โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาณิชย์ ผนึกกำลังมหาดไทย ลุยตรวจนอมินีทำสวนทุเรียนจันทบุรี 900 ไร่

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 02.41 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 02.41 น. • The Bangkok Insight

พาณิชย์ จับมือมหาดไทย ลงพื้นที่จันทบุรี ลุยตรวจนอมินีบริษัททุนจดทะเบียนกว่า 1,000 ล้านบาท ทำสวนทุเรียนกว่า 900 ไร่ เผย 9 เดือนจัดการนอมินีแล้ว 861 ราย

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่คณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งมีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ได้มอบหมายให้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งตรวจสอบบริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นกรณีที่ประกอบธุรกิจที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ว่ามีพฤติกรรมที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) เพื่อเลี่ยงกฎหมายหรือไม่

สวนทุเรียน

ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ก.ย. 67-พ.ค. 68) ได้มีการดำเนินคดีกับบริษัทและผู้ถือหุ้นที่กระทำความผิดตามกฎหมายฉบับนี้แล้ว 861 ราย ทุนจดทะเบียนรวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ได้รับรายงานจากร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประธานคณะทำงานปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ว่าได้ลงพื้นที่ร่วมกับกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย นำโดยนายทศพร มิตรนิโยดม รองอธิบดีกรมที่ดิน พร้อมคณะจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

การลงพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเข้าตรวจสอบบริษัทแห่งหนึ่งในเขตอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี บริษัทนี้มีทุนจดทะเบียนกว่า 1,000 ล้านบาท มีการถือครองที่ดินเกือบ 200 แปลง รวมพื้นที่กว่า 900 ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกสวนทุเรียน

นภินทร ศรีสรรพางค์

จากข้อมูลทางทะเบียนบริษัทดังกล่าวมีสัดส่วนการถือหุ้นคนไทยต่อชาวต่างชาติ 53 : 47 จึงถือว่าเป็นบริษัทไทย อย่างไรก็ดี เนื่องจากการทำนา ทำไร่ หรือทำสวน เป็นธุรกิจต้องห้ามไม่ให้คนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด เพื่อสงวนไว้ให้คนไทย อีกทั้งเป็นธุรกิจที่มีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้วย กรณีนี้จึงต้องมีการตรวจสอบว่าการถือหุ้นในสัดส่วนของคนไทยนั้นเป็นการถือหุ้นที่แท้จริงหรือไม่ หรือเป็นนอมินี

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานในพื้นที่และจากพนักงานบริษัท พร้อมทั้งมีหนังสือสั่งการให้บริษัทและผู้ถือหุ้นชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยละเอียด

หากพบว่ามีการกระทำการที่เข้าข่ายผิดกฎหมายก็จะดำเนินคดีอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ การปฏิบัติการร่วมในครั้งนี้มาจากความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการถือครองที่ดิน ภายใต้ MOU ระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมที่ดิน

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวน แสวงหาข้อเท็จจริง และจับกุมปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ขอเตือนคนไทยที่ยินยอมให้ชาวต่างชาติเอาชื่อของตนไปใช้ในการประกอบธุรกิจ ถ้าคิดจะทำหรือกำลังทำอยู่ก็ให้หยุดเสีย เพราะปัญหาที่ตามมาจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด

สำหรับคนไทยที่มีความผิดฐานนอมินี อาจถูกดำเนินคดีข้อหาให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 แสนบาท-1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลจะสั่งให้เลิกการถือหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนนั้น หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท- 5 หมื่นบาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอต่อ ปปง. ให้การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งจะทำให้สามารถยึดหรืออายัดทรัพย์สินของบริษัทและของผู้ถือหุ้น ทั้งชาวต่างชาติและคนไทย ที่กระทำความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ได้ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...