โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คมนาคมอัดฉีดเข้า 6 หน่วยงาน หลังได้รับจัดสรรงบฯ วงเงิน 4.87 หมื่น ลบ.

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 15.38 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.38 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 24 มิ.ย. – “คมนาคม” ได้รับจัดสรรบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 4.87 หมื่น ลบ. รุกอัดฉีดเข้า 6 หน่วย เร่งดำเนินการภายใน ก.ย.นี้ มั่นใจประชาชนได้ใช้ประโยชน์-เศรษฐกิจไทยฟื้นชัดเจน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบ อนุมัติแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท และให้กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งข้อสังเกตของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยล่าสุด ผลการพิจารณาคำขอรับจัดสรรบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ วงเงิน 157,000 ล้านบาท ที่ผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์การจัดสรรเพื่อการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจและมีความสำคัญสูง มีโครงการที่ผ่านหลักเกณฑ์ วงเงินรวม 115,375 ล้านบาท

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้แบ่งเป็นของกระทรวงคมนาคม วงเงินรวม 48,757 ล้านบาท ได้แก่ กรมทางหลวง 32,188.33 ล้านบาท , บริษัท ขนส่ง จ้ากัด 14.8 ล้านบาท , กรมท่าอากาศยาน 765.9 ล้านบาท , องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ 42 ล้านบาท , การรถไฟแห่งประเทศไทย 1,020.8 ล้านบาท , กรมทางหลวงชนบท 14,725.09 ล้านบาท

โดยงบจัดสรรวงเงินดังกล่าวนั้น จะนำมากระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ส่งเสริมการจ้างงาน เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้โครงการต่างๆ ที่ได้รับการจัดสรร จะเริ่มดำเนินการภายในเดือน กันยายน 2568 เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์สูงสุดทุกโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปจนถึงผลักดันภาพรวมเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นายสุริยะ กล่าวเสริมว่า ในส่วนของรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณ แบ่งตามหน่วยงาน อาทิ ทล. จะดำเนินโครงการครอบคลุมการแก้ไขปัญหาการจราจรที่เป็นคอขวด เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ปรับปรุงถนนเชื่อมโยงเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น ส่วน ทช. เน้นการเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง การปรับปรุง-พัฒนาถนนเชื่อมโยงเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิต เป็นต้น และ ทย. เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการปรับปรุงสนามบินให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เป็นต้น ขณะที่ รฟท. จะดำเนินโครงการโดยมุ่งเน้นการเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง และแก้ไขปัญหาจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับถนนเสมอระดับ เป็นต้น รวมถึงบขส. ดำเนินโครงการด้านความปลอดภัย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองด้วยรถโดยสารของ บขส. และปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสาร เป็นต้น และ ขสมก. ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่คอขวด เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง เป็นต้น.-513-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...