โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

40 ปีอสังหาฯ ไทยเจออะไร? ก่อนทำนายอนาคต : ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ในงาน Property Hack 2025

TERRABKK

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 02.44 น. • TERRABKK
40 ปีอสังหาฯ ไทยเจออะไร? ก่อนทำนายอนาคต : ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ในงาน Property Hack 2025

ในยุคที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า วิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลก วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในงาน"Property Hack 2025: อสังหาฯ ยุคแผ่นดินไหว มองลึก ปรับไว รับมือได้ทุกแรงสั่นสะเทือน" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์นนทบุรี และบริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด ได้จัดเวทีเปิดมุมมองใหม่และเผยข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ นำไปปรับใช้ ปรับตัว กับธุรกิจ ในยุคที่พฤติกรรมผู้ซื้อบ้านและสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน

ท่ามกลางหัวข้อที่มีหลากหลาย หัวข้อในงานเรื่อง “เศรษฐกิจโลกปั่นป่วน ส่องอสังหาริมทรัพย์ในยุคแผ่นดินไหว” เป็นอีกหนึ่งการบรรยายที่จะทำให้ผู้ประกอบการเห็นภาพกว้างของตลาดอสังหาไทยมากขึ้น โดยการบรรยายได้รับเกียรติ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และพลังงาน และนายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น มาเชื่อมโยงให้เห็นภาพระหว่างเศรษฐกิจโลกกับตลาดอสังหาฯ ไทย โดยให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย เพื่อให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ ได้นำวิเคราะห์และทำนายเปลี่ยนแปลงของอสังหาริมทรัพย์ไทย

ภาพรวมปัจจัยขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ดร.ณรงค์ชัย เริ่มต้นด้วยการฉายภาพกว้างของเศรษฐศาสตร์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ย่อมขับเคลื่อนด้วยดีมานด์-ซัพพลาย เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ โดยตลาดอสังหาฯ มีปัจจัยด้านดีมานด์ตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักๆ 3 ประการ คือ 1.ความต้องการที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำงาน สิ่งอำนวยความสะดวก 2.โอกาสในการลงทุนจากการเช่าและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว 3. ดีมานด์ที่แท้จริงจากรายได้ เช่น การเข้าถึงสินเชื่อ และความมั่นคงทางการเงินของผู้บริโภค

ส่วนปัจจัยด้านซัพพลายแบ่งเป็น 4 ประการหลักๆ ได้แก่ 1.ต้นทุนและสภาพคล่องของเงินทุน ที่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงการ 2.ที่ดิน เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด จึงส่งผลกระทบต่อปริมาณอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ในตลาด 3.บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพและต้นทุนแรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมอสังหาฯ 4.กฎระเบียบและมาตรฐานต่างๆ ที่ส่งผลต่อกระบวนการพัฒนาอสังหาฯ

“เศรษฐกิจโลกมีผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากไทยเป็นเศรษฐกิจแบบเปิดกว้างจึงได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอกสูง ส่งผลต่อการเติบโตของ GDP และการเพิ่มดีมานด์ที่แท้จริงสำหรับอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ประสิทธิภาพของห่วงโซ่ซัพพลายจะช่วยลดต้นทุนการก่อสร้าง” ดร.ณรงค์ชัย เสริม

คลื่นที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ไทย

ตลอด 4 ทศวรรษ ระเบียบ มาตรฐาน และนโยบายโลก มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในหลายช่วงเวลา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง กล่าวโดยสรุป ช่วงปี 1946-2000 เป็นยุคเรืองรองของระเบียบโลก เพราะเป็นยุคที่โลกมุ่งเน้นความเป็นเสรีนิยม ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน มีการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดโลกเกิดความเชื่อมโยงและรวมเป็นหนึ่ง มีสถาบันและกฎหมายระหว่างประเทศเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งระเบียบโลกส่งผลดีต่อการค้าและการลงทุนทั่วโลก รวมถึงการพัฒนาในเอเชียที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจไทยเติบโตจากการส่งออกและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ได้รับผลกระทบโดยตรง

ย้อนรอยเศรษฐกิจไทยกับอสังหาฯ: จากยุคทองสู่ยุคปรับตัว

ระเบียบโลกและการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจไทย ที่ส่งผลเป็นคลื่นขนาดใหญ่ต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ สามารถแบ่งออกเป็น 4 ยุคใหญ่ๆ

(1) ยุคทองของอสังหาฯ (1985-1996) : จากการเติบโตของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment ของ FDI) และการส่งออก นำไปสู่ความต้องการอสังหาฯ ในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มมากขึ้น การเปิดเสรีทางการเงิน ทำให้บริษัทอสังหาฯ กู้เงินต่างประเทศเพิ่มขึ้น แต่กลายเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 1997 โดยสามารถแบ่งเหตุการณ์สำคัญๆ ออกเป็น

  • ปี 1985-1990: การเติบโตของการส่งออกและ FDI โดยมีข้อตกลง ของ IMF ที่อนุญาตให้มีการไหลเข้าของเงินทุนได้ง่าย นำไปสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนิคมอุตสาหกรรม
  • ปี 1992: การจัดตั้ง ก.ล.ต. ในไทย เพื่อส่งเสริมการระดมทุนผ่านตลาดทุน และมีการเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีการระดมทุนจากภาคนอกมากขึ้น
  • ปี 1993: การเปิดตัว BIBF (Bangkok International Banking Facilities) อนุญาตให้ธนาคารต่างชาติ สามารถจัดตั้งแหล่งเงินทุนสำหรับการให้กู้ยืมได้ ส่งผลให้เกิดการกู้ยืมจากต่างประเทศสำหรับอสังหาริมทรัพย์

(2) วิกฤตต้มยำกุ้ง (1997-1998) : วิกฤตการณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจ นำไปสู่การล่มสลายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครั้งประวัติศาสตร์ อย่างเหตุฟองสบู่อสังหาฯ แตก ส่งผลให้โครงการค้างก่อสร้างจำนวนมาก และธุรกิจอสังหาฯ ล้มละลาย เนื่องจากพึ่งพาเงินกู้ต่างประเทศมากเกินไปจึงมีความเสี่ยงสูง

  • ปี 1999: เกิดระบบคมนาคมรูปแบบใหม่ BTS เริ่มเดินรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เกิดคอนโดมิเนียมสูงและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ที่ได้อานิสงค์จากการเกาะไปตามแนวรถไฟฟ้า

(3) ยุคฟื้นตัวและเปลี่ยนแปลง (2001-2015) : การเข้ามาของนักลงทุนจีน เพิ่มความต้องการอสังหาฯ เพื่อการท่องเที่ยวและพาณิชย์อย่างก้าวกระโดด

  • ปี 2001: เศรษฐกิจฟื้นตัว มีการชำระหนี้ และเกิดกองทุนอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการออกพันธบัตรระยะยาวที่ได้รับการสนับสนุนจาก TRIS Rating รวมถึงเกิดเหตุการณ์ 9/11 ที่มาท้าทายกรอบความมั่นคงทั่วโลก
  • ปี 2008 - 2009: วิกฤตการณ์ทางการเงินในสหรัฐฯ และยุโรป ส่งผลให้ดอกเบี้ยสูงและสภาพคล่องขาดแคลน
  • ปี 2015: เริ่มมีนักท่องเที่ยวและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชาวจีนเข้ามา ทำให้มีการลงทุนในโรงแรมและศูนย์การค้า
  • ปี 2016 - 2017: AI กลายเป็นประเด็นสำคัญในการสร้างจุดเปลี่ยนทางธุรกิจ
  • ปี 2017: นโยบาย "America First" ในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนไปทั่วโลก

(4) ยุคโควิด-19 และความไม่แน่นอน (2020-2025) : สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวจากมาตรการล็อกดาวน์และความเชื่อมั่นที่ลดลง

  • ปี 2022: เกิดการรุกรานยูเครนโดยรัสเซียเป็นการละเมิดหลักการอธิปไตย
  • ปี 2025: การกลับมาของทรัมป์อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระเบียบโลก และเกิดแผ่นดินไหวใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อ 28 มีนาคมผ่านมา ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารมากขึ้น

เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้ GDP มีแนวโน้มลดลงและเกิดความไม่แน่นอน เกิดความผันผวนทางการเงิน เช่น อัตราดอกเบี้ย ต้นทุนอัตราแลกเปลี่ยน และความพร้อมของเงินทุน โดยเฉพาะช่วงปี 2022-2025 ที่มีการระบาดของโควิด-19 และความขัดแย้งทั่วโลก ทำให้ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวและผันผวน

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีสัญญาญที่ดีของภาคอสังหาฯ ไทย จากโครงการ "ระเบียงเศรษฐกิจ" และโครงการ "Belt and Road Initiative" ของจีน ที่ส่งผลให้เกิดความต้องการอสังหาริมทรัพย์ด้านโลจิสติกส์ เกิดการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจจากการเปิดการค้าเสรี และโครงการ EEC (ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) และ NeEC (ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ) ที่จะสร้างเส้นทางใหม่จากการเชื่อมการเดินทางจากไทยอีสาน - ลาว – จีน ที่จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ ศูนย์ประชุม โกดัง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ ซึ่งจะส่งผลต่อความต้องการที่อยู่อาศัยและซัพพลายเชนทั้งหมดในพื้นที่

ในอนาคตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยังจะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัวให้เข้ากับความไม่แน่นอนของโลก การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยสามารถคาดการณ์และปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดในอนาคตอันใกล้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แน่นอนครับ นี่คือข้อความที่เหมาะสำหรับโพสต์บน Facebook/Instagram จากบทความนี้ พร้อมปรับสำนวนให้กระชับและดึงดูดใจผู้อ่านมากที่สุด:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...