลดลงต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 3 ปี ซึ่งสะท้อนภาวะเงินฝืดเรื้อรัง ปัญหานี้ยังส่งผลกระทบต่อตลาดโลก เนื่องจากสินค้าราคาถูกจากจีนกระตุ้นความตึงเครียดทางการค้ากับประเทศคู่ค้า เช่น สหรัฐ และสหภาพยุโรป

ตัวอย่างการลดกำลังผลิต ผู้ผลิตกระจกแผงโซลาร์ตกลงลดการผลิต 30% ในแถลงการณ์ล่าสุดหลายฉบับ รัฐบาลจีนและสมาคมอุตสาหกรรมได้แสดงท่าทีจริงจังในการควบคุมการแข่งขันที่รุนแรง เช่น เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ผู้ผลิตกระจกสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ 10 รายใหญ่ ตกลงปิดเตาหลอมและลดการผลิตลง 30% รัฐบาลยังเริ่มตรวจสอบความปลอดภัยของรถยนต์ เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทลดคุณภาพเพื่อประหยัดต้นทุน

แม้ยังไม่แน่ชัดว่ามาตรการเหล่านี้จะได้ผลหรือไม่ แต่นักลงทุนก็เริ่มมีความหวัง ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเริ่มฟื้นตัว เช่น หุ้นของ Liuzhou Iron & Steel พุ่งขึ้น 10% เมื่อวันศุกร์ และเพิ่มขึ้นกว่า 70% นับตั้งแต่สิ้นเดือนมิ.ย. ขณะที่ผู้ผลิตกระจกโซลาร์ Changzhou Almaden แม้ราคาหุ้นจะลดลงช่วงปลายสัปดาห์ แต่ยังคงเพิ่มขึ้นราว 50%

กองทุน ETF ในกลุ่มโซลาร์เซลล์และเหล็กกล้าขึ้นราว 10% ซึ่งสูงกว่าดัชนี Shanghai Composite ที่ขึ้นเพียง 3.2% ส่วนหุ้นกลุ่ม EV ยังมีผลประกอบการที่หลากหลาย เช่น Li Auto และ Nio เพิ่มขึ้นสองหลัก แต่ BYD กลับลดลง

รัฐบาลเรียกสงครามราคาว่าเป็นการแข่งขันที่ไร้ระเบียบ โดยเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. หนังสือพิมพ์ People’s Daily กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้เผยแพร่บทความยาวหน้า 1 ว่าการแข่งขันแบบเนจวนขัดต่อเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูงของรัฐบาล

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน แสดงความเห็นในการประชุมเศรษฐกิจลับ เรียกร้องให้ควบคุมแรงจูงใจจากรัฐบาลท้องถิ่นที่กระตุ้นให้มีการตั้งโรงงานเกินจำเป็น ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหากำลังผลิตล้นตลาด โดยเฉพาะสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มรุนแรงมาตั้งแต่ 3 ปีก่อน

นักวิเคราะห์จาก UBS มองว่าท่าทีใหม่นี้น่าจะเป็นข่าวดีต่อผลกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยระบุว่า “แม้การเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันดุเดือดสู่การรวมตัวอย่างมีระเบียบอาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดยิงของสงครามราคาในระยะสั้น”

คำว่า "เนจวน" (involution) คืออะไร?

คำว่า“เนจวน” แรกเริ่มใช้กับกลุ่มนักเรียนและคนหนุ่มสาวในจีน ที่รู้สึกว่าต้องแข่งขันกันอย่างหนักแต่ไม่มีความหมาย เพราะตลาดงานอ่อนแอและค่าจ้างไม่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันคำนี้ถูกนำมาใช้อธิบายภาคอุตสาหกรรมที่มีบริษัทมากเกินไป แข่งขันตัดราคากันเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด

บทความในนิตยสาร Qiushi ของพรรคคอมมิวนิสต์ชี้ว่าความไม่สมดุลระหว่างกำลังการผลิตกับอุปสงค์จริง ทำให้เกิดการแข่งขันแบบเอาตัวรอดในตลาดที่มีขนาดจำกัด

อุตสาหกรรมบางประเภท เช่น เหล็กกล้าและปูนซีเมนต์ ประสบปัญหากำลังการผลิตล้นตลาดมานานแล้ว ความพยายามส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว เช่น แผงโซลาร์ กังหันลม และ EV ก็สร้างปัญหาแบบเดียวกัน ขณะที่การส่งออกจากจีนที่เพิ่มสูง ทำให้ประเทศต่าง ๆ ตั้งกำแพงภาษีเพิ่มขึ้น เช่น สหรัฐ ยุโรป เม็กซิโก อินโดนีเซีย และอินเดีย

นักเศรษฐศาสตร์เสนอว่า วิธีแก้ไขในระยะยาว คือ การควบรวมกิจการและการล้มละลาย แต่ต้องใช้เวลา อีกทั้งยังติดปัญหาการเมืองท้องถิ่น เพราะรัฐบาลท้องถิ่นมักต้องการปกป้องบริษัทในพื้นที่และรักษางานไว้

อลิเซีย การ์เซีย-เฮอร์เรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอเชีย-แปซิฟิก ของธนาคารลงทุน Natixis กล่าวว่า “คำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสะท้อนว่า พวกเขารู้ว่าต้องทำอะไรสักอย่าง” แต่ก็เสริมว่า “ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะลงมือจริงหรือแค่พูดเท่านั้น แต่ปัญหานี้ถือว่าหนักสำหรับจีนจริง ๆ”

อ้างอิง : finance.yahoo.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...