โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

'สตง.'เตือนงบกระตุ้นศก. 1.57 แสนล้าน ส่อเปิดช่องเรียกผลประโยชน์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 17.51 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 01.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เรื่องการกำขับและกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับการเสนอโครงการและคำของบประมาณเพื่อดำเนินการตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรืองบกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท มีเนื้อหาว่า

ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท และมอบหมายหน่วยรับงบประมาณจัดทำโครงการและคำของบประมาณเพื่อดำเนินการตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตามที่คณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในการประชุมครั้งที่ 2/ 2568 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 มีมติเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด แจ้งและรวบรวมข้อเสนอโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ให้ท้องถิ่นจังหวัด แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดทำโครงการและขอรับจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินการตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดังกล่าว

โดยให้สำรวจข้อมูลแผนงาน/โครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และแนวทางที่สำนักงบประมาณกำหนด และรวบรวมข้อเสนอโครงการส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ภายในวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568 นั้น

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการอย่างเร่งรัดในระยะเวลาเร่งด่วน ประกอบกับแนวทางการจัดทำโครงการและขอรับจัดสรรงบประมาณยังอยู่ระหว่างการพิจารณาศึกษาตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแจ้ง จึงยังขาดความชัดเจนเป็นแนวทางเดียวกัน

การดำเนินการตามข้อสั่งการข้างต้นจึงอาจขาดความรอบคอบ ระมัดระวังในการสำรวจข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน อันอาจส่งผลให้การกำหนดวงเงินงบประมาณในข้อเสนอโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงและอาจทำให้การใช้จ่ายงบประมาณในการดำเนินงาน/โครงการไม่เกิดผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพ ดังเช่นแผนงาน/โครงการเร่งด่วนหลาย ๆ โครงการที่ผ่านมา

ดังนั้นเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ลดความเสี่ยงด้านความคุ้มค่า และป้องกันมีให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ รวมทั้งเป็นไปตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561
จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พิจารณาดำเนินการ โดยกำชับและกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดำเนินการในทุกขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง ละเอียดรอบคอบ และต้องคำนึงถึงการกระทำการใด ๆ อันอาจเล็งเห็นได้ว่าเป็นเหตุหรือช่องทางในการเรียกรับผลประโยชน์อื่นใดเพื่อตนเองหรือผู้อื่นทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยมิชอบจากการดำเนินโครงการตามมาตรการดังกล่าวข้างต้น

รวมทั้งขอให้ระมัดระวังการกระทำด้วยประการใด ๆ ที่อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำตามมาตรา 88 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...