สรรพสามิตใต้กวาดล้าง 622 คดี ยาสูบเถื่อนระบาดหนัก ค่าปรับพุ่ง 245 ล้านบาท
กรมสรรพสามิตเดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างอย่างเข้มข้น โดยในช่วง 2 เดือน (กุมภาพันธ์–มีนาคม 2569) ได้ดำเนินการไปถึง 622 คดี คิดเป็น 8.83% ของคดีทั่วประเทศ และสามารถเรียกเก็บค่าปรับรวมกว่า 245.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 119% จากปีก่อน สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดในพื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดน ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยผลการดำเนินงานในจังหวัดสงขลาภายใต้นโยบาย “ปราบปรามเชิงรุก ยุติวงจรผิดกฎหมาย” ครอบคลุม 7 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ สงขลา ตรัง นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา และสตูล ซึ่งถือเป็นแนวหน้าสำคัญในการสกัดกั้นสินค้าหนีภาษี โดยมุ่งเน้นการตัดเส้นทางลำเลียงและขยายผลไปถึงเครือข่ายรายใหญ่
จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า "ยาสูบเถื่อน" ยังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายอันดับหนึ่ง ถูกจับกุมถึง 317 คดี ยึดของกลางกว่า 200,106 ซอง เพิ่มขึ้นกว่า 50,000 ซองจากปีก่อน คิดเป็น 34% สร้างความเสียหายทางภาษีไม่น้อยกว่า 12.54 ล้านบาท และมีค่าปรับประเมินสูงถึง 232.11 ล้านบาท รองลงมาคือสุรา น้ำมัน และสินค้าอื่น ๆ ที่ถูกลักลอบจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังได้พลิกเกมบริหารของกลางสู่โมเดล "Zero Waste" ด้วยนวัตกรรมเครื่องทำลายยาสูบ เพื่อลดมลพิษจากการเผา และนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอด เช่น การผลิตน้ำหมักชีวภาพไล่แมลงสำหรับภาคเกษตร และการนำเส้นใยยาสูบไปย้อมผ้า สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ อธิบดีกรมสรรพสามิตย้ำว่า การปราบปรามจะครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางถึงผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี (Data-Driven Enforcement) เพื่อไล่ล่าเครือข่ายผิดกฎหมายอย่างแม่นยำ และยกระดับการบริหารของกลางให้โปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิด “EXCISE EXerCISE” เพื่อสร้างองค์กรที่เข้มแข็ง มืออาชีพ และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news