บล.โกลเบล็ก แนะติดตามผลการเจรจามาตรการภาษีสหรัฐฯอย่างใกล้ชิด ชี้ 4 หุ้นเด่น รับโครงการ Sandbox
บล.โกลเบล็ก ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้ Sideway ต่อเนื่อง นักลงทุนยังเฝ้าติดตามผลการเจรจามาตรการภาษีระหว่างสหรัฐฯ-ไทยอย่างใกล้ชิด คาดรู้ผลก่อน 1 ส.ค.นี้ ควบคู่กับการเกาะติดการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน จึงให้กรอบดัชนี 1,180-1,230 จุด พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการทดสอบ (Sandbox) ของ ก.ล.ต. ที่เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 13 ส.ค.นี้
22 กรกฎาคม 2568 นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีทิศทาง Sideway หลังจากดัชนีได้ปรับขึ้นต่อเนื่องในสัปดาห์ก่อนนี้
โดยนักลงทุนยังคงติดตามผลการเจรจามาตรการภาษีระหว่างสหรัฐฯ-ไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าก่อนสหรัฐฯจะเริ่มเก็บภาษีไทยวันที่ 1 ส.ค.68 นี้ จะได้รับคำตอบการประกาศอัตราภาษีใหม่จากเดิมที่กำหนด 36% ประกอบกับติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยประกาศออกมาต่อเนื่องจนถึงวันที่ 14 ส.ค. 68 จึงให้กรอบดัชนีในสัปดาห์นี้ที่ 1,180-1,230 จุด
ขณะที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีสินค้าจากประเทศจีนต่อเนื่อง ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ มีการประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping Tariff) ในอัตราเบื้องต้น 93.5% ต่อสินค้าแกรไฟต์เกรดแอโนด (Anode-grade Graphite) ที่นำเข้าจากประเทศจีน หลังจากสรุปว่าสินค้าดังกล่าวเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ถูกนำมาขายที่สหรัฐฯในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าปริมาณและมูลค่าการส่งออกตู้เย็นของประเทศไทยไปยังสหรัฐอเมริกาจะได้รับผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษี โดยประเมินเบื้องต้นอาจมีแนวโน้มที่จะหดตัว 3.3% หากไทยโดนสหรัฐอเมริกาเก็บภาษีในอัตรา 36% ตั้งแต่ 1 ส.ค. 2568 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ
- วันที่ 24 ก.ค. ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์, สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
- วันที่ 31 ก.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
ส่วนปัจจัยต่างประเทศ อาทิ
- วันที่ 22 ก.ค. สหรัฐฯ รายงานดัชนีการผลิตเดือน ก.ค. ประธาน FED กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมทบทวนแบบบูรณาการเกี่ยวกับกรอบเงินกองทุนสำหรับธนาคารขนาดใหญ่เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ FED ในปีนี้
- วันที่ 23 ก.ค. สหรัฐฯ รายงานยอดขายบ้านมือสองเดือน มิ.ย. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
- วันที่ 24 ก.ค. ญี่ปุ่น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการขั้นต้นเดือน ก.ค., ธนาคารกลางยุโรป (ECB) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย, อียู รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการขั้นต้นเดือน ก.ค., สหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือน มิ.ย. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการขั้นต้นเดือน ก.ค.
- วันที่ 29-30 ก.ค. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ครั้งที่ 4/68
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการทดสอบ (Sandbox) ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2568 สำหรับโครงการทดสอบ (Sandbox) หรือการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาเปลี่ยนเป็นเงินบาท และนำไปใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการนำนวัตกรรมและสินทรัพย์ดิจิทัลมาสนับสนุนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ รวมถึงเพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินบาทผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และนำไปใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการ e-money โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าวได้แก่ JTS, BTC, XPG และ ZIGA
ด้าน นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินว่า ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้น จากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า หลังปธน.ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯเผยเตรียมส่งจดหมายเรียกเก็บภาษีต่อประเทศคู่ค้าขนาดเล็กของสหรัฐฯในอัตรา 10-15% ขณะที่ EU เผยว่ากำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ภาษีของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนเข้าถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ตามประธานเฟดสาขาดัลลัส ระบุว่า เฟดควรคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะ หลังสหรัฐฯเผยตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ปรับตัวขึ้นสูงกว่าคาดการณ์ เป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นได้อย่างจำกัด มองกรอบทองคำสัปดาห์นี้ 3,310 – 3,390 $/Oz หากไม่ผ่านแนวต้านให้ชะลอการลงทุน