โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรุงไทย มองแนวโน้มเงินเฟ้อไทยอ่อนแรง เหตุศก.ชะลอทำอุปสงค์ในประเทศวูบ - ราคาพลังงานลดลง

efinanceThai

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 06.21 น.

กรุงไทย มองแนวโน้มเงินเฟ้อไทยอ่อนแรง เหตุศก.ชะลอทำอุปสงค์ในประเทศวูบ - ราคาพลังงานลดลง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มิ.ย. 68 13:21 น.

กรุงไทย ประเมินว่า ทิศทางเงินเฟ้อของไทยระยะข้างหน้ามีแนวโน้มอ่อนแรง ปัจจัยหลักจากอุปสงค์ภายในประเทศซึ่งมีสัญญาณแผ่วตามภาวะเศรษฐกิจ และทิศทางราคาพลังงานที่ลดลงทำต้นทุนภาคการผลิตลดลง พร้อมจับตาแนวโน้มมาตรการภาษีสหรัฐฯ

Krungthai COMPASS ในเครือธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน พ.ค. 68 อยู่ที่ -0.57% ลดลงจากเดือนก่อนจากระดับราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสดและราคาพลังงานที่ปรับตัวลงเป็นสำคัญอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน พ.ค. อยู่ที่ -0.57% ติดลนมากขึ้นจากเดือนก่อน ซึ่งอยู่ที่ -0.22% โดยยังมีทิศทางติดลบสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ซึ่งมองไว้ที่ -0.80%1 ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้ลดลงมาจากการหดตัวของระดับราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด โดยเฉพาะกลุ่มผักสดและผลไม้สดที่ปรับตัวลดลง-24.85% และ -1.92% ตามลำดับ ตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ประกอบกับระดับราคาพลังงานลดลง -6.58% สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบดูไบที่มีทิศทางปรับตัวลง ตามอุปสงค์น้ำมันโลกที่อ่อนแรงสอดคล้องกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่กลุ่ม OPEC+ ยังไม่มีสัญญาณลดกำลังการผลิตลง

อย่างไรก็ดี ระดับสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยังคงเพิ่มขึ้น 0.89% โดยกลุ่มที่ราคาสินค้าปรับสูงขึ้น ได้แก่ กลุ่มเนื้อสัตว์ และกลุ่มข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง เป็นต้น เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบรายเดือน ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือน พ.ค.เพิ่มขึ้น 0.26% จากเดือน เม.ย. ตามการสูงขึ้นของระดับราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และระดับราคาหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น 0.63% และ 0.03% ตามลำดับ โดยกลุ่มสินค้าที่ระดับราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ สินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ อาทิ เนื้อสุกร ปลานิล และไก่สด ตามความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น และสินค้าในหมวดเคหสถาน จากการสูงขึ้นของค่าเช่าบ้าน และราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า สำหรับกลุ่มสินค้าที่ระดับราคาปรับลดลง ได้แก่ กลุ่มผลไม้สด กลุ่มเครื่องประกอบอาหาร สินค้าในหมวดพาหนะการขนส่งและการสื่อสาร เป็นต้น

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 1.09% ทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน ซึ่งอยู่ที่ 0.98% หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบรายเดือน ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานสูงขึ้น 0.19%1 อ้างอิงจาก Reuter Polls (as of June 2025)

Implication:

-Krungthai COMPASS ประเมินว่า ทิศทางเงินเฟ้อของไทยระยะข้างหน้า ยังมีโมเมนตัมอ่อนแรง ปัจจัยหลักจากอุปสงค์ภายในประเทศซึ่งมีสัญญาณแผ่วและทิศทางราคาพลังงานที่ลดลง โดยอุปสงค์ในประเทศยังเปราะบาง สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือน เม.ย. 68 ซึ่งลดลงมาอยู่ที่ 48.8 จาก 50.8 ในเดือนก่อนหน้า แสดงถึงความไม่เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจระยะข้างหน้า ซึ่งจะกดดันให้อุปสงค์ภายในประเทศมีแนวโน้มแผ่วลง

-ด้านแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตสินค้ามีแนวโน้มลดลง ตามรายจ่ายด้านพลังงานของผู้ประกอบการที่มีทิศทางปรับตัวลง ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน พ.ค. 68 ลดลง -3.69%YoY โดยติดลบมากขึ้นจากเดือนก่อน (-3.16% YoY) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากต้นทุนพลังงานที่แผ่วลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ดัชนีราคาผู้ผลิตซึ่งมีแนวโน้มอ่อนแรงลงดังกล่าวจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปทาน

-นอกจากนี้ ดัชนีราคาสินค้านำเข้าเดือน เม.ย. 68 หดตัว -0.97 %YoY ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินบาท ตามการปรับลดสัดส่วนการถือครองดอลลาร์สหรัฐฯ ของนักลงทุน สวนทางกับสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ รวมถึงภูมิภาคเอเชียและเงินบาท ซึ่งมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ปัจจัยดังกล่าวเอื้อให้ต้นทุนการนำเข้าถูกลง ทั้งยังมีส่วนช่วยลดทอนรายจ่ายในการผลิตสินค้าและบริการ อันจะช่วยให้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ

- จับตาความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ที่จะส่งผลต่อการชะลอตัวของอุปสงค์ทั้งในตลาดโลกและไทย และกดดันโมเมนตัมเงินเฟ้อระยะข้างหน้าให้อ่อนแรงลง ทั้งนี้ มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ตกอยู่ภายใต้การไต่สวนในกระบวนการยุติธรรม (ยกเว้น sectoral tariff) ขณะที่การไหลทะลักของสินค้าจีนมีแนวโน้มเพิ่มสูงจากสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงด้านต่ำต่ออัตราเงินเฟ้อของไทย

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...