โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"สุชาติ" ถกพระชั้นผู้ใหญ่ แก้วิกฤตวงการสงฆ์ เร่งออกกฎหมายเอาผิด

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 11.32 น.

14 ก.ค. 2568 นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ากราบนมัสการสมเด็จสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะหนใหญ่ตะวันออก และพระมหารัชมงคงมุนี (ธงชัย ธมมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เพื่อรับแนวทางปฏิบัติในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หลังขณะนี้อื้อฉาววงการสงฆ์อย่างมาก

หลังนายสุชาติเข้ารับแนวทางกับสมเด็จพระพุฒาจารย์นานกว่า 30 นาที ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ทางมหาเถรสมาคม ได้มีการประชุม ซึ่งเป็นประชุมเร่งด่วนฉุกเฉิน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา และมอบหมายให้ตำรวจที่ไปดำเนินการจับกุม อย่างน้อยต้องรายงานไปที่เจ้าคณะหนหรือพระผู้ใหญ่ เพื่อดำเนินการเอาผิดกับพระที่ปฏิบัติมิชอบ และมอบหมายให้สำนักพุทธฯทำงานร่วมกับตำรวจ

เมื่อถามว่าพระสมเด็จท่านแจ้งหรือไม่ ได้ส่งหนังสือถึงพระที่หายตัวไป นายสุชาติ กล่าวว่า ก็เห็นสมเด็จท่านปรารภอยู่เหมือนกันว่า พยายามจะตามมา เพราะท่านก็เป็นกังวลกับปัญหาตรงนี้กับเรื่องที่ทำความเสื่อมเสียมาสู่ศาสนา ท่านก็เป็นกังวลมากและพยายามรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จ

ส่วนการเอาผิดสีกากอล์ฟเข้าข่าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206 ที่สามารถเอาผิดผู้ใดที่ทำการดูหมิ่นศาสนา หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนขอนำเรื่องนี้ไปพิจารณาก่อน ซึ่งได้มอบนโยบายให้กับทางสำนักพระพุทธศาสนาไปแล้ว โดยจะต้องนำตัวสีกากอล์ฟมาดำเนินการสอบสวน

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติได้หันหน้าไปพูดกับเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนา โดยสั่งการให้ไปศึกษาการเอาผิดตามมาตรา 206 ซึ่งอะไรที่สามารถกระทำการได้อย่างรวดเร็ว จะต้องนำผู้กระทำความผิดมาให้ได้ แต่ในขณะนี้ ยังไม่สามารถเอาผิดสีกากอล์ฟได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฉ้อโกงหรือหลอกลวง รวมไปถึงความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีความกังวลใจ เพราะทางสำนักพุทธฯเองยังไม่ได้มีการแจ้งความเอาผิดสีกากอล์ฟ ทำให้คดียังไม่สามารถเดินหน้าได้ นายสุชาติ ได้หันไปถามย้ำกับ เจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ ว่า เอาอย่างไร พร้อมกับสั่งการให้เร่งศึกษาในประเด็นนี้โดยด่วน และกล่าวต่อว่า "นักข่าวได้เสนอประเด็นนี้ขึ้นมา ทำไมสำนักพระพุทธศาสนาถึงไม่รู้เรื่อง ขณะที่คนอื่นกำลังหาช่องทางกฎหมาย ผมก็ได้กำชับไปหลายครั้งแล้ว เพราะเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ส่วนตัวเองและประชาชนเองก็กังวลใจ ซึ่งตนเพิ่งจะมารับตำแหน่งนี้ได้ไม่ถึงสัปดาห์ ก็มีกรณีนี้เป็นเรื่องรับน้อง และยอมรับว่าตนก็กังวลมาก จึงได้มาขอคำแนะนำกับท่านสมเด็จฯ ทั้งสองรูปในวันนี้ "

เมื่อถามว่าสำนักพุทธฯได้รายงานหรือไม่ พระที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสีกากอล์ฟ ได้มีการโอนเงินโดยเสน่หาหรือว่าถูกหลอก นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปข้อมูลให้ ซึ่งวันนี้ก็จะทำหนังสือไปทาง ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ สำนักพุทธฯร่วมดำเนินการสอบสวน ซึ่งหากล่าช้าตนก็จะเล่นงาน จึงอยากให้ทางตำรวจส่งข้อมูลทั้งหมดมาที่ทาง เจ้าคณะหนฯ ทั้งหมด และส่งมาที่สำนักพุทธฯ และย้ำว่าตนร้อนใจในเรื่องนี้มาก

ส่วน พ.ร.บ.สงฆ์ ที่จะมีการแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องเงิน นายสุชาติ กล่าวว่า ต้นตอของปัญหา กระบวนการหลอกพระ ก็มาจากการที่พระมีเงินมีทรัพย์เยอะและหลอกง่ายที่สุด เมื่อพระถูกแบล็คเมล์หน่อยก็ต้องโอนเงินให้ พฤติการณ์นี้ทำเป็นขบวนการ ซึ่งเราก็พยามที่จะทำ เพื่อแก้ปัญหาต้นเหตุ เมื่อพระมีทรัพย์มากและมีการใช้จ่ายโดยไม่มีการควบคุม ก็ต้องแก้ด้วยการออกกฎกระทรวงว่า ทุกบาททุกสตางค์ของวัด ต้องเอาเข้าบัญชีธนาคาร เงินสดที่วัดอาจจะถือได้ก็ต้องห้ามเกิน 100,000 บาท ไว้สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำค่าไฟ และทุกบัญชีนั้นก็ต้องฝากธนาคารทั้งหมด และทุกเดือน จะต้องทำบัญชีรายรับรายจ่าย และต้องสรุปรายงานบัญชีประจำปีด้วย

ขณะนี้ได้ดำเนินการร่างแบบฟอร์มไว้หมดแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป วัดทุกวัดจะต้องปฏิบัติตาม หากไม่ปฏิบัติก็ถือว่าเป็นการฝ่าฝืน รวมทั้งจะให้สำนักพระพุทธศาสนา จะดำเนินการย้อนดูธุรกรรม สำหรับวัด ที่พบความผิดปกติ ซึ่งตนก็เคยให้นโยบายกับสำนักพุทธฯ ไว้ว่า ต้องทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ทำงานเชิงรับ ทุกวันนี้ทำงานเชิงรับให้ตำรวจไปจับเพียงอย่างเดียว

หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องไปสอดส่องดูพฤติกรรมของพระในทุกวัดทุกพื้นที่กับชาวบ้านและชุมชน ไม่ใช่รอให้ตำรวจทำคดีอย่างเดียว จะต้องไปปราบก่อนเหตุบานปลาย แต่ในขณะนี้แม้ยังไม่มีมีการตั้งชุดทำงานดังกล่าว ก็ขอให้พุทธศาสนาจังหวัดดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมของพระในแต่ละวัดจากข่าวซุบซิบของชาวบ้าน กฎหมายฉบับนี้จะครอบคลุมไปถึงพฤติกรรมของพระสงฆ์ที่มีการล่วงละเมิดทางเพศทั้งหญิงและชาย จะมีความผิดวินัยสงฆ์และอาญาด้วย

เมื่อถามว่า เป็นงานใหญ่ที่วัดฝีมือของรัฐมนตรีฯหรือไม่ ส่วนตัวมองว่า ถือเป็นงานรับน้อง แต่ต้องพยายามทำให้เต็มที่ เพราะกระบวนการมันไม่ได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ขอให้เป็นกระบวนการสุดท้าย อย่าให้มีอีก เพราะแค่นี้ก็รับกันไม่ไหวแล้ว แต่อย่าลืมว่าความจริง การนับถือศาสนาพุทธและพุทธศาสนา เรานับถือที่คำสั่งสอน ส่วนตัวบุคคลที่เรานับถือกันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งการที่เรานับถือคำสั่งสอน ทำให้เราได้เรียนรู้ศีล รู้จักไตรสิกขา ไม่ประพฤติชั่ว ฟังเทศน์ ฟังสวดมนต์ หรือคำสอนต่างๆ ส่วนการที่ประพฤติมิชอบของบุคคล หรือ พระสงฆ์ คือเป็นตัวทำลายพุทธศาสนา อย่างไรเสียเราต้องยึดหลักคำสอนของพุทธศาสนาไว้ก่อน

ซึ่งจัดการหารือกับพระผู้ใหญ่พบว่าพระผู้ใหญ่ค่อนข้างกังวลในเรื่องของ ความเสื่อมศรัทธา และวิกฤตศรัทธาของประชาชน เนื่องจากพระในประเทศไทยมีประมาณ 200,000 กว่ารูป แต่พระเพียงไม่กี่รูปเท่านั้นที่ทำให้เสื่อมเสีย โดยเฉพาะพระผู้ใหญ่ ไม่ควรจะประพฤติอย่างนี้เสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นที่นับถือคนที่ประชาชน บำเพ็ญศีลมานาน ไม่น่าจะขาดสติถึงขนาดปล่อยให้ผู้หญิงมาหลอกได้ถึงกับขนาดนี้

ส่วนกรณีที่มีเพจออกมาแฉพระรูปหนึ่งกระทำอนาจารเณรภายในวัด นอกจากให้ศึกแล้วจะสามารถดำเนินคดีอาญาได้หรือไม่นั้น นายสุชาติ ตอบว่า กฎหมายฉบับนี้ ครอบคลุมและสามารถดำเนินการได้ ไม่ว่าจะไปการเสพเมถุนระหว่างผู้ชายกับผู้ชายด้วยกัน ก็สามารถที่จะดำเนินการได้ หรือว่าเป็นการอาบัติและปาราชิก คาดร่างกฎหมายดังกล่าว ภายในสิ้นปีนี้เห็นออกมาเป็นรูปเป็นร่าง ซึ่ตนจะเร่งให้เร็วที่สุดเพราะเคยเป็นรองประธานพอจะมีช่องทางดำเนินการอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...