โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพเก่าเล่าตำนาน : ปริศนาฆาตกรรม 9 ศพในวัดไทย...ในรัฐแอริโซนา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 02.13 น.

ช่วงเวลานี้…มีข่าวเรื่องพระสงฆ์ เรื่องของคนรักของพระสงฆ์ เรื่องเงินก้อนยักษ์ สาวสวย…สังคมไทยได้เคยได้ยินมาจนชินชา โบราณนานมาก็เกิดขึ้นซ้ำซาก หากแต่ในยุคดิจิทัล สื่อสังคมในมือถือประโคมภาพและเสียงสุดสยิว มีบทพิศวาสบาดใจ เลยติดตามกันงอมแงม…

ผู้เขียนค้นคว้า อ่านบทความเรื่องพระสงฆ์ไทยไปเรื่อยเปื่อย…ไปพบคดีการสังหารโหด “พระสงฆ์” และคนในวัดไทยในรัฐแอริโซนา รวดเดียว 9 ศพ ที่ยังเป็นประเด็นที่ “ค้างคาใจ” ผู้คนอีกมากมาย

(มีข้อมูลจากหลายสำนัก ที่ผิดแผกแตกต่างกันบ้างนะครับ…)

กลางดึกวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2534 (เวลาในสหรัฐ) เกิดเหตุฆาตกรรมหมู่ 9 ศพ ที่วัดพรหมคุณารามรัฐแอริโซนา เป็นศพของพระ 6 รูป เณร 1 รูป แม่ชี 1 รูป และฆราวาส 1 คน ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของคนร้ายอย่างน้อย 2 คน

เหยื่อกระสุนปืน คือ 1.พระอาจารย์ไพรัช พฺรหฺมวโร อายุ 36 ปี พรรษา 16 วัดใหม่ยายนุ้ย กรุงเทพฯ 2.พระอาจารย์สุริชัย อนุตฺตโร อายุ 33 ปี พรรษา 12 วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ 3.พระอาจารย์บุญช่วย ชยธมฺโม อายุ 37 ปี พรรษา 17 วัดท่าตอน แม่อาย เชียงใหม่ 4.พระมหาเฉลิม กิตฺติภทฺโท อายุ 33 ปี พรรษา 12 วัดใหม่ช่องลม กรุงเทพฯ 5.พระมหาเสียง มหาปญฺโญ อายุ 34 ปี พรรษา 13 วัดปทุมคงคา กรุงเทพฯ6.พระอธิการสมศักดิ์ สิริปญฺโญ อายุ 46 ปี พรรษา 26 วัดมงคลนิมิตร เชียงใหม่ มีสามเณรบวชชั่วคราว 1 รูป คือ สามเณรแมททิว มิลเลอร์ มีแม่ชี 1 ท่าน คือ แม่ชีฝอย ศรีพันประเสริฐ และเด็กวัด 1 คน คือ นายจิรศักดิ์ จิระพงศ์

วัดพรหมคุณาราม อยู่ที่เมืองแวดเดลล์ รัฐแอริโซนา (Waddell, Arizona) สหรัฐอเมริกา เป็นวัดแรกในรัฐนี้ มีเนื้อที่ราว 12 ไร่ 2 งาน ซื้อมาในราคา 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ

25-26 พฤษภาคม 2532 คือวันเปิดทำการวัดเป็นทางการ มีพระสงฆ์มาร่วมประชุมประมาณ 30 รูป แพทย์หญิง พวงทอง ชุตาภา เป็นประธานกรรมการจัดงาน

มาส่องที่ประเด็นการฆาตกรรมครับ…

เช้าวันรุ่งขึ้นราว 10.30 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2534 นางฉวี บอร์เดอร์ คนครัวรับจ้างของวัด และ เปรมจิตร แฮทช์ ชาวไทยในแอริโซนามาพบ 9 ศพ นอนเรียงกันในวัด… จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

เมื่อตำรวจรับแจ้งเหตุ..มีข้อสันนิษฐานหลากหลาย เพราะในรัฐนี้ประชาชนพกปืนได้อย่างอิสระ มีเหตุการเหยียดผิว เรื่องยาเสพติด ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการฆาตกรรมนี้ได้

ชาย 4 คน จากเมืองทูซอน (Tucson) ถูกจับกุมสอบสวนต่อเนื่อง หนักหน่วง ชายทั้ง 4 คน ตกเป็นข่าวดังกระหึ่มสหรัฐ ต่อมาถูกเรียกขานโดยสื่อว่า “Tucson Four” (4 สหายทูซอน)

23 พฤศจิกายน 2534 ตำรวจยังคงกักขังผู้ต้องสงสัยไว้ 2 คน คือ โจนาธาน ดูดี้ และ อเล็กซ์ กราเซีย อีก 2 คนถูกปล่อยตัวไป

โจนาธาน ดูดี้ (Johnathan Doody) เป็นใคร…

โจนาธาน ดูดี้ หรือวีรพล คำแก้ว ชาวไทยโดยกำเนิด เกิดเมื่อ พ.ศ.2517 มีพ่อแม่เป็นคนไทย เกิดที่อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พ่อชื่อกมล คำแก้ว เป็นชาวนครนายก แม่ชื่อนางละเอียด นามสกุลเดิม มุ่งกุมกาม เป็นชาวนครราชสีมา อายุ 5 ขวบพ่อเสียชีวิต

1 เดือนหลังพ่อตาย แม่ไปทำงานที่เยอรมนี ที่พี่สาวของเธอแต่งงานกับทหารอเมริกันและอาศัยที่นั้น ส่วนวีรพลอยู่กับป้าในไทย

3 ปีต่อมา แม่แต่งงานกับ ไบรอัน ดูดี้ ทหารอเมริกันในเยอรมนี

พ.ศ.2525 แม่ของดูดี้กับสามีใหม่ ก็มารับวีรพลไปอยู่ด้วย รับเป็นลูกบุญธรรม และได้เปลี่ยนชื่อเป็น โจนาธาน ดูดี้

พ.ศ.2532 ไบรอันย้ายไปประจำที่ฐานทัพอากาศลุค (Luke Air Force Base) ที่อยู่ใกล้กับวัดที่เกิดเหตุ น้องชายของเขาชื่อเดวิด เคยบวชเป็นเณรอยู่ที่วัดนี้ และแม่ของเขาเป็นคนทำอาหารเลี้ยงพระที่วัดนี้

การทำคดียืดเยื้อ…ยาวนาน สลับซับซ้อน พลิกไปมา

วันที่ 17 พฤษภาคม 2536 การพิจารณาคดีสังหารหมู่ 9 ศพ ในวัดพรหมคุณารามเริ่มขึ้น มีจำเลยแค่ 2 คนเท่านั้น คือโจนาธานกับอเล็กซ์ ส่วนคนอื่นๆ ที่โจนาธานอ้างถึงถูกตัดทิ้งไป

ผู้เขียนขอคัดลอกเนื้อความ (บางส่วน) ของสำนักข่าวอิศรา เจาะลึกคดี “แพะ” ฆ่า “พระ” วัดพรหมคุณาราม แอริโซนา เขียนเมื่อวันพุธที่ 12 ตุลาคม 2554 เวลา 00.48 น. โดยสุรชา บุญเปี่ยม ที่เดินทางไปทำข่าวใหญ่นี้ด้วยตัวเอง…

“ในที่สุด โจนาธาน ดูดี้ หรือวีระพล คำแก้ว จำเลยคดีฆาตกรรมพระสงฆ์และฆราวาสไทย 9 ศพ วัดพรหมคุณาราม รัฐแอริโซนา ซึ่งถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 281 ปี ก็กลายเป็นผู้บริสุทธิ์และจะได้รับอิสรภาพ หลังจากถูกจองจำมานานตั้งแต่ปี 2534

ทนายความของโจนาธานได้อุทธรณ์ 17 ปีต่อมา ศาลอุทธรณ์ที่ 9 กลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นว่าเขาไม่มีความผิด เพราะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปสอบสวนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการใช้เทคนิคการสอบสวนทุกอย่างเพื่อให้เขารับสารภาพ ทั้งๆ ที่เวลานั้นเขายังเป็นเยาวชน อายุแค่ 17 ปี

อัยการรัฐแอริโซนาได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลสูงสหรัฐพิจารณาคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ใหม่ถึง 3 ครั้ง ในที่สุด วันที่ 11 ตุลาคม 2553 ศาลสูงไม่รับพิจารณาคดีนี้อีก…

“…ตำรวจมาริโคป้า เคาน์ตี้ ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์หลักฐานและนายแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พบว่าผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าเรียงกัน ทุกศพถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .22 ที่ศีรษะหรือท้ายทอย ศพละ 2-3 นัด ในลักษณะจ่อยิง มือของบางศพประสานกันที่ท้ายทอย บางศพชูออกไปเหนือศีรษะเพราะกระตุกหลังถูกยิง ศพพระไพรัช เจ้าอาวาส ยังมีบาดแผลถูกของมีคมฟันนิ้วมือขวาขาด และเบ้าตาถูกกระแทกจนลูกนัยตาเกือบหลุดจากเบ้า ศพพระบุญช่วย ยังถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองที่สะโพก ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ขัดขืน ราวกับว่าทุกคนยอมจำนนให้คนร้ายยิงตาย…”

…ในห้องนั่งเล่น คนร้ายได้นำข้าวสารในครัวมาโปรยทิ้ง ใช้ถังดับเพลิงขนาดเล็กในห้องมาฉีดเล่น โทรศัพท์ถูกตัดสายและมีรอยของมีคมสลักบนผนังว่า“BLOODS” ห้องนอนพระสงฆ์มีร่องรอยการรื้อค้น แต่ไม่รู้ว่าได้ทรัพย์สินใดๆ ไปบ้าง ต่อมา นพ.ไฮน์ คาร์ลชนิก ผู้ผ่าศพชันสูตรแถลงว่า เป็นการฆ่าแบบมืออาชีพ ที่ท้ายทอยทุกศพพบรอยนิ้วมือ แต่ไม่มี“ลายนิ้วมือ” เพราะคนร้ายสวมถุงมือยาง สันนิษฐานว่าทุกคนน่าจะเสียชีวิตหลังเที่ยงคืนถึงเช้า หรือให้ชัดเจนกว่านั้นอยู่ในช่วงประมาณ 2 นาฬิกาไปถึงเช้า…

อย่างไรก็ตาม นายอำเภอทอม แอกโนส แถลงว่าการฆาตกรรมครั้งนี้เป็นเรื่องการปล้นทรัพย์และฆ่าเจ้าทรัพย์ปิดปาก แม้ว่าคนร้ายจะไม่ได้แตะต้องเงินดอลลาร์สหรัฐที่ติดต้นผ้าป่าในห้องโถงแต่อย่างใด…

เนื้อหาของคดีสำคัญ…คุณสุรชา บุญเปี่ยม บันทึกต่อไปว่า…

“…จนกระทั่ง วันที่ 25 ตุลาคม 2534 เวลาประมาณ 20 นาฬิกา ตำรวจนักสืบชุดเฉพาะกิจ 2 นาย ได้เดินทางไปตามหาโจนาธาน ดูดี้ กับอเล็กซ์ กราเซีย ที่โรงเรียนมัธยมอกัวเฟรีย และพบโจนาธานซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยอาสาสมัครรักษาดินแดน แต่งเครื่องแบบทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในงานแข่งขันฟุตบอลของโรงเรียนที่ลานจอดรถ จึงเชิญไปสอบถามว่าเขารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับปืนยาวของเพื่อนอีกคนชื่อ โรแลนโด้ คาราตาเชีย ซึ่งตำรวจได้ยึดไปตรวจสอบก่อนหน้านั้น และพบว่าเป็นปืนที่ใช้ในการฆาตกรรม

เวลา 21 นาฬิกา 25 นาที ที่ห้องสืบสวนหน่วยเฉพาะกิจคลี่คลายคดีฆาตกรรมหมู่ในวัดพรหมคุณารามชั้น 4 ตึกอีสต์คอร์ต นครฟินิกส์ นักสืบ 2 นาย เริ่มสอบสวนโจนาธาน โดยอ่านแบบฟอร์มแจ้งเตือน ‘สิทธิผู้ต้องหา’ (miranda warning) สำหรับเยาวชน (ต่อมาเป็นประเด็นการสู้คดีในศาลว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งสิทธินั้นจริง ถูกต้องตามกฎหมาย หรือแจ้งอย่างคลุมเครือ ซึ่งโจนาธานอาจจะไม่เข้าใจ)

ตลอดการสอบสวนยาวนาน ซึ่งใช้เทปบันทึกเสียงเป็นหลักฐานการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย ผลัดกันสอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยโจนาธานไม่ได้รับประทานอาหารเลย ได้ดื่มเครื่องดื่ม 3 ครั้ง มีเวลาสั้นๆ เพื่อไปเข้าห้องน้ำ 2 ครั้ง แต่การสอบสวนก็ดำเนินต่อไป

จนเวลาผ่านไปถึง 4 นาฬิกา โจนาธานบอกว่า ชาย 4 คน จากทูซอนที่ถูกควบคุมตัวไว้ไม่เกี่ยวข้องด้วยตัวเขาเองอยู่ที่วัดไทยในคืนเกิดเหตุ มีผู้ร่วมในเหตุการณ์คืนนั้น 5 คน คือ โรแลนโด้ คาราตาเชีย, จอร์จ กอนซาเลซ เพื่อนของจอร์จคนหนึ่งเขาไม่รู้จักชื่อ อเล็กซ์กราเซีย และตัวเขา

โจนาธานบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ในคืนเกิดเหตุพวกเขาทั้ง 5 คน ใช้รถยนต์ 2 คัน คันหนึ่งเป็นรถยนต์มัสแตงของเขาเอง อีกคันเป็นรถยนต์ของจอร์จ มีปืนลูกซองไป 3 กระบอก ตัวเขามีเพียงมีดไปเล่มเดียว และให้การว่าไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างขณะเข้าไปในวัด บอกเพียงว่ามีคนเข้าไปรื้อค้นข้าวของในห้องพระสงฆ์ นำพระสงฆ์ออกมารวมกันในห้องโดยให้ยกมือขึ้น

พระรูปหนึ่งจำจอร์จได้ ตะโกนเรียกชื่อ ทำให้เพื่อนของเขาถกเถียงกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยให้เขาออกไปนอกห้อง จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนยาว .22 ตามมาด้วยเสียงปืนลูกซองและเสียงปืนยาว .22 อีก แต่ไม่เห็นว่าใครเป็นคนยิง จากนั้นพวกเขาก็วิ่งออกมาจากห้อง แล้วขึ้นรถ 2 คันออกจากวัดไป แต่นักสืบยังไม่เชื่อคำให้การของโจนาธาน และถามถึงพวกทูซอน 4 คน ซึ่งถูกจับกุมตัวมาแล้ว ในที่สุดหลังการสอบสวนมาราธอนเกือบ 13 ชั่วโมง โจนาธานก็ยอมรับว่ามีชาย 4 คน จากเมืองทูซอนตามที่นักสืบเอ่ยถึงร่วมอยู่ในเหตุฆาตกรรมคืนนั้น”

ส่วนอเล็กซ์ถูกนำตัวมาสอบสวนในคืนเดียวกัน โดยมีพ่อร่วมอยู่ด้วย อเล็กซ์ยอมรับว่าได้ร่วมก่อเหตุฆาตกรรม ให้การว่าในคืนวันเกิดเหตุ โรแลนโด้ คาราตาเซีย, จอร์จ กอนซาเลซ เพื่อนของจอร์จไม่รู้จักชื่อ โจนาธาน ดูดี้และตัวเขาเองไปที่วัดไทยเพื่อปล้นเอาทรัพย์สิน และยังมีพวก“ทูซอน โฟร์” ร่วมอยู่ด้วย

หลังเสร็จสิ้นการสอบสวน โจนาธานและอเล็กซ์ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ ลักทรัพย์และซ่องโจร

“ศาสตราจารย์อลัน และลูกทีมทนายความ ได้อุทธรณ์หลายประเด็น ประเด็นหลักคือ โจนาธานถูกตำรวจนำตัวไปสอบสวนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีการแจ้งสิทธิผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก มีการบังคับข่มขู่ด้วยวิธีการต่างๆ ให้รับสารภาพ ตำรวจผู้สอบสวนก็เป็นชุดเดียวกับที่เคยจับแพะชุดแรก 4 คนอีกด้วย วิธีการสอบสวนก็เป็นแบบเดียวกัน และทุกคนที่ถูกสอบสวนก็รับสารภาพ ทั้งๆ ที่ไม่ได้กระทำความผิด”

กลับคำพิพากษา

หลังจากศาลอุทธรณ์ที่ 9 กลับคำพิพากษาในปี 2552เป็นว่า โจนาธาน ดูดี้ ไม่มีความผิด ด้วยเหตุผลว่าโจนาธานไม่ได้รับสารภาพด้วยความสมัครใจ ตามที่ศาลชั้นต้นใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี ไม่ได้รับการแจ้งสิทธิตามกฎหมาย แต่ถูกตำรวจชุดสอบสวนใช้วิธีการบังคับขู่เข็ญด้วยวิธีการต่างๆ ให้รับสารภาพ ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ต้องหามาตั้งแต่ต้น ทำให้ต้องปล่อยตัวโจนาธานออกจากเรือนจำ หลังจากถูกคุมขัง ไม่มีอิสรภาพมานานถึง 2 ทศวรรษ

ศาลสูงได้ประชุมกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียด โดยเลื่อนเวลาออกไปถึงวันที่11 ตุลาคม ในที่สุดศาลสูงไม่รับพิจารณาคดีนี้อีก หมายความว่าคดีนี้สิ้นสุดลงแล้ว โดยโจนาธาน ดูดี้ เป็นผู้บริสุทธิ์ ต้องปล่อยตัวไป…

มีข้อมูลอีกหลายชุด ที่แตกต่างกันออกไป คนละทิศ คนละทาง ที่ยังเป็นปริศนา ค้างคาใจในกระบวนการยุติธรรม และยังมีคำถามว่า ใครคือ ฆาตกรตัวจริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภาพเก่าเล่าตำนาน : ปริศนาฆาตกรรม 9 ศพในวัดไทย…ในรัฐแอริโซนา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...