โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“พาวเวล” เตรียมชี้แจงสภาคองเกรส เหตุตรึงดอกเบี้ยต่อถึง ก.ย. ท่ามกลางแรงกดดันจากทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 02.52 น.

"พาวเวล" ประธานเฟด เตรียมชี้แจงต่อสภาคองเกรส อธิบายเหตุผลตรึงดอกเบี้ยถึงกันยายน ขณะนักการเมืองเตรียมหยิบประเด็นสงครามอิหร่าน-อิสราเอล และข้อถกเถียงเรื่องกฎคุมแบงก์ร่วมซักถาม

วันที่ 24 มิถุนายน 2568 เวลา 02.13 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีโอกาสสองครั้งในสัปดาห์นี้ในการอธิบายต่อสมาชิกสภาคองเกรสว่าทำไมเขาและผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่จึงยืนยันที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงอย่างน้อยเดือนกันยายน แม้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้ลดต้นทุนการกู้ยืมก็ตาม

พาวเวลมีกำหนดให้การต่อคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรในเวลา 10.00 น. วันอังคาร และต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาในเวลาเดียวกันของวันพุธ ซึ่งเกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากเจ้าหน้าที่เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 4 และตามหลังเหตุการณ์ที่สหรัฐโจมตีอิหร่านซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงและเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก

โดยประเด็นที่ต้องจับตาในคำแถลงและช่วงตอบคำถามของพาวเวล

  • อัตราดอกเบี้ยและเศรษฐกิจ

คาดว่าพาวเวลจะย้ำข้อความจากสัปดาห์ที่แล้วว่า ธนาคารกลางอยู่ในสถานะที่ดีที่จะรอดูทิศทางเศรษฐกิจให้ชัดเจนขึ้นก่อนตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ย

"เราต้องการข้อมูลเพิ่มเติม และในระหว่างนี้เราทำเช่นนั้นได้เพราะเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง" พาวเวลกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมเสริมว่าท้ายที่สุด"ภาระของภาษีศุลกากรต้องมีคนจ่าย ซึ่งส่วนหนึ่งจะตกอยู่กับผู้บริโภค"

จนถึงตอนนี้ มาตรการภาษีของรัฐบาลทรัมป์ยังไม่ส่งผลให้ราคาสินค้าและอัตราว่างงานพุ่งสูงอย่างที่ผู้กำหนดนโยบายกังวล นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าข้อมูลเศรษฐกิจสัปดาห์นี้จะแสดงให้เห็นว่าดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานที่เฟดใช้เป็นตัวชี้วัด เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนพฤษภาคมติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่เงินเฟ้อสงบที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563

ขณะเดียวกัน คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ และ มิเชล โบว์แมน สองผู้ว่าการเฟด กล่าวว่าผลกระทบจากภาษีต่อราคาสินค้าน่าจะเป็นเพียงระยะสั้น และอาจสนับสนุนให้ลดดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม

เจมส์ เอกเกลฮอฟ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ BNP Paribas ระบุว่า“พาวเวลดูเหมือนไม่เร่งรีบที่จะฟันธงแนวโน้มเงินเฟ้อ และเขาตระหนักดีว่าการประเมินผิดจะมีความเสี่ยงสูง”

  • ความขัดแย้งกับอิหร่าน

พาวเวลเกือบจะแน่นอนว่าจะถูกซักถามเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน หลังจากสหรัฐเข้าร่วมโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านโดยตรงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันยังไม่ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงจากข่าวนี้

พาวเวลให้สัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วยท่าทีระมัดระวังต่อสถานการณ์ดังกล่าว “แน่นอนว่าเรากำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหมือนกับทุกคน …เป็นไปได้ที่ราคาพลังงานจะสูงขึ้น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อมีความไม่สงบในตะวันออกกลาง แต่ปกติราคาก็จะกลับมาลดลง สิ่งเหล่านี้โดยทั่วไปแล้วไม่ค่อยมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อในระยะยาว”

  • แรงกดดันทางการเมือง

สมาชิกพรรครีพับลิกันคาดว่าจะกดดันให้พาวเวลชี้แจงเหตุผลของท่าทีรอดูสถานการณ์ โดยบางคนอาจมีท่าทีอ่อนน้อมกว่าทรัมป์

แดน มิวเซอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐเพนซิลเวเนีย โพสต์ในโซเชียลมีเดียเมื่อสุดสัปดาห์ว่า“พาวเวลควรได้รับเครดิตในการนำพานโยบายผ่านช่วงที่ยากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ แต่ด้วยเงินเฟ้อที่เย็นตัวลงและตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยเริ่มชัดเจนขึ้น”

แต่หากสมาชิกรัฐสภาคนอื่น ๆ เดินตามแนวทางของทรัมป์ พาวเวลล์อาจเผชิญแรงกดดันที่รุนแรงขึ้น ทรัมป์โจมตีพาวเวลหนักขึ้นในช่วงหลัง โดยมุ่งเป้าไปที่ต้นทุนดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องแบกรับ และถึงขั้นใช้ถ้อยคำรุนแรงเรียกพาวเวลล์ว่าเป็นหนึ่งในคนที่โง่และทำลายล้างที่สุดในรัฐบาล

ทั้งนี้เมื่อพาวเวลพบกับทรัมป์ในเดือนพฤษภาคม เขาได้ย้ำว่าการตัดสินใจของเฟดมาจากการวิเคราะห์ที่รอบคอบ เป็นกลาง และไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง คาดว่าพาวเวลจะยังคงยึดท่าทีสุขุมเยือกเย็นเช่นเดิม

มาร์ค เกอร์ทเลอร์ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ให้ความเห็นว่า “เขาจะไม่หวั่นไหวกับแรงกดดันอย่างแน่นอน”

พาวเวลอาจได้รับกำลังใจจากสมาชิกพรรคเดโมแครต ที่อาจเตือนว่าความเป็นอิสระของเฟด กำลังถูกคุกคามจากพรรครีพับลิกัน

  • กฎระเบียบทางการเงิน

ผู้ติดตามนโยบายของเฟดยังจะได้เห็นท่าทีของพาวเวลล์ต่อการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบสำคัญที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ รัฐบาลทรัมป์กำลังผลักดันแนวทางลดกฎระเบียบ ซึ่งมีหน่วยงานรัฐบาลกลางหลายแห่งเข้าร่วม โดยหนึ่งในนั้นคือการแต่งตั้งมิเชล โบว์แมน ผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ ขึ้นสู่ตำแหน่งด้านการกำกับดูแลระดับสูงของ Fed

เมื่อวันจันทร์ โบว์แมนกล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่จะทบทวนกฎเงินทุนสำรองส่วนเพิ่ม ซึ่งเป็นข้อบังคับตั้งแต่ปี 2008 ที่บังคับให้ธนาคารต้องถือเงินทุนสำรองในสัดส่วนที่สูงต่อสินทรัพย์ของตน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าข้อกำหนดนี้จำกัดการซื้อขายในตลาดพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 29 ล้านล้านดอลลาร์

  • เงินสำรองของธนาคาร

พาวเวลยังอาจถูกซักถามเกี่ยวกับข้อเสนอของวุฒิสมาชิกเท็ด ครูซ จากรัฐเท็กซัส ที่เสนอให้ห้ามเฟด จ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินสำรองของธนาคาร โดยครูซอ้างว่ามาตรการนี้จะช่วยประหยัดงบประมาณรัฐบาลได้ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ในรอบ 10 ปี แต่หลายฝ่ายเตือนว่าการทำเช่นนั้นจะทำลายความสามารถของ Fed ในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น

ทิม สก็อตต์ ประธานคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา ได้สกัดไม่ให้ข้อเสนอนี้ถูกรวมอยู่ในแพ็กเกจภาษีและงบประมาณของทรัมป์ที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณาในรัฐสภา แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธแนวคิดนี้อย่างสิ้นเชิง

การจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินสำรองมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ธนาคารปล่อยกู้ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่ Fed ต้องการ ซึ่งช่วยรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินข้ามคืน (Overnight Market) ให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม

อ้างอิง : finance.yahoo.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...