โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิสราเอลถล่มอิหร่าน สินทรัพย์ปั่นป่วน หุ้นร่วง น้ำมัน-ทองคำพุ่ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 19.14 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 01.58 น.

การโจมตีของอิสราเอลเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการยกระดับความตึงเครียดครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ

ตลาดตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยฟิวเจอร์ส S&P E-mini ของสหรัฐฯ ร่วงลง 1.5% เมื่อเวลา 00.55 GMT (เวลาท้องถิ่น) และฟิวเจอร์ส Nasdaq ร่วงลง 1.7%

ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นลดลง 1.4% และ KOSPI ของเกาหลีใต้ลดลง 1.2%

น้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้นมากกว่า 6% แตะระดับ 73.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทองคำพุ่งขึ้น 1% มาอยู่ที่ราว 3,419 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ฟรังก์สวิสแข็งค่าประมาณ 0.4% มาอยู่ที่ 0.8072 ต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินเยนซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอีกชนิดหนึ่ง แข็งค่าขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ 143.06 ต่อดอลลาร์

ยูโรอ่อนค่าลง 0.3% มาอยู่ที่ 1.1553 ดอลลาร์ หลังจากที่พุ่งขึ้น 0.9% เมื่อคืนก่อนหน้า

อิสราเอลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เตรียมรับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากเตหะราน หลังจากที่ระบุว่าได้ดำเนินการโจมตีก่อนเพื่อสกัดกั้นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน มีรายงานว่าเกิดเสียงระเบิดทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ในช่วงเช้าวันศุกร์ ตามรายงานของสำนักข่าว Nour News ของรัฐบาลอิหร่าน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สองรายที่ไม่ประสงค์ออกนามเปิดเผยว่า อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีต่ออิหร่านแล้ว โดยไม่มีความช่วยเหลือหรือการมีส่วนร่วมจากสหรัฐฯ CNN รายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี

ความตึงเครียดได้สะสมขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากความพยายามของทรัมป์ในการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านดูเหมือนจะถึงทางตัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดจัดการเจรจารอบที่หกเกี่ยวกับโครงการเพิ่มปริมาณยูเรเนียมของเตหะรานที่ประเทศโอมานในวันอาทิตย์ ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศและผู้ไกล่เกลี่ยชาวโอมาน

อิสราเอลกล่าวในช่วงเช้าวันศุกร์ว่า ได้โจมตีเป้าหมายนิวเคลียร์ของอิหร่านเพื่อขัดขวางไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และสื่อของอิหร่านรวมถึงพยานระบุว่า เกิดการระเบิดหลายจุด รวมถึงบริเวณศูนย์เพิ่มปริมาณยูเรเนียมหลักของประเทศ

อิสราเอลเรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่า "Rising Lion" โดยระบุว่าเป้าหมายรวมถึงผู้บัญชาการทางทหารของอิหร่านและโรงงานผลิตขีปนาวุธ พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อเตรียมรับมือการโจมตีตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนจากเตหะราน

เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์อิสราเอล

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวในวิดีโอที่บันทึกไว้ล่วงหน้า เเละระบุว่า อิสราเอลได้โจมตีนักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่านที่ทำงานเกี่ยวกับระเบิดนิวเคลียร์ โครงการขีปนาวุธของอิหร่าน และศูนย์เพิ่มปริมาณยูเรเนียมที่เมืองนันตานซ์ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่จะดำเนินต่อไปอีกหลายวัน

พยานในเมืองนันตานซ์กล่าวว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งใกล้กับศูนย์ดังกล่าว และเจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านเปิดเผยกับ Reuters ว่าผู้นำประเทศกำลังจัดการประชุมด้านความมั่นคงระดับสูง

สถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งในกรุงเตหะราน และระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศอยู่ในสถานะเตรียมพร้อมเต็มที่

เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลรายหนึ่งกล่าวว่า อิสราเอลกำลังโจมตีหลายสิบเป้าหมายทั้งที่เป็นเป้าหมายนิวเคลียร์และทางทหาร โดยระบุว่า อิหร่านมีวัสดุเพียงพอที่จะผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้ถึง 15 ลูกภายในไม่กี่วัน

หลังจากการโจมตีก่อนของรัฐอิสราเอลต่ออิหร่าน คาดว่าจะมีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ต่อรัฐอิสราเอลและพลเรือนในระยะเวลาอันใกล้นี้

รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล แคตซ์ กล่าวในแถลงการณ์ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ กล่าวว่า อิสราเอลดำเนินการโดยลำพังเพราะมองว่าจำเป็นเพื่อการป้องกันตนเอง

คืนนี้อิสราเอลได้ดำเนินการฝ่ายเดียวต่ออิหร่าน เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่าน และสิ่งสำคัญอันดับแรกคือการปกป้องกองกำลังอเมริกันในภูมิภาค เเละอิหร่านไม่ควรโจมตีผลประโยชน์หรือบุคลากรของสหรัฐฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...