โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากด่านสู่ดุลอำนาจ : ไทย-กัมพูชา กับบทบาทใหม่ของเศรษฐกิจ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 03.14 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ใครพึ่งใคร? – วิเคราะห์แรงกดดันเศรษฐกิจชายแดนต่อกัมพูชา หลังไทยจำกัดการข้ามแดน

กรณีพิพาทบริเวณช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี แม้เคยเกิดเหตุปะทะเล็กน้อยระหว่างทหารของทั้งสองฝ่าย แต่ในเวลาต่อมา กัมพูชาตัดสินใจถอยกำลังออกจากพื้นที่ โดยไม่มีการยกระดับความขัดแย้ง กลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของ “ความมั่นคงยุคใหม่” ที่ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธเป็นตัวตัดสิน

หากแต่เกิดจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ไทยเลือกใช้ แทนการเผชิญหน้าด้วยแสนยานุภาพ ผ่าน “มาตรการจำกัดการข้ามแดน” ที่บีบช่องทางการเคลื่อนย้ายคน สินค้า และระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะที่ด่านอรัญประเทศ – จุดยุทธศาสตร์ซึ่งถือเป็นหัวใจของการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา

จุดเปลี่ยน : เมื่อเศรษฐกิจกลายเป็นเครื่องมือของความมั่นคง
ไทยเลือกใช้ “แรงบีบเชิงเศรษฐกิจโดยสันติวิธี” เป็นกลยุทธ์กดดันคู่ขนานกับการเจรจา ผ่านมาตรการสำคัญ ได้แก่ :

  • ห้ามคนไทยเดินทางไปเล่นพนันในฝั่งปอยเปต ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของกัมพูชา
  • จำกัดเวลาเปิด-ปิดด่านพรมแดน สำหรับบุคคลและยานพาหนะ
  • เพิ่มการควบคุมการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสินค้าที่เสี่ยงผิดกฎหมาย

ไทยยังส่งสัญญาณชัดว่า พร้อมจะยกระดับมาตรการเหล่านี้ หากสถานการณ์ตามแนวชายแดนยังตึงเครียด มาตรการซึ่งสำหรับกัมพูชาแล้ว เปรียบเสมือนกดทับ “เส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ” ของฝั่งตะวันตกที่ต้องพึ่งพาการค้าข้ามแดนจากไทยเป็นหลัก

ไทย : ผู้ถือ “กุญแจด่าน” และพลังการค้าข้ามพรมแดน
ข้อได้เปรียบของไทยยิ่งชัดเจน เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการค้า
ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ (เมษายน 2568) ระบุว่า การค้าชายแดนไทย-กัมพูชามีมูลค่ารวม 64,612 ล้านบาท ในช่วง 4 เดือนแรกของปี เพิ่มขึ้น 12.3% จากปีก่อน โดยไทยได้เปรียบดุลการค้าถึง 35,838 ล้านบาท

  • ส่งออกจากไทย: 50,225 ล้านบาท (+9.7%)
  • นำเข้าจากกัมพูชา: 14,387 ล้านบาท (+22.4%)

สินค้าหลักจากไทย เช่น เครื่องดื่ม นม น้ำตาล อะไหล่ยานยนต์ และเครื่องจักรกลการเกษตร ล้วนเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริโภคของประชาชนและอุตสาหกรรมพื้นฐานในกัมพูชา

จุดยุทธศาสตร์ : ด่านและโครงข่ายผ่านแดน
(ข้อมูลจากกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ไทยมีจุดผ่านแดนกับกัมพูชารวม 18 แห่ง ใน 7 จังหวัดชายแดน แบ่งเป็น :

  • ด่านถาวร 8 แห่ง
  • จุดผ่อนปรนการค้า 9 แห่ง
  • จุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยว 1 แห่ง (ปัจจุบันปิดชั่วคราว)

ด่านอรัญประเทศเพียงแห่งเดียว คิดเป็น 63.4% ของมูลค่าการค้าชายแดน หากรวมกับด่านคลองใหญ่และบ้านผักกาด จะครอบคลุมมูลค่ารวมกว่า 95% ของการค้าทั้งระบบ ซึ่งหมายความว่า หากด่านเหล่านี้ถูกจำกัดหรือปิด จะส่งผลสะเทือนต่อระบบการค้าและโลจิสติกส์ของกัมพูชาอย่างรุนแรง

เส้นเลือดใหญ่ที่ถูกบีบ : แรงกระเพื่อมถึงกัมพูชา
ผลกระทบจากมาตรการฝั่งไทยจะสะเทือนสู่กัมพูชาในหลายมิติ :

  • ตลาดบริโภคฝั่งกัมพูชาจะขาดแคลนสินค้าจำเป็น เช่น นม น้ำตาล เครื่องดื่ม
  • โลจิสติกส์ต้องเบี่ยงเส้นทาง ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มสูง
  • อุตสาหกรรมในกัมพูชาสะดุด โดยเฉพาะภาคเกษตรและยานยนต์
  • เมืองกาสิโนฝั่งกัมพูชา เช่น ปอยเปต สูญเสียรายได้จากนักพนันชาวไทย

คำตอบของกัมพูชา : ไทยก็ต้องพึ่งเรา
สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ระบุว่า ไทยส่งออกไปกัมพูชากว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กัมพูชาส่งออกเพียง 1.1 พันล้านดอลลาร์ ไทยได้เปรียบดุลการค้ากว่า 4.1 พันล้านดอลลาร์ พร้อมเตือนว่า หากไทยยังใช้มาตรการจำกัดต่อเนื่อง สินค้าไทยอาจไม่สามารถเข้าถึงตลาดกัมพูชาได้ และเกษตรกรไทยเองอาจได้รับผลกระทบ

กัมพูชา : ทั้งตลาดปลายทางและซัพพลายเออร์วัตถุดิบ
แม้กัมพูชาจะเป็นตลาดส่งออกของไทยที่ได้เปรียบ แต่ก็มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของไทย โดยเฉพาะสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ เศษโลหะสำหรับอุตสาหกรรมรีไซเคิล ลวดสายไฟซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การจำกัดด่านจึงไม่เพียงบีบกัมพูชา แต่ย้อนกระทบห่วงโซ่อุตสาหกรรมของไทยเช่นกัน

การประเมินผลกระทบ : รายงานจากกระทรวงพาณิชย์
แบ่งตามช่วงเวลาออกเป็น 3 ระยะ:

  • ระยะสั้น (0–3 เดือน): ตลาดหยุดชะงัก โลจิสติกส์สะดุด ธุรกิจรายย่อยกระทบ
  • ระยะกลาง (3–12 เดือน): ผู้ส่งออกต้องปรับตัว ต้นทุนการผลิตพุ่ง
  • ระยะยาว (1 ปีขึ้นไป): นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ไทยอาจเสียโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค

เศรษฐกิจ…คือเครื่องมือของอำนาจในโลกใหม่
มาตรการจำกัดการข้ามแดนของไทยในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงมาตรการควบคุมชายแดน หากแต่คือการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือกดดันในรูปแบบ Soft Security ที่ไม่ต้องใช้กำลังทหาร แต่ส่งผลทางยุทธศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง เมื่อไทยเดินเกมเศรษฐกิจ กัมพูชาก็เลือกจะ “ถอยกำลัง” โดยไร้เสียงปืน นั่นคือผลลัพธ์ของการวัดอำนาจรูปแบบใหม่

และในโลกที่เส้นแบ่งระหว่าง “ความมั่นคง” กับ “เศรษฐกิจ” เริ่มพร่าเลือน ด่านพรมแดนจึงไม่ใช่แค่ช่องทางการเดินทาง แต่กลายเป็นหมุดวัดแรงกดดันระหว่างรัฐ และเป็นจุดตัดที่ย้อนถามอย่างจริงจังว่า ใครพึ่งใคร?

ในการเผชิญหน้า ณ ชายแดนช่องบกครั้งนี้ “เศรษฐกิจ…คือ กลยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุดในสมรภูมิที่เสียงปืนเคยดัง – แรงกดดันเงียบ ก็อาจเปลี่ยนเกมได้ทั้งกระดาน”. – สำนักข่าวไทย

บทความโดย :
มนภา ศิริสมบูรณ์
ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจสำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...