โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กห.ชูธงสร้างสมดุลภูมิรัฐศาสตร์

ไทยโพสต์

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 21.33 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 17.01 น.

“เท้ง” ปูดข่าวกองทัพขอจัสแมกสหรัฐ “ส่งกำลังบำรุง-เครื่องกระสุน” ช่วยไทย ด้าน “พล.อ.ณัฐพล” แจงรัฐบาลเบรกไว้ก่อน เหตุต้องสร้างสมดุลภูมิรัฐศาสตร์ ยันการฝึกร่วมสองชาติทำกับสองมหาอำนาจ เผยกัมพูชายอมคุยแล้ว จ่อถก “จีบีซี” ถอนกำลังพล-ลดเข้มงวดชายแดน เตือนอย่าเสียรู้ “อังเคิล” โพสต์ตีปี๊บไทยผิดฝ่ายเดียวปมปิดด่าน ยอมรับหนักใจคนไทยแบ่งเป็นสองกระแสต่อมาตรการกดดัน ขณะที่ “ฮุน เซน” ปลุกไม่เลิก ไม่ซื้อไฟฟ้า-พลังงานจากไทย

ที่รัฐสภา วันที่ 3 กรกฎาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาการ รมว.กลาโหม เป็นผู้ชี้แจง ว่าตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. ที่มีการเคลื่อนย้ายกำลังกลับจากจุดที่เผชิญหน้ากัน แต่กำลังส่วนที่เหลือที่มีจำนวนมากมีทั้งอาวุธหนัก รถถังและปืนใหญ่ ยังเป็นกำลังระลอกสองที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ ยังมีความเสี่ยงที่วันใดวันหนึ่งเกิดความไม่เข้าใจกัน แล้วอาจจะทำให้สถานการณ์บานปลายถึงขั้นที่ใช้อาวุธหนัก

พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ ศบ.ทก.และรัฐบาลหนักใจมาก ปัจจุบันในประเทศไทยมีสองกระแสคือ พี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนเรียกร้องให้รัฐบาลคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว ไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง และขอความเห็นใจว่าเขาประสบความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งความปลอดภัยและเศรษฐกิจ และพี่น้องส่วนกลางใน กทม.บอกว่าต้องยึดศักดิ์ศรีของเราเป็นหลัก ไม่อยากให้รัฐบาลอ่อนข้อ อยากให้ใช้มาตรการที่เข้มแข็ง ซึ่งปัจจุบันสังคมมีลักษณะอย่างนี้ จึงขอความเห็นใจทุกภาคส่วนด้วย เพราะการตัดสินใจของรัฐบาลและ ศบ.ทก.แต่ละเรื่องต้องใช้ความรอบคอบและชั่งน้ำหนักให้ดี

ทั้งนี้ รัฐบาลดำเนินการโดยตระหนักว่าความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน อาจมีการชี้นำของนักการเมืองหรือผู้นำบางคน แต่สิ่งที่เราต้องรักษาไว้ให้มากคือความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศซึ่งมีชายแดนติดกัน ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเกิดจากส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นเราจะต้องไม่นำความตึงเครียดนี้ขยายไปสู่ประชาชนโดยทั่วไป รัฐบาลมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการควบคุมที่เข้มงวดบริเวณชายแดน เนื่องจากมีข้อมูลที่ชัดเจนว่าทางการกัมพูชาได้มีการสั่งกำลังเคลื่อนย้ายเข้ามาในพื้นที่ชายแดน และไทยก็มีความจำเป็นที่จะต้องเสริมกำลังในระดับที่เหมาะสมเพื่อรักษาอธิปไตย แต่ขอย้ำว่าไทยอยู่ในกรอบสันติวิธีและหลีกเลี่ยงปะทะ

ด้านการควบคุมชายแดน รัฐบาลไทยยังมีความร่วมมือกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC รวมถึงประเทศพันธมิตรในการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะสแกมเมอร์ที่มีข้อมูลว่าแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ใกล้แนวชายแดนจำนวนมาก และในทุกมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการ ถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยมุ่งหวังให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดนกัมพูชากลับคืนสู่สภาพปกติสุขโดยเร็วที่สุด โดยยึดหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด

“ณ ปัจจุบันวันนี้ เริ่มมีสัญญาณบวก ทางฝ่ายระดับสูงของกัมพูชาเริ่มมีการคุย ที่ผ่านมาเขาไม่ยอมคุย แต่ 2-3 วันนี้เขาเริ่มมาคุยว่าเชิญไปเข้าประชุมทวิภาคี จีบีซี มีเงื่อนไขอย่างไร ปัจจุบันด้วยสถานการณ์ทางด้านโซเชียลทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ทำให้การพูดคุยในเรื่องเงื่อนไข เราก็ยังไม่เป็นที่ตกลงกัน ขอเรียนว่ามีสัญญาณบวก อย่างน้อยเขามาคุยก็ถือว่าบวกแล้ว คุยรู้เรื่อง-ไม่รู้เรื่องก็ต้องใช้ความสามารถกันอีกทีหนึ่ง” พล.อ.ณัฐพลกล่าว

สร้างสมดุลภูมิรัฐศาสตร์

นายณัฐพงษ์ถามอีกว่า อยากได้ข้อเท็จจริงวัตถุประสงค์ชัดๆ ว่าตอนนี้ที่รัฐบาลยังคงมาตรการในการควบคุมด่านอยู่ มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการกดดันสร้างแรงกดดันเพื่อนำไปสู่อะไร เพราะพวกเราเห็นว่าถ้าใช้อย่างไม่เหมาะสม แทนที่จะเป็นมาตรการในการสร้างแรงกดดัน จะกลายเป็นมาตรการสร้างความตึงเครียด ส่วนมาตรการความมั่นคงและมาตรการทางเศรษฐกิจ คือมาตรการพุ่งเป้าไปที่ตัวผู้นำหรือเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในประเทศกัมพูชา นั่นคือการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการดำเนินคดีลอบสังหารฝ่ายค้านกัมพูชาในประเทศไทย จึงอยากจะถามความคืบหน้าทางรัฐบาลว่าเป็นอย่างไรบ้าง

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ทราบมาว่าทางกองทัพได้มีการประสานงานไปยังคณะที่ปรึกษาการทหารสหรัฐประจำประเทศไทย หรือ "จัสแมก" เพื่อประสานขอกำลังบำรุง และเครื่องกระสุนสหรัฐ ผ่านกลไกนี้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพของกองทัพไทยรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ก็ทราบว่าเรื่องนี้ถูกคว่ำลง เนื่องจากฝ่ายการเมืองปัดตกคำขอนี้ จึงอยากได้เหตุและผลว่าในเมื่อกองทัพขอรับการสนับสนุนเครื่องกระสุนสหรัฐ ผ่านกลไกจัสแมก ทำไมจึงคว่ำข้อเสนอนี้ เป็นเพราะเกรงใจต่อประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ที่ให้การสนับสนุนกัมพูชามีฐานทัพเรือในประเทศกัมพูชาด้วยใช่หรือไม่

พล.อ.ณัฐพลชี้แจงว่า เรื่องความกดดันในห้วงเวลาที่ผ่านมาที่อังเคิลโพสต์มาตลอด ทำให้มีความรู้สึกว่าเราใช้ความกดดันและตึงเครียด ซึ่งมาตรการชายแดนยืนยันว่าไม่ได้กดดันอะไรมาก ไม่ได้ปิดด่าน มีเพียงการจำกัดการเข้าของบุคคลและยานพาหนะออกตามจุดผ่านแดนเท่านั้น แต่การโพสต์ในโซเชียลของผู้นำกัมพูชาทำให้รู้สึกว่ามีการกดดัน เช่น จุดผ่านแดนช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ที่ประตูฝั่งไทยเปิด แต่ประตูฝั่งกัมพูชานั้นปิด ดังนั้นสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นผู้นำกัมพูชาอาจได้รับข่าวคลาดเคลื่อน ทั้งนี้ การกดดันที่เกิดขึ้นเรากดดันด้านกระบวนการอาชญากรรม ที่เป็นไปตามความร่วมมือกับ UNODC ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.ถึงปัจจุบัน สถิติสแกมเมอร์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการให้มาตรการนี้ทำต่อไป แต่ถ้าเราทำต่อไปประชาชนตามแนวชายแดนจะได้รับความเดือดร้อน

“ผมเจ็บปวดเมื่อชาวบ้านที่ จ.สระแก้ว จันทบุรี ตราด ต่อว่าว่าเขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่ตึงเครียดทำไมดึงเขามาเกี่ยวด้วย เขาตัดพ้อต่อว่ารัฐบาลว่าวางแผนในห้องแอร์ ฟังแล้วเจ็บปวดมาก ตรงนี้ผมขอความเห็นใจ การบริหารจัดการเป็นไปด้วยความยากมาก ทั้งนี้ผมไม่ได้นั่งทำงานในห้องแอร์ แต่รับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน ซึ่งปัญหาที่เน้นย้ำคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หากปล่อยให้มีการปะทะจะทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา"

พล.อ.ณัฐพลกล่าวอีกว่า เรายึดถือนโยบายสร้างความสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจทุกประเทศ จะพยายามระมัดระวังไม่ให้ประเทศไทยผูกพันกับประเทศใดประเทศหนึ่ง มีการนำเสนอว่าที่กัมพูชาทำแบบนี้เพราะได้รับการสนับสนุนจากประเทศทางตอนเหนือของเรา แต่เอกอัครราชทูตของประเทศนั้นชี้แจงว่าไม่เกี่ยวข้อง การฝึกดรากอนโกลด์ก็ไม่ได้ฝึกเพื่อมายั่วยุฝ่ายเรา แต่ไทยฝึกคอบบร้าโกลด์กับอีกประเทศหนึ่ง กัมพูชาฝึกดรากอนโกลด์กับอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวกัน เพราะเป็นเรื่องความร่วมมือทางทหาร กองทัพไม่สามารถดำเนินการได้ตามลำพัง ต้องทำตามนโยบายรัฐบาล ที่ให้รักษาความสมดุล ถ้าดึงประเทศหนึ่งเข้ามาจะทำให้กระทบต่อความสมดุลของภูมิรัฐศาสตร์ได้

'ฮุน เซน' ปลุกระดมไม่เลิก

รมช.กลาโหมชี้แจงว่า ขณะนี้มีกระบวนการให้ใช้การเจรจาผ่านการประชุมคณะกรรมการเรื่องเขตแดน (จีบีซี) หากทำสำเร็จจะหารือใน 2 เรื่องคือ การเคลื่อนย้ายกำลังกลับที่ตั้งปกติ เลี่ยงความเสี่ยงเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และยกเลิกมาตรการควบคุมตามแนวชายแดน ซึ่งมีรายละเอียดที่ไม่ลงตัว เพราะต่างฝ่ายยังระแวงจากโซเชียล

“เราเสียรู้เรื่องการสื่อสาร การตอบโต้กันไปมาผ่านโซเชียลกับอังเคิลนั้นไม่ได้ทำแบบทางการ และหากตอบโต้กันไปมาจะทำให้เป็นปัญหาได้ จริงๆ การเมืองระหว่างประเทศควรจะมีการตอบโต้กันทางหนังสือราชการ แต่ที่ผ่านมาไม่มีการตอบโต้ทางหนังสือราชการสักฉบับเดียว และเมื่ออังเคิลบอกว่าไทยผิดฝ่ายเดียว กัมพูชาไม่ผิด จึงใช้การตอบโต้แบบชี้แจงข้อเท็จจริง นำภาพให้ดู ไม่ใช่โต้กันไปกันมา ซึ่งไม่สามารถยุติการตึงเครียดที่เกิดขึ้นได้ รัฐบาลโดย ศบ.ทก.กำลังดำเนินการ ขณะที่มาตรการทางการทูต รัฐบาลได้ทำผ่านกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงการทูตทางทหาร โดยเน้นย้ำเรื่องนโยบายสมดุล และมีข้อห่วงใยที่ประเทศเพื่อนบ้านทำ” พล.อ.ณัฐพลชี้แจง

ขณะที่ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้เดินทางลงพื้นที่พบปะกับนักศึกษาและคณาจารย์ที่ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมกัมไจเมียร์ ในจังหวัดไพรแวง ได้แถลงแนะนำนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ซึ่งเป็นบุตรชายให้พิจารณาออกมาตรการ “ห้ามซื้อสินค้าทุกชนิดจากประเทศไทย” เพื่อตอบโต้ไทย “เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดปัญหาขึ้น ฝ่ายไทยจะข่มขู่กัมพูชาว่าจะตัดระบบสาธารณูปโภคมาโดยตลอด ดังนั้น กัมพูชาจะต้องระมัดระวัง สิ่งสำคัญคือ อย่าซื้อไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซจากไทยโดยเด็ดขาด เพราะเมื่อเกิดวิกฤต พวกเขาจะระงับการขายสินค้าเหล่านี้ให้เรา พวกเขาบอกว่าเราจะตายถ้าพวกเขาไม่ส่งออกมาให้” แม้พวกเราจะไม่มีกิน ก็อย่าไปพึ่งพวกเขา เราต้องหาแหล่งอื่นมาสนับสนุนเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้า สมเด็จฮุน เซน ได้โพสต์เฟซบุ๊กย้ำเรื่องที่ไทยต้องกลับไปเปิดด่านให้เหมือนช่วงวันที่ 7 มิ.ย. จากนั้นกัมพูชาก็จะเปิดด่าน ก่อนที่จะนำไปสู่การเจรจากันต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...