โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

"ฉันทวิชญ์" เผย ยูเอสทีอาร์ พอใจข้อเสนอภาษีทรัมป์รอบ 2 ของไทย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 09.29 น.

นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีสหรัฐฯว่า เมื่อคืนวันที่ 17 ก.ค.68 ตามเวลาประเทศไทย ทีมไทยแลนด์ นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทวงการคลัง ได้หารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) และตนได้ร่วมวงการเจรจาด้วย เพื่อพิจารณาข้อเสนอเพิ่มเติมของไทยที่เสนอให้สหรัฐฯ ซึ่งยูเอสทีอาร์ มีความพึงพอใจมาก เพราะไทยได้เสนอตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯใน 3 เรื่อง ประกอบด้วย

1. การเปิดตลาดสินค้าเพิ่มขึ้น

2. ลดข้อกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี (NTB) ) ทั้งในส่วนของสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมให้มากขึ้น

3. สนับสนุนการลงทุนในสหรัฐมากขึ้น ส่วนการจะเปิดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าให้สหรัฐเป็น 0% นั้นไม่ใช่ทั้งหมดอย่างแน่นอน

โดยหลังจากนี้ สหรัฐฯจะนำข้อเสนอของไทยไปพิจารณาในรายละเอียด และหากมีอะไรต้องการจากไทยมากขึ้น ก็จะยื่นข้อเรียกร้องเพิ่มเติมได้อีก ซึ่งขณะนี้ กำลังรอให้สหรัฐฯพิจารณาและยื่นข้อเรียกร้องเพิ่มเติมมา

“เมื่อสหรัฐฯยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมมา เราก็ต้องมาพิจารณาอีกว่า อะไรที่รับได้ หรือไม่ได้ จะตอบสนองข้อเรียกร้องของสหรัฐฯได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในส่วนการเปิดตลาดที่จะมีผลกับภาคส่วนต่างๆ ของไทย ทั้งภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม โดยมองว่า การเจรจากับสหรัฐฯมีโอกาสจบทันวันที่ 1 ส.ค.นี้ เพราะทั้ง 2 ฝ่ายได้คุยกันอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณชี้ว่า เขายังคุยกับไทย แต่เราก็ต้องเร่งพูดคุยกับภาคเอกชนให้จบด้วย โดยเฉพาะในส่วนที่จะได้รับผลกระทบ”

สำหรับเรื่อง ถิ่นกำเนิดสินค้าไทย ที่สหรัฐฯต้องการให้ใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบของไทย ของสหรัฐฯ และของประเทศพันธมิตรให้มากขึ้น เพื่อผลิตสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ ภายใต้กฎเกณฑ์ สัดส่วนมูลค่าเพิ่มในภูมิภาค Regional Value Content หรือRVC (อาร์วีซี) นั้น ขณะนี้ สหรัฐฯยังไม่ได้กำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบจากส่วนต่างๆ ที่ชัดเจน อยู่ระหว่างการเจรจา ยอมรับว่า ทีมเจรจามีความกังวลในเรื่องการใช้วัตถุดิบในประเทศ ( Local Content ) เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหวที่อาจกระทบต่อประเทศคู่ค้าอื่นของไทย อย่างไรก็ตาม มองว่า ไม่ว่า อัตราภาษีตอบโต้ของไทยจะเป็นเท่าไร ไทยต้องปรับโครงสร้างการผลิต หันใช้สินค้าในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีในระยะยาว

นายฉันทวิชญ์ กล่าวว่า การเจรจากับสหรัฐฯ ไม่อยากให้มองว่า เขาจะได้ประโยชน์จากเราฝ่ายเดียว แต่อยากให้มองว่า เป็นโอกาสที่ไทยจะปรับตัว ปรับโครงสร้างการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อไทยในระยะยาว สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงพาณิชย์ ได้เตรียมมาตรการช่วยผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอีในการปรับตัวไว้แล้ว 3 ส่วน คือ

  • เร่งหาตลาดส่งออกใหม่
  • ลดกฎ ระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก
  • ปรับปรุงกฎเกณฑ์อาร์วีซี ที่ช่วยคำนวณสัดส่วนการใช้วัตถุดิบได้ง่ายขึ้น และช่วยเหลือในการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

อย่างไรก็ตามไทยจะตกลงอะไรกับสหรัฐฯ จะต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาก่อน เพราะจะมีผลผูกพันกับประเทศในระยะยาว มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนเมื่อไทยลดภาษีนำเข้าให้สหรัฐฯเป็น 0% ในบางรายการแล้ว จะต้องลดให้ประเทศอื่นอย่างเท่าเทียมกันตามกฎเกณฑ์องค์การการค้าโลกหรือไม่ อยู่ที่การตัดสินใจของไทย แต่คิดว่า น่าจะให้สหรัฐฯประเทศเดียว เหมือนกับการทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยลดภาษีให้เฉพาะประเทศที่ทำเอฟทีเอด้วยเท่านั้น

ทั้งนี้ตนมีกำหนดที่จะร่วมเดินทางไปกับคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในการเยือนสหรัฐอเมริกา ซึ่งในโอกาสนี้จะได้มีการพบปะพุดคุยกับภาคเอกชนสหรัฐ หรือ สภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน หรือ USABC (United States - ASEAN Business Council) ประมาณ 20 บริษัท อาทิ บริษัทที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมแปรรูป อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะใช้โอการนี้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้า และพร้อมที่จะเชิญชวนการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...