“พิชัย”มั่นใจข้อเสนอใหม่ไม่เกิน20% .ดีลจบก่อนเส้นตายแลกเปิดตลาดนำเข้าสหรัฐฯ
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ว่า เมื่อคืนวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ทีมไทยแลนด์ได้เปิดโต๊ะเจรจารอบที่ 2 กับ USTR ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยเสนอเงื่อนไขใหม่ที่รัฐบาลไทยจัดทำขึ้นอย่างรอบด้าน เพื่อแลกเปลี่ยนและหาข้อยุติในประเด็นการจัดเก็บภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าระหว่างกัน
เขายืนยันว่า บรรยากาศการเจรจาเป็นไปด้วยดี มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน และข้อเสนอของไทยถือเป็นการ ปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ (Very Substantial Improvement) จึงมีความมั่นใจว่าสหรัฐฯ จะพิจารณาให้ไทยอยู่ในกลุ่มอัตราภาษีเดียวกับประเทศในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย 19% และเวียดนาม 20% โดยคาดว่าจะทราบผลการตัดสินใจก่อนวันที่ 1 ส.ค. 2568
“ข้อเสนอของไทยไม่ได้มีเพียงการเปิดตลาดเพื่อลดขาดดุลการค้าให้สหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจไทยเติบโต โดยแนวคิดคือ เมื่อไทยนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มากขึ้น ก็ต้องสามารถส่งออกมากขึ้นด้วย ซึ่งจะช่วยขยายขนาดเศรษฐกิจในระยะยาว” นายพิชัยกล่าว
สำหรับสินค้าที่ไทยยินดีเปิดตลาดให้นำเข้าจากสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีมูลค่าไม่สูงนัก ทั้งจากภาคเกษตร อุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มที่ผลิตโดย SMEs ทั้งนี้ ไทยยังยึดหลักการที่ชัดเจนว่าจะต้องคุ้มครองผู้ผลิตในประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น
ขณะที่นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รมช.พาณิชย์ เผยว่า ข้อเสนอใหม่ของไทยได้รับการตอบรับที่ดีจาก USTR โดยสหรัฐฯพึงพอใจในข้อเสนอที่ครอบคลุมทั้งการเปิดตลาดสินค้า ลดกฎกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTB) และการสนับสนุนการลงทุนจากสหรัฐฯในไทย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อเรียกร้องเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ เพื่อไทยจะพิจารณาตอบรับในสิ่งที่เหมาะสม
ส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) และการพิสูจน์ถิ่นกำเนิดสินค้าตามเกณฑ์ RVC ยังอยู่ระหว่างการหารือ โดยไทยยอมรับว่าเป็นประเด็นอ่อนไหว แต่จำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างการผลิตในประเทศ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงในระยะยาว
รมช.พาณิชย์ ระบุเพิ่มเติมว่า กระทรวงได้เตรียมมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไว้แล้ว โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ทั้งด้านการเร่งหาตลาดใหม่ การปรับปรุงกฎเกณฑ์การใช้วัตถุดิบ การลดอุปสรรคการส่งออก และการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
สำหรับแนวทางดำเนินงานภายใน 90 วันหลังเข้ารับตำแหน่ง นายฉันทวิชญ์ ตั้งเป้าผลักดันการเจรจาเอฟทีเอกับเกาหลีใต้และสหภาพยุโรปให้คืบหน้า รวมถึงดันผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตโลกให้มากขึ้น พร้อมยืนยันว่า แม้จะเป็นรัฐมนตรีอายุน้อย แต่มีเป้าหมายชัดเจน และพร้อมทำงานร่วมกับข้าราชการอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันการค้าไทยสู่เวทีโลก
นายฉันทวิชญ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงแผนงานที่ได้รับมอบหมายว่า จะเร่งผลักดันข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับเกาหลีใต้และสหภาพยุโรป (EU) ให้จบภายในปีนี้ ซึ่งถือเป็นตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงสำหรับการขยายการส่งออกของไทย พร้อมเตรียมแผนส่งเสริม SMEs ให้เข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตระดับโลก โดยย้ำว่าทุกมาตรการต้องเห็นผลภายใน 90 วัน เพื่อวางรากฐานระยะยาวให้ภาคการค้าและอุตสาหกรรมของประเทศ
“เราอาจไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนานหลายปี แต่ขอทำหน้าที่ในช่วงเวลาที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ไม่ได้มาเพื่อสั่งการ แต่มาช่วยขับเคลื่อน ร่วมมือกับข้าราชการและภาคเอกชน เพื่อสร้างประโยชน์ให้ประเทศ ผมมั่นใจว่าจะทำงานร่วมกับข้าราชการได้ เพราะผมมาจากครอบครัวราชการ ไม่ได้เข้ามาสั่ง แต่เข้ามาช่วยขับเคลื่อน และหวังว่าจะได้รับคำแนะนำในการขับเคลื่อนงาน” นายฉันทวิชญ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พิชัย”มั่นใจข้อเสนอใหม่ไม่เกิน20% .ดีลจบก่อนเส้นตายแลกเปิดตลาดนำเข้าสหรัฐฯ
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
- รัฐจ่อคลอดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ “พิชัย”คัดโครงการรอบแรกพร้อมลุย 1 แสนล้านบาท
- “พิชัย” นำทีมไทยยกทัพเจรจาภาษีทรัมป์ มั่นใจมหามิตรตอบรับข้อเสนอใหม่
- “พิชัย”มั่นใจข้อเสนอใหม่ไม่เกิน20% .ดีลจบก่อนเส้นตายแลกเปิดตลาดนำเข้าสหรัฐฯ
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath