โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบแม่บ้าน! ควบตำแหน่งกรรมการบริษัทชิปปิ้ง เลี่ยงภาษีกว่า 180 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 18 พ.ค. 2568 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2568 เวลา 03.32 น.

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม นางสอ(นามสมมุติ) อายุ 54 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ฐาน “ร่วมกันเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มกระทำการใดๆ โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน โดยจับกุม ได้บริเวณลานจอดรถหน้าอพาร์ทเม้นต์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พฤติการณ์ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการ บริษัทที่ประกอบกิจการเป็นตัวแทนนำเข้าสินค้าและดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อนำสินค้าออกจากท่าเรือ แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าบริษัทฯดังกล่าวมีพฤติการณ์ปิดบังซ่อนเร้นที่มาของรายได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ กล่าวคือ บริษัทมักจะไม่มีการออกใบกำกับภาษีขายและใบเสร็จรับเงินสำหรับค่าบริการให้แก่ลูกค้าแต่อย่างใด และการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างของบริษัทฯ มักจะจ่ายเป็นเงินสดให้ลูกจ้างเป็นรายสัปดาห์ และไม่มีการทำเอกสารหลักฐานการจ่ายเงิน เมื่อเจ้าพนักงานได้ทำหนังสือเชิญกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ เพื่อให้ส่งมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ แต่ไม่มีผู้ใดมาพบ ประกอบกับทางบริษัทฯไม่ยื่นยอดขาย หรือยื่นยอดขายไว้น้อยกว่าข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบ เจ้าพนักงานฯ ประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ 64 เดือนภาษีพร้อมเบี้ยปรับเป็นเงิน 186 ล้านบาท

การกระทำดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการปกปิดข้อมูลการมีเงินได้เพื่อจะไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง เป็นความผิดฐานหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม กระทำการใดๆโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบแล้วยังพบอีกว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับคดีอื่นๆอีกจำนวน 2 คดี กล่าวคือ ผู้ต้องหายังเป็นกรรมการบริษัทฯ ที่ถูกกล่าวหาจากกรมสรรพากร ในความผิดที่มีพฤติการณ์คล้ายคลึงกับพฤติการณ์ข้างต้น ซึ่งได้ร้องทุกข์ไว้กับ บก.ปอศ. รวมมูลค่าความเสียหายต่อรัฐทั้ง 3 คดี กว่า 430 ล้านบาท

จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยให้การว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.2558 ขณะตนเป็นพนักงานทำความสะอาด(แม่บ้าน)ที่บริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอ แหลมฉบัง นายจ้างได้นำเอกสารบางอย่างมาให้ตนลงลายมือชื่อ ด้วยความเชื่อใจจึงยอมลงลายมือชื่อภายในเอกสารนั้นโดยไม่ทราบว่าเป็นเอกสารประเภทใด และไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใดและต่อมาในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2568 ตนได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนให้เข้าพบ แต่มิได้มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก จนมาทราบภายหลังว่าตนเองมีหมายจับดังกล่าวข้างต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...