โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้แทนการค้าไทยหารือ IMF เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเชิงลึก ถกแนวทางรับมือเศรษฐกิจยุคสงครามการค้า

The Better

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 04.48 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 03.31 น. • THE BETTER
ผู้แทนการค้าไทย เปิดบ้านต้อนรับ IMF หารือเชิงลึกเศรษฐกิจไทยยุคสงครามการค้า ย้ำปฏิรูปโครงสร้าง เสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยทุกมิติ พร้อมขับเคลื่อนสู่เป้าหมายประเทศรายได้สูง

นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเดินทางมาเยือนไทยตามภารกิจประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยตามกรอบ Article IV คณะผู้แทนนำโดย Ms. Corinne Delechat, Assistant Director ประจำกองเอเชียและแปซิฟิก และ Mission Chief for Thailand คนปัจจุบัน พร้อมด้วย Mr. Peter Breuer, Mission Chief ท่านใหม่ (อยู่ระหว่างการส่งมอบภารกิจ) และคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐกิจของ IMF

การหารือเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการค้าและการลงทุนของไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามการค้าโลก ตลอดจนความคืบหน้าในการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและยกระดับเศรษฐกิจไทยในระยะกลางและยาว

ในระยะสั้น นายวีระพงษ์กล่าวถึงความสำคัญในการเจรจาอัตราภาษีนำเข้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ ก่อนระยะเวลาผ่อนปรน 90 วันจะสิ้นสุดลงในช่วงต้นเดือนกรกฏาคม ในเดือนพฤษภาคม รัฐบาลไทยได้ส่งข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มความสมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศ โดยตั้งอยู่บนหลักการที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ผ่านการเพิ่มสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ที่เป็นที่ต้องการของธุรกิจไทยและช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าไทยในอนาคต เช่น สินค้าเกษตรแปรรูป อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์การเจรจาอย่างใกล้ชิด โดยต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอ เนื่องจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ สามารถส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจและประชาชนไทย

นอกจากการเจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐฯ นายวีระพงษ์ยังได้ย้ำถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้าง เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและมีความคืบหน้าสำคัญ 4 ด้าน ดังนี้

ด้านแรกคือ การยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีสีเขียว พร้อมทั้งเร่งส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันมีการลงทุนสะสมแล้วกว่า 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กระจายอยู่ในกว่า 20 รัฐ และสร้างงานให้ชาวอเมริกันไม่น้อยกว่า 10,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น สหภาพยุโรป เพื่อขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการไทยและสนับสนุนให้ธุรกิจไทยผนึกเข้ากับกระบวนการผลิตคุณภาพของโลก

ด้านที่สอง คือ การดำเนินการตามแผนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี 2573 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของไทยจากประเทศรายได้ระดับกลางขั้นสูงไปเป็นประเทศรายได้สูงในอนาคต ขณะนี้รัฐบาลไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนแผนงานตามกรอบแผนปฏิบัติการเพื่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD (Accession Roadmap) โดยคาดว่าจะสามารถยื่น Initial Memorandum (IM) ได้ภายในสิ้นปีนี้

ด้านที่สาม คือ การส่งเสริมการค้าระดับภูมิภาค นายวีระพงษ์ได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการใช้ความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่างชาญฉลาด (Smart Regionalism) ผ่านกลไกความร่วมมือด้านดิจิทัลและห่วงโซ่อุปทาน อาทิ ข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) รวมถึงกรอบความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน (ASEAN Framework for Integrated Semiconductor Supply Chain: AFISS) ซึ่งมุ่งให้ประเทศสมาชิกสนับสนุนจุดแข็งของแต่ละประเทศเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ร่วมกัน ทั้งนี้ คณะผู้แทนฯ จาก IMF แสดงความสนใจต่อบทบาทเชิงรุกของไทยในประเด็นดังกล่าว เพราะจะมีนัยสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจภูมิภาคและไทยในอนาคต

ด้านสุดท้าย คือ ความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศ โดยคาดว่าพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะสามารถประกาศใช้ได้ภายในกลางปี 2569 สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของ IMF ในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate-Resilient Development) ผ่านการจัดตั้งกองทุนสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการส่งเสริมกลไกตลาดและการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน

การหารือครั้งนี้เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้หารือเชิงลึกถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของไทย พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายการค้า การลงทุน และแนวทางการตอบสนองต่อความท้าทายเชิงโครงสร้างในบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยไทยยืนยันความพร้อมในการให้ความร่วมมือกับ IMF อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการประเมินและเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันในประเด็นเศรษฐกิจสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...