โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาอุตฯ เชื่อมั่นทีมไทยแลนด์เจรจาสหรัฐได้ วอนดูแลเอสเอ็มอี

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 23.18 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 16.18 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 17 ก.ค. –สภาอุตฯ เชื่อมั่นทีมไทยแลนด์ จะสามารถเจรจาสหรัฐได้ แต่ต้องมีวิธีป้องกันด้วย เผยภาคอุตฯ เริ่มปรับตัว ยานยนต์ไม่ส่งออกไปสหรัฐ วอนรัฐใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจดูแลเอสเอ็มอี ไม่ให้ได้รับผลกระทบมากเกินไป

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในงานเสวนา “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤติโลก -UNLOCKING THAILAND’S FUTURE “ จัดโดย บมจ. อสมท ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมล่าสุดเดือน มิ.ย.2568 อยู่ที่ 87.7 ถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบ 9 เดือนย้อนหลัง แต่ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล เพราะเป็นสิ่งที่มาจากความไม่มั่นใจ ไม่สบายใจ ผลการสำรวจของเดือนมิ.ย.ที่น่าห่วงคือ สมาชิก 47 กลุ่มอุตสาหกรรม มีเพียง 1 ใน 3 หรือ 12 กลุ่มอุตสาหกรรม เท่านั้น ที่รู้สึกเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่อีก 35 กลุ่มอุตสาหกรรมรู้สึกค่อนข้างไม่มั่นใจ

สำหรับการส่งออกสินค้าไทย ต้องพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ถึง 18% โดยจากการประชุมกับ 47 อุตสาหกรรม หลายกลุ่มยินดีที่ยอมลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐเป็น 0% ยกเว้นบางกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ยังมีข้อจำกัดเช่น กลุ่มเคมี ที่ต้องขอเวลาปรับตัว อย่างไรก็ตามเราได้มีการเตรียมรับมือกรณีที่เกิดเคสที่เลวร้ายที่สุด ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ ที่ตั้งแต่มีข่าวเรื่องมาตรการภาษี ก็เริ่มปรับตัว ไม่ได้ส่งออกไปสหรัฐฯ แต่ยังเหลือกลุ่มมอเตอร์ไซต์และชิ้นส่วน ที่ยังต้องรอช่วงเวลา

“แม้ว่าคนสหรัฐมีประชากรอยู่กว่า 200 ล้านคน มีกำลังซื้อ 1 ใน 4 ของโลก แต่ยังมีประชากรในโลกอีกเกือบ 8,000 ล้านคน ถ้าเราร่วมมือกับภาครัฐ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ ต้องเหนื่อยหน่อย เพื่อหาตลาดอื่นทดแทน พร้อมระบุยังมีปัญหาสินค้าที่ไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐฯ ได้จะทะลักเข้าไทยซึ่งน่าห่วงพอๆกัน

สำหรับการเจรจา กับสหรัฐ มองว่าต้องเจรจาให้ดีที่สุดและต้องป้องกันตัวเองด้วย เชื่อมั่นว่าทีมไทยแลนด์ จะสามารถเจรจาตามข้อเสนอ ของสภาอุตสาหกรรม ซึ่งให้ข้อมูลไปก่อนหน้านี้ เพื่อช่วยดูแล ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไม่ให้ได้รับผลกระทบ จากภาษีของสหรัฐมากเกินไป

พร้อมระบุ อยากให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เน้นหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะงบกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า 1.5 แสนล้านบาท ให้เน้นการใช้สินค้าเมดอินไทยแลนด์ ที่จะช่วยต่ออายุผู้ประกอบการท้องถิ่นได้.-516-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...