"ชัชวาล" ซัด รัฐใช้งบ 1.57 แสนล้านไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชงจัดงบฯใหม่
“ชัชวาล ไทยสร้างไทย” ตั้งข้อสังเกต รัฐใช้งบ 1.57 แสนล้านไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชงจัดงบฯใหม่ แก้หนี้นอกระบบ- ช่วยภาคเกษตร- ฟื้น SME-สร้างทักษะแรงงาน ดีกว่าจทุ่มงบฯอบรม, จัดอีเวนต์สร้างภาพ ลั่นตรวจสอบเข้มข้น ขอใช้งบคุ้มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ประชาชน
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2568 ที่รัฐสภา นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี2569 กล่าวถึงแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล วงเงิน 157,000 ล้านบาทที่ถูกโยกมาจากงบแจกเงินหมื่น ว่า ขอตั้งข้อสังเกตการใช้งบในลักษณะเดิม เช่น การจัดอบรม หรือเวิร์กช็อปที่ไม่รู้ว่าจะไปต่อยอดตรงไหน สุดท้ายก็กลายเป็นแค่งบจัดอีเวนต์เพื่ิอกินงบฯ
การขุดลอกคูคลอง และการสร้างถนน ไม่ได้ช่วยประชาชนอย่างแท้จริง เพราะปัญหาหลักเวลานี้คือ ความยากจนและหนี้นอกระบบภาคครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น ควรใช้งบลงทุนเพื่อภาคเกษตร เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อความมั่นคงทางการเกษตร พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ โดยเฉพาะโครงการที่สามารถผันน้ำจากแหล่งน้ำไปยังพื้นที่แห้งแล้ง เช่น โครงการผันน้ำชีลงสู่ทุ่งกุลาร้องไห้ จะช่วยสร้างความมั่นคง สร้างอาชีพในระยะยาว ถือเป็นการลงทุนระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ให้เกษตรกรมีรายได้แบบยั่งยืน ส่วนการแจกเงินหากเปรียบเทียบแล้ว การแจกเงินโดยตรงให้ประชาชนยังเป็นวิธีที่เข้าถึงประชาชนได้จริงมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการใช้งบไปกับโครงการที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือ แบ่งกันกินแบ่งกันใช้
นายชัชวาล กล่าวต่อว่า ตนขอเสนอทางเลือกการใช้จ่ายงบ 157,000 ล้านบาทว่าควรนำมาจัดสรรในสามส่วนดังนี้ 1.)จัดตั้งกองทุนเครดิตประชาชน 50,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ซึ่งข้อมูลจากธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่ามีมากถึง 3 ล้านคน กองทุนนี้จะให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไม่เกิน 1% ต่อเดือน เพื่อนำไปต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นทุนสำหรับตั้งตัว พร้อมยกตัวอย่างว่าหากกู้ 50,000บาท จากเดิมจะต้องชำระดอกเบี้ยเดือนละหมื่นบาท แต่หากกู้จากกองทุนเครดิตประชาชน ก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยเพียงแค่ 500 บาทเท่านั้น ซึ่งจะทำให้คนลืมตาอ้าปากได้จริงๆ 2.)จัดสรรงบสำหรับ สนับสนุนผู้ประกอบการ SME 100,000 ล้านบาท
ลงทุนโดยตรงในการช่วยเหลือธุรกิจรายย่อย ไม่ใช่แค่การจัดโชว์หรือกิจกรรมสัญลักษณ์งบประมาณนี้ควรนำไปเสริมความรู้ การตลาด การบริหาร และเงินทุนเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและสามารถจ้างงานได้ต่อเนื่อง 3.)งบส่งเสริมสร้างทักษะให้แรงงานอาชีพ ให้กับประชาชน 7,000 ล้านบาท แจกเป็นคูปองให้เยาวชน คนทำงาน และผู้สูงอายุ เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อเสริมทักษะใหม่ ผ่านมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ เน้นการสร้างบุคลากรที่พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่ เหมือนที่สิงคโปร์และเวียดนามกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง การที่รัฐบาลเปลี่ยนท่าทีจากการผลักดันโครงการ แจกเงินหมื่นดิจิทัลฯมาเป็นการใช้งบเพื่อการก่อสร้าง หรือจัดกิจกรรมที่กินงบจัดอีเวนต์ การสร้างถนน การสร้างอาคารแบบเดิมนั้น อาจเป็นการดำเนินการที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงขอตั้งคำถามถึงผู้นำรัฐบาลว่า รัฐบาลมีความจริงใจและสุจริตใจจริงหรือไม่ และ รู้ปัญหา ความต้องการของประชาชนจริงหรือไม่ ตนยืนยันว่าจะทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่า รัฐบาลได้ใช้เม็ดเงินของประชาชนอย่างคุ้มค่า ตรงจุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง