โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ ย้ำปิดด่านตอบโต้กัมพูชาไม่ใช่หวังผลการเมือง

INN News

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 13.29 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 06.29 น. • INN News

นายกฯ สั่ง ครม. ให้เร่งออกมาตรการ เยียวยาประชาชน ขัดแย้งอิสราเอล - อิหร่าน ปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา ย้ำ จุดยืนไม่มีการเปิด - ปิด เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะมนตรี ว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งในอิสราเอล-อิหร่าน มีการขยายวงกว้างออกไป

ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจการเมืองและสังคม อีกทั้งยังไม่มีกรอบระยะเวลาที่แน่นอนว่าจะจบลงเมื่อไหร่ ซึ่งก็จะส่งผลต่อการเจรจาของหลายประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการขึ้นกำแพงภาษีของสหรัฐฯ

ตอนแรกที่กำหนดระยะเวลาไว้ 90 วัน ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ที่ขณะนี้ฝ่ายไทยเริ่มเจรจาไปแล้ว 1 รอบ กับคณะทำงานของ USTR และกระทรวงการคลัง จะมีการแถลงรายละเอียด

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ทั้งปริมาณ และราคาพลังงาน การเงิน การคมนาคม การท่องเที่ยว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน รวมถึงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา จึงสั่งการให้คณะรัฐมนตรีทุกท่าน ร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมหามาตรการรองรับเพื่อให้กระทบกระเทือนประชาชนน้อยที่สุด พร้อมยืนยันอีกครั้งว่าสถานการณ์เช่นนี้เสถียรภาพของรัฐบาลสำคัญมาก และความสามัคคีของคนในประเทศสำคัญมาก

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตนเองมีการขอให้รัฐมนตรีทุกท่านทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจ และแก้ไขปัญหาอย่างทันการ และรัฐบาลให้ความสำคัญ ด้านภัยคุกคามของความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะ อาชญากรรมข้ามประเทศ ตามรายงานของ UNODC ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาได้สั่งการทุกฝ่ายพร้อมทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายในการตอบโต้การเปิดปิดด่านชายแดนเพื่อที่จะหวังผลทางการเมือง แต่คำนึงถึงผลกระทบของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญโดยได้เตรียมมาตรการต่างๆในการช่วยเหลือประชาชนในบริเวณชายแดนอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้าเกษตร ได้สั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง มีมาตรการรองรับอยู่แล้ว จากทั้งภาครัฐและเอกชน แต่จะย้ำอีกทีว่าสิ่งที่มารายงานนั้น ถึงพี่น้องประชาชนจริงหรือไม่ ก็ไม่อยากให้เกิดผลกระทบ

ส่วนด้านความมั่นคงและพลังงานกระทรวงพลังงาน กำหนดมาตรการรับมือพลังงานสำรอง และมาตรการช่วยเหลือประชาชนหากมี ภาวะขาดแคลน หรือราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นก็ให้หามาตรการมารองรับไว้

ขณะที่ปัญหาด้านเศรษฐกิจการเงิน และการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน ให้กระทรวงการคลังกำหนดมาตรการ และเป้าหมายที่ชัดเจน ที่จะช่วยเหลือประชาชน และภาคธุรกิจในทุกระดับโดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าของประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงราคาพืชผลเกษตร ได้ให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตรการแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาข้าว ที่ต้องเร่งสนับสนุน และกำหนดมาตรการเยียวยาเกษตรกร ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ทั้งนี้ ยังมีเรื่องการลักลอบนำเข้าสินค้าเถื่อน จากประเทศเพื่อนบ้านที่จะส่งผลกระทบให้ราคาพืชผลเกษตรของภัยเกิดราคาตกต่ำ ซึ่งจะต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหายาเสพติด ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม ให้มีการทำงานระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บัญชาการตำรวจทุกทุกจังหวัด กำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรมและเป้าหมายที่ชัดเจน ขยายผลต่อเนื่องจากมาตรการ Seal Stop Safe ที่เริ่มทำกันมาแล้ว

ส่วนปัญหาการท่องเที่ยว ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งปรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศพร้อมที่จะเน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำ ให้กระทรวงแรงงานเร่งนำมาตรการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำพิจารณาเร่งด่วน เพื่อให้ทันในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...