โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“พิชัย”มั่นใจข้อเสนอใหม่ไม่เกิน20% .ดีลจบก่อนเส้นตายแลกเปิดตลาดนำเข้าสหรัฐฯ

Thairath Money

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 10.18 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 00.23 น.
ภาพไฮไลต์

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ว่า เมื่อคืนวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ทีมไทยแลนด์ได้เปิดโต๊ะเจรจารอบที่ 2 กับ USTR ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยเสนอเงื่อนไขใหม่ที่รัฐบาลไทยจัดทำขึ้นอย่างรอบด้าน เพื่อแลกเปลี่ยนและหาข้อยุติในประเด็นการจัดเก็บภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าระหว่างกัน

เขายืนยันว่า บรรยากาศการเจรจาเป็นไปด้วยดี มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน และข้อเสนอของไทยถือเป็นการ ปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ (Very Substantial Improvement) จึงมีความมั่นใจว่าสหรัฐฯ จะพิจารณาให้ไทยอยู่ในกลุ่มอัตราภาษีเดียวกับประเทศในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย 19% และเวียดนาม 20% โดยคาดว่าจะทราบผลการตัดสินใจก่อนวันที่ 1 ส.ค. 2568

“ข้อเสนอของไทยไม่ได้มีเพียงการเปิดตลาดเพื่อลดขาดดุลการค้าให้สหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจไทยเติบโต โดยแนวคิดคือ เมื่อไทยนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มากขึ้น ก็ต้องสามารถส่งออกมากขึ้นด้วย ซึ่งจะช่วยขยายขนาดเศรษฐกิจในระยะยาว” นายพิชัยกล่าว

สำหรับสินค้าที่ไทยยินดีเปิดตลาดให้นำเข้าจากสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีมูลค่าไม่สูงนัก ทั้งจากภาคเกษตร อุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มที่ผลิตโดย SMEs ทั้งนี้ ไทยยังยึดหลักการที่ชัดเจนว่าจะต้องคุ้มครองผู้ผลิตในประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น

ขณะที่นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รมช.พาณิชย์ เผยว่า ข้อเสนอใหม่ของไทยได้รับการตอบรับที่ดีจาก USTR โดยสหรัฐฯพึงพอใจในข้อเสนอที่ครอบคลุมทั้งการเปิดตลาดสินค้า ลดกฎกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTB) และการสนับสนุนการลงทุนจากสหรัฐฯในไทย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อเรียกร้องเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ เพื่อไทยจะพิจารณาตอบรับในสิ่งที่เหมาะสม

ส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) และการพิสูจน์ถิ่นกำเนิดสินค้าตามเกณฑ์ RVC ยังอยู่ระหว่างการหารือ โดยไทยยอมรับว่าเป็นประเด็นอ่อนไหว แต่จำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างการผลิตในประเทศ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงในระยะยาว

รมช.พาณิชย์ ระบุเพิ่มเติมว่า กระทรวงได้เตรียมมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไว้แล้ว โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ทั้งด้านการเร่งหาตลาดใหม่ การปรับปรุงกฎเกณฑ์การใช้วัตถุดิบ การลดอุปสรรคการส่งออก และการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

สำหรับแนวทางดำเนินงานภายใน 90 วันหลังเข้ารับตำแหน่ง นายฉันทวิชญ์ ตั้งเป้าผลักดันการเจรจาเอฟทีเอกับเกาหลีใต้และสหภาพยุโรปให้คืบหน้า รวมถึงดันผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตโลกให้มากขึ้น พร้อมยืนยันว่า แม้จะเป็นรัฐมนตรีอายุน้อย แต่มีเป้าหมายชัดเจน และพร้อมทำงานร่วมกับข้าราชการอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันการค้าไทยสู่เวทีโลก

นายฉันทวิชญ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงแผนงานที่ได้รับมอบหมายว่า จะเร่งผลักดันข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับเกาหลีใต้และสหภาพยุโรป (EU) ให้จบภายในปีนี้ ซึ่งถือเป็นตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงสำหรับการขยายการส่งออกของไทย พร้อมเตรียมแผนส่งเสริม SMEs ให้เข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตระดับโลก โดยย้ำว่าทุกมาตรการต้องเห็นผลภายใน 90 วัน เพื่อวางรากฐานระยะยาวให้ภาคการค้าและอุตสาหกรรมของประเทศ

“เราอาจไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนานหลายปี แต่ขอทำหน้าที่ในช่วงเวลาที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ไม่ได้มาเพื่อสั่งการ แต่มาช่วยขับเคลื่อน ร่วมมือกับข้าราชการและภาคเอกชน เพื่อสร้างประโยชน์ให้ประเทศ ผมมั่นใจว่าจะทำงานร่วมกับข้าราชการได้ เพราะผมมาจากครอบครัวราชการ ไม่ได้เข้ามาสั่ง แต่เข้ามาช่วยขับเคลื่อน และหวังว่าจะได้รับคำแนะนำในการขับเคลื่อนงาน” นายฉันทวิชญ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พิชัย”มั่นใจข้อเสนอใหม่ไม่เกิน20% .ดีลจบก่อนเส้นตายแลกเปิดตลาดนำเข้าสหรัฐฯ

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...